logo-heading

ในเมื่อปี 2021 กำลังจะผ่านพ้นไปในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้วันนี้สิ่งที่ "ขอบสนาม" อยากนำเสนอก็คือการรวบรวมเรื่องราวและเหตุการณ์สำคัญของวงการฟุตบอลต่างประเทศในปีนี้มาให้ชมกัน

เชลซี คว้าแชมป์ UCL

แชมป์แรกยุคทูเคิล! เชลซีดับแมนฯ ซิตี้ 1-0 ผงาด UCL สมัยที่ 2 | Goal.com ด้วยผลงานที่เอาแน่เอานอนไม่ได้ของ เชลซี ในยุคของ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ตั้งแต่ช่วงต้นซีซั่น 2020-21 นั่นทำให้เขากลายเป็นทีมนอกสายตา ไม่น่าจะคว้าได้แม้กระทั่งโควต้า Top 4 ของ พรีเมียร์ลีก ยิ่งในเวทีระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ก็ไม่ได้มองว่า "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นตัวเต็งเลยเมื่อเทียบฟอร์มและศักยภาพทีมกับทีมอื่นๆ  อย่างไรก็ตามนับตั้งแต่ผ่านเข้าสู่ศักราชปี 2021 เชลซี ได้ตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้จัดการทีม จาก แฟร้งค์ แลมพาร์ด กลายเป็น โธมัส ทูเคิ่ล ซึ่งนั่นคือการจุดประกายความหวัง เพราะ "สิงห์บลูส์" ในยุคใหม่ที่เปลี่ยนมาอิงระบบ 3-4-3 ผลที่ได้ก็คือการเล่นบอลที่มีทรง เป็นระบบระเบียบ เกมรับที่พร้อมเสียประตูทุกเมื่อก็กลายเป็นเหนียวแน่นเจาะยาก แดนกลางที่แข็งแกร่ง ไล่ไปจนประสิทธิภาพในการสร้างจังหวะเข้าที่จับต้องได้และมีมิติใหม่ๆ มากขึ้น เชลซี ในยุคของ โธมัส ทูเคิ่ล กลายเป็นทีมที่มีชีวิตชีวาอีกครั้ง เขาพาทีมไร้พ่ายตลอด 14 นัดแรก พร้อมกับได้ชื่อว่าเป็นทีมที่มีเกมรับที่ดีที่สุดในอังกฤษ ณ ช่วงเวลานั้น ท้ายที่สุดแล้ว เชลซี ก็ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้นั่นก็คือการคว้าอันดับ 4 ตีตั๋วไปลุยศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ส่วนในเวทีระดับ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ไม่มีใครมั่นใจว่า เชลซี จะผ่านด่าน แอตเลติโก มาดริด ที่ฟอร์มร้อนแรงมากๆ ในปีนั้น แต่ผลปรากฏว่าพวกเขาตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ด้วยสกอร์รวมที่ขาดลอย 3-0 ก่อนจะผ่านด่าน ปอร์โต้ ไล่ไปจนถึงรอบรองชนะเลิศที่เอาชนะสโมสรที่คว้าแชมป์รายการนี้มากที่สุดนั่นก็คือ เรอัล มาดริด เชลซี ต้องเปิดศึกกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปีที่ทีมจากอังกฤษต้องมาห้ำหั่นกันเอง หลายๆ ฝ่ายต่างเชียร์และเชื่อมั่นว่า "เรือใบสีฟ้า" ในยุคที่แกร่งที่สุดของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังไงก็เหนือกว่า แต่อะไรก็เกิดขึ้นได้ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เมื่อ เชลซี ที่เล่นเกมรับที่เหนียวแน่นกว่า และประตูเดียวที่เกิดขึ้นในเกมนั้นจาก ไค ฮาแวร์ตซ์ ก็ส่งให้ "สิงโตน้ำเงินคราม" เป็นฝ่ายเถลิงบัลลังก์แชมป์สมัยที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ แน่นอนว่านั่นคือบาดแผลที่ไม่มีวันหายและเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอน แมนเชสเตอร์ ซิตี้

