“ผมคิดไปคนเดียวหรือเปล่าว่า คาริม เบนเซม่า ไม่ใช่กองหน้าระดับโลก แต่มีคนยกย่องเขาเกินไป คุณเป็นกองหน้า แต่คุณดันมีจุดอ่อนคือการจบสกอร์ แค่นี้มันก็ผิดแล้ว การทำประตูได้บ้างในการเล่นกับ เรอัล มาดริด ไม่ได้ทำให้เขาแข็งแกร่ง หรือดูเก่งขึ้นมาเลย”

ข้อความข้างต้นนี้คือความรู้สึกนึกคิดของ แกรี่ ลินิเกอร์ ตำนานดาวยิงทีมชาติอังกฤษ ที่สะกิดผ่านสื่อเมื่อปี 2017 วิจารณ์ฝีตีนของ คาริม เบนเซม่า หัวหอก เรอัล มาดริด แบบไม่ไว้หน้า พูดง่ายๆ คือมันออกเชิงดูถูกเหยียดหยามกันด้วยซ้ำนะครับ และหลังจากที่ความเห็นนี้ถูกแพร่ออกสู่สาธารณะ ลินิเกอร์ ก็โดนทัวร์ลงถล่มยับเละเทะ ซีเนอดีน ซีดาน ก็ออกมาปกป้องลูกทีม อดีตนักเตะหลายคนก็ออกมาจวก ลินิเกอร์ ว่ามึงเองก็ไม่ได้เก่งไรมากมายเหมือนกันแหละ รวมถึงสาวก "ราชันชุดขาว" ก็ออกตัวปกป้องช่วย เบนเซม่า กันยกใหญ่  เพราะเอาจริงๆ แล้วหากดูจากสถิติและผลงานต่างๆ จะว่าไปแล้ว เบนเซม่า ถูกประเมินค่าฝีตีนต่ำเกินไปด้วยซ้ำ ฉะนั้นวันนี้เรามาชำแหละกันหน่อยดีกว่าว่า หัวหอกวัย 32 ปี ที่อยู่กับ มาดริด มามากกว่า 10 ปีนี้ ถูกประเมินค่าต่ำหรือสูงเกินไปกันแน่... โดยเรื่องราวทั้งหมดนี้เรียบเรียงมาจากคอลัมน์ที่ "บีบีซี" สำนักข่าวชื่อดังเขียนเอาไว้ ย้อนกลับไปเมื่อปี 2009 เบนเซม่า ในวัย 22 ปี ถูกหลายทีมยักษ์ใหญ่ให้ความสนใจ หลังซัดกระจายให้กับ โอลิมปิก ลียง โดย 2 ทีมเต็งที่จะได้ตัวเขาไปร่วมทีมคือ เรอัล มาดริด และ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ซึ่งสุดท้าย "เบนซ์" ก็ใจเด็ดเลือกย้ายไปอยู่กับ "ราชันชุดขาว" ที่เพิ่งทุ่มเงิน 80 ล้านปอนด์เป็นสถิติโลกในเวลานั้น คว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ มาร่วมทีม ซึ่งนั่นหมายความว่า เบนเซม่า จะตกเป็นพระรองในหน้าสื่อทันที และอาจจะต้องตกเป็นตัวสำรองอีกด้วย ซึ่งสถานการณ์จะต่างกันอย่างสิ้นเชิงหากเขาเลือกย้ายซบ "ปีศาจแดง" เพราะพวกเขาเพิ่งเสีย "ซีอาร์ 7" ไปให้ เรอัล มาดริด ฉะนั้นหาก เบนซ์ ย้ายมา ก็แทบจะการันตีตำแหน่งตัวจริงได้ไม่ยาก แต่ก็นั่นแหละครับ เขาเลือกช้อยส์ที่มีความท้าทายกว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอดเวลาที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อยู่กับ เรอัล มาดริด คาริม เบนเซม่า คือลูกไล่ที่ถูกหมางเมิน และได้รับเครดิตน้อยมาก เพราะโดนรัศมีของ "พี่โด้" บดบัง แต่ตัวเขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ตั้งหน้าตั้งตาทำผลงานของตัวเองให้ดีที่สุด และจากสถิติ ตัวเลขต่างๆ ที่ออกมาก็พอเป็นคำตอบได้ว่า เขาคือนักเตะที่ถูกประเมินค่าต่ำกว่าความเป็นจริง 2 ประตูที่เขาซัดใส่ กาลาตาซาราย ในรอบแบ่งกลุ่มศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อปลายปีที่แล้ว ทำให้เขากลายเป็นนักเตะคนที่ 2 