อิตาลี คว้าแชมป์ ยูโร

It's coming Rome: Italy beats England on penalties in Euro 2020 | Daily  Sabah ย้อนเวลากลับไปก่อนที่ทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2020 จะเปิดฉากขึ้นมุมมองของหลายๆ ฝ่ายต่างมองว่า 3 ทีมเต็งแชมป์นั้นประกอบไปด้วย อังกฤษ, ฝรั่งเศส และก็ เบลเยี่ยม แต่ท้ายที่สุดผลปรากฏว่าชาติที่โดดเด่นกว่าใครเขาเพื่อนเลยนั่นก็คือ ทีมชาติอิตาลี ที่โชว์ฟอร์มการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยมตั้งแต่นัดเปิดสนาม เล่นเกมรุกได้จัดจ้าน เก็บชัยชนะได้รัวๆ ผ่านด่านยากๆ อย่าง สวิตเซอร์แลนด์, เบลเยี่ยม, สเปน เรียกได้ว่าชนะทุกนัดยิงยาวไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศที่ต้องฟาดแข้งกับ อังกฤษ เกมต้องห้ำหั่นกันต้องช่วงของการดวลจุดโทษหลังเสมอกันในเวลาปกติ 1-1 สุดท้ายทัพ "อัซซูรี่" ของ โรแบร์โต้ มันชินี่ ก็เป็นฝ่ายเข้าวินและได้โอกาสเถลิงบัลลังก์แชมป์ ยูโร 2020 อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นแชมป์สมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ต่อจากปี 1968 แต่สิ่งที่เด็ดดวงยิ่งกว่านั้นก็คือการประกาศกร้าวว่านี่ไม่ใช่ อิตาลี ที่มีดีแค่เกมรับอีกแล้ว แต่ยังเป็นทีมที่มีศักยภาพเกมรุกที่อันตรายและน่ากลัวไม่แพ้ชาติชั้นนำใดๆ ในโลก

แกร์ด มุลเลอร์ เสียชีวิต

Germany, Bayern Munich football great Gerd Muller dies aged 75 | Daily Sabah มาดูกันที่เรื่องของข่าวเศร้าแห่งปีกันบ้างเมื่อวงการลูกหนังต้องสูญเสียตำนานผู้ยิ่งใหญ่อย่าง แกร์ด มุลเลอร์ โคตรตำนานของเยอรมันในวัย 75 ปีที่ต้องลาจากโลกนี้ไปหลังล้มป่วยจากโรคโรคอัลไซเมอร์ตั้งแต่ช่วงปี 2015 เจ้าของฉายา "แดร์ บอมเบอร์" หรือ "เจ้าลูกระเบิด" เป็นเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ บาเยิร์น มิวนิค ทีรา 566 ประตูจาก 607 เกม เป็นดาวซัลโวสูงสุดบนประวัติศาสตร์ บุนเดสลีกา เยอรมัน ที่ 365 ประตูจากการลงเล่น 427 เกม และแน่นอนว่าในระดับนานาชาติกับ "อินทรีเหล็ก" เขาก็คือเจ้าของสถิติดาวซัลโวสูงสุดเช่นกันที่ 68 ประตูจากการลงเล่น 62 เกม หนึ่งในภาพจำที่ดีที่สุดของชายที่ชื่อ แกร์ด มุลเลอร์ ก็คือการเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยพา เยอรมันตะวันตก เชือด ฮอลแลนด์ คว้าแชมป์โลกปี 1974 รวมไปถึงการทำ 2 ประตูในวันที่คว้าแชมป์ ยูโร ปี 1972 ที่ถล่ม สหภาพโซเวียต 3-0 ถึงตอนนี้ตัวจะจากไปแต่รับประกันได้เลยว่าเรื่องราวของตำนานผู้นี้จะอยู่ในความทรงจำและเป็นแรงบันดาลใจชั้นดีให้กับผู้คนทั้งวงการรวมไปถึงคนรุ่นหลังนับจากนี้เป็นต้นไป