ของโลกต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่ ที่ทำประตูในถ้วยบิ๊กเอียร์ได้ 15 ฤดูกาลติดต่อกัน ขนาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ! แถมการตะบัน 52 ประตูจาก 100 นัด ที่สวมเสื้อ "ราชันชุดขาว" ลงเล่นในศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ทำให้ เบนเซม่า ยิงในถ้วยนี้แซงหน้า อัลเฟรโด้ ดิ สเตฟาโน่ ตำนานดาวยิงของ เรอัล มาดริด ไปแล้ว และเป็นอันดับ 3 ตามหลังแค่ โรนัลโด้ กับ ราอูล กอนซาเลซ เท่านั้น นอกจากนี้หากนับตั้งแต่ เบนเซม่า ย้ายมา มาดริด เมื่อปี 2009 มีแค่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่ และ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แค่ 3 คนเท่านั้นที่ยิงใน UCL ได้มากกว่าเขาในช่วงเวลาเดียวกัน ปัจจุบัน เบนเซม่า อยู่กับ เรอัล มาดริด มาแล้ว 11 ซีซั่น ลงเล่นไป 500 กว่านัด ซัด 241 ประตู ก้าวขึ้นมาเป็นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลอันดับที่ 6 ของสโมสร เรอัล มาดริด และขออีกแค่ 2 ประตู ก็จะแซงหน้่า เฟเร้นซ์ ปุสกัส อีกหนึ่งตำนานแข้ง "ราชัน" ขึ้นไปรั้งอันดับที่ 5 ในท้อปชาร์ตดาวซัลโวสูงสุดแทน ไม่ใช่แค่นั้นปัจจุบัน ดาวยิงวัย 32 ปี ยังถือครองสถิติเป็นนักเตะฝรั่งเศสที่ทำประตูได้ในการเล่นต่างแดนมากที่สุด โดยแซงหน้า เธียร์รี่ อองรี ไปเรียบร้อยแล้ว ตลอดระยะเวลาเกือบ 11 ปีที่อยู่กับ เรอัล มาดริด เบนเซม่า ประสบความสำเร็จมามากมายก่ายกอง แชมเปี้ยนส์ ลีก 4 สมัย, ลา ลีกา กับ โกปา เดล เรย์ อย่างละ 2 สมัย, แชมป์สโมสรโลก 4 สมัย และ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ อีก 3 สมัยด้วยกัน มานูเอล เปเยกรินี่, โชเซ่ มูรินโญ่, คาร์โล อันเชล็อตติ, ราฟา เบนิเตซ, ฆูเลี่ยน โลเปเตกี, ซานติอาโก้ โซลารี่ และ ซีเนอดีน ซีดาน ทั้งหมดนี้คือเหล่าโค้ชที่ เบนเซม่า เคยร่วมงานด้วย และเขาก็ได้รับความไว้วางใจจากโค้ชทุกคนให้ลงเล่นเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอ แม้จะมีนักเตะอย่าง กอนซาโล่ อิกวาอิน หรือ อัลบาโร่ โมราต้า สอดแทรกเข้ามา แต่ก็ไม่เคยเบียดเขาหล่นจากบัลลงก์ตัวจริงได้แบบถาวรเลย ล่าสุดปีนี้ มาดริด ทุ่มซื้อ ลูก้า โยวิช มาอย่างแพง แต่ก็เอามานั่งดู เบนเซม่า เล่นอยู่ดี โดยใน ลา ลีกา สเปน ฤดูกาลนี้ เบนซ์ ซัดไปแล้ว 14 ประตู กำลังขับเคี่ยวลุ้นดาวซัลโวกับ ลิโอเนล เมสซี่ อยู่ นอกจากจะทำประตูได้อย่างสม่ำเสมอแล้ว เบนเซม่า ยังขึ้นชื่อลือชาเรื่องการแอสซิสต์ให้เพื่อนด้วย โดยหากนับตั้งแต่ที่ เบนเซม่า ย้ายมา มาดริด มีแค่ เมสซี่ (140 ครั้ง), โรนัลโด้ (96 ครั้ง) และ หลุยส์ ซัวเรซ (84 ครั้ง) เท่านั้นในการลงเล่น 5 ลีกใหญ่ยุโรป ที่ทำแอสซิสต์ได้มากกว่าเขา โดย เบนเซม่า ทำไป 76 ครั้ง ฉะนั้นมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ เบนเซม่า จะเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนร่วมทีมและโค้ช โดย จอห์น เบ็นเน็ตต์ นักข่าวจาก "บีบีซี" ที่คิดเหมือนกันว่า เบนเซม่า ถูกประเมินค่าต่ำไป ได้ให้ความเห็นถึงเรื่องนี้ว่า "เบนเซม่า เป็นที่รักของกุนซือและเพื่อนร่วมทีม เพราะเขาจะทำทุกอย่างเพื่อทีม มีกองหน้าระดับโลกไม่กี่คนหรอกนะที่ไม่เห็นแก่ตัว ไม่หวงบอล ซึ่ง เบนเซม่า คือหนึ่งในนั้น เขาคือนักเตะที่เล่นเพื่อทีมอย่างแท้จริง เขาเป็นส่วนสำคัญเลยหละที่ทำให้ โรนัลโด้ ประสบความสำเร็จอย่างมากกับ เรอัล มาดริด เขาส่งบอลให้ โรนัลโด้ ทำประตูมากกว่าใครเพื่อน และเขาก็ยังทำประตูได้เรื่อยๆ ฤดูกาลที่แล้วรวมทุกรายการเขายิงไปถึง 30 ลูกเลยนะ" "เบนเซม่า ทำงานอย่างหนัก มากกว่าเครดิตที่เขาได้ัรับ เขาทุ่มเททั้งในและนอกสนาม คุณจะไม่มีทางยืนหยัดอยู่ในจุดนี้ที่ยึดตัวจริงของ มาดริด ได้นานเป็น 10 ปีได้หรอก ถ้าขาดระเบียบวินัย และการฟิตซ้อมร่างกาย" เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว "มาร์ก้า" สื่อดังแดนกระทิงดุ ได้ทำการจัดอันดับ 10 นักเตะที่ถูกประเมินค่าฝีเท้าต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่ง เบนเซม่า เข้าป้ายมาเป็นอันดับ 1 โดย จอห์น เบ็นเน็ตต์ คนเดิมได้พูดถึงเรื่องนี้ต่อว่า "ผมคิดว่าเขาถูกมองข้าม และประเมินค่าต่ำเกินไปมาก แต่เรื่องพวกนี้ก็ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อสภาพจิตใจของเขาเลย มกราคมปีที่แล้ว สื่อฝรั่งเศสอย่าง เลอ กิ๊ป ได้จัดอันดับ 15 กองหน้าแห่งปี 2018 ซึ่งมันไม่มีชื่อของ เบนเซม่า แต่เขาก็ไม่ได้สนแถมโพสต์แซวในโซเชียลมีเดียด้วยว่า 'เห้ เลอ กิ๊ป เพื่อนรัก แล้วฉันหละอยู่อันดับที่เท่าไหร่ บางทีน่าจะ 16 นะ ใช่มั้ย?' เขาไม่เคยได้รับเครดิตอย่างที่เขาสมควรได้รับเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสื่อในฝรั่งเศส" อีกหนึ่งเรื่องที่น่าเสียดายสำหรับ เบนเซม่า คือ เขากับทีมชาติฝรั่งเศส ดูเหมือนจะเป็นเส้นขนานไปแล้ว แม้ว่่าฤดูกาลนี้ เบนเซม่า จะทำประตูได้มากกว่า อ็องตวน กรีซมันน์, อเลซ็องด์ ลากาแซ็ตต์ หรือ โอลิวิเยร์ ชิรูด์ ที่ลงเล่นศึกฟุตบอลโลก 2018 ครบ 7 นัด แต่ยิงไม่ได้เลยสักลูก ทว่าเขาก็ยังคงถูกหมางเมินจากทัพ "ตราไก่" เบนเซม่า ไม่ถูกเรียกติดธง นับตั้งแต่มีคดีฉาวเรื่องขู่เรียกเงินเซ็กซ์เทปกับเพื่อนร่วมทีมชาติ มาติเยอ วัลบูเอน่า เมื่อปี 2015 ซึ่งแม้ภายหลังศาลจะตัดสินแล้วว่า เบนเซม่า ไม่ผิดและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ชื่อเสียงก็เสียไปแล้ว และทีมชาติฝรั่งเศสที่ไม่มี เบนเซม่า มันก็ดันผลงานดีซะด้วย และทั้งหมดนี้คือเรื่องราวการถูกหมางเมิน ถูกมองข้าม ถูกประเมินค่าฝีตีนต่ำกว่าความเป็นจริงของชายที่ชื่อว่า คาริม เบนเซม่า แล้วคุณหละครับคิดว่า เบนเซม่า อยู่ในระดับไหนกัน??

ชิน ชินพัฒน์

logoline