โรนัลโด้ ทุบสถิติดาวซัลโว ทีมชาติ

Euro 2020: Cristiano Ronaldo becomes joint-highest goalscorer in  international football history คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกส่วนหนึ่งมาจากสถิติการพังประตูที่ถล่มทลาย การเป็นเครื่องจักรถล่มประตูของพี่แกได้จารึกสุดยอดสถิติเอาไว้ในปี 2021 นั่นก็คือการครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดในนามทีมชาติแต่เพียงผู้เดียว ย้อนกลับไปในวันที่ 1 กันยายน วันที่ โปรตุเกส ต้องทำศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก กับ ไอร์แลนด์ เจ้าของโค้ดเนม CR7 จัดการเหมาคนเดียว 2 ประตูในเกมนั้น ทำลายสถิติเดิมที่ อาลี ดาอี โคตรตำนาน ทีมชาติอิหร่าน ที่เคยทำไว้ที่ 109 ประตู ปัจจุบันสถิติดังกล่าวของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ถูกยืดออกไปเรื่อยๆ ที่ 115 ประตูแล้วและก็ไม่มีแนวโน้มว่าจะหยุดลงง่ายๆ ด้วยเหมือนกัน ไม่รู้เลยว่านับจากนี้ไปจนถึงอนาคตข้างหน้าจะมีใครหน้าไหนสามารถโค่นสถิตินี้ลงได้

แมนฯ ยู ไล่ โซลชา

Manchester United manager Ole Gunnar Solskjaer not concerned by criticism |  The Japan Times โอเล กุนนาร์ โซลชา อาจถูกจดจำในฐานะตำนานผู้ยิ่งใหญ่คนหนึ่งของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฐานะสุดยอดซูเปอร์ซับ แต่ไม่ใช่แน่ๆ สำหรับการเป็นผู้จัดการทีม เพราะยิ่งเวลาผ่านไปเรื่อยๆ ยิ่งเห็นภาพที่ชัดมากขึ้นว่า "ปีศาจแดง" ไม่ได้ดูเข้าใกล้กับการล่าความสำเร็จเลย แถมยังโดนวิจารณ์มากมายในเรื่องของแท็คติก การเล่นแบบกล้าๆ กลัวๆ ตลอดจนการแก้เกมที่ชวนเสียอารมณ์สุดๆ ทั้งที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ในยุคของเขาเล่นเสริมทัพด้วยแข้งระดับชั้นนำมามากมายโดยเฉพาะในซีซั่นนี้ที่ได้มาทั้ง ราฟาเอล วาราน, จาดอน ซานโช่ รวมไปถึงการกลับมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ชีวิตของ "น้าโอเล่" เป็นเหมือนแมวเก้าชีวิตเพราะทุกๆ ครั้งที่ผลงานของ แมนฯ ยูไนเต็ด น่าผิดหวัง พลาดมาหลายๆ เกมติดต่อกันจนมีข่าวและกระแสเรียกร้องให้รีบตะเพิดแกออกจากตำแหน่งไปไวๆ จากนั้นทีมก็จะกลับมาผลงานดีอีกครั้ง วนเป็นลูปเดิมๆ แบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่ก็อย่างที่ทราบกันว่าฤดูกาล 2021-22 ด้วยการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมมันก็นำมาซึ่งความคาดหวังในการลุ้นความสำเร็จที่มีมากขึ้น แต่ผลการแข่งขันมันกลับไม่ได้ดูดีขึ้นอย่างที่คิด การแพ้ให้คู่อริแบบน่าอับอายทั้ง ลิเวอร์พูล ด้วยสกอร์ 5-0 และ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อีก 2-0 ตลอดจนการโดนทีมน้องใหม่หน้าเก่าอย่าง วัตฟอร์ด ถลุงไปอีก 4-1 นั่นคือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ โอเล กุนนาร์ โซลชา โดนเฉดหัวพ้นตำแหน่งกุนซือ "ปีศาจแดง" ในท้ายที่สุด แน่นอนว่าแฟนๆ ส่วนใหญ่มองว่านั่นคือข่าวดี จากนั้นก็มาเป็น ราล์ฟ รังนิค ที่ได้เข้ามารับงานรักษาการก่อนชั่วคราว ก่อนจะเตรียมตัวหากุนซือคนใหม่ในช่วงจบซีซั่น

กุน แขวนสตั๊ด

Sergio Aguero: World of football reacts as Manchester City legend announces  retirement at Barcelona - Eurosport ปี 2021 นี้นับเป็นอีกปีที่มีเหล่าแข้งดังตัดสินใจแขวนสตั๊ดหันหลังให้กับเส้นทางค้าแข้งอยู่หลายคน แต่สำหรับ เซร์คิโอ อเกวโร่ น่าจะเป็นคนที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดเลยก็ว่าได้ การตัดสินใจอำลาของเขามันเกิดขึ้นเพราะความจำเป็นด้วยปัญหาทางด้านสุขภาพ ย้อนกลับไปช่วงปลายเดือนตุลาคม เซร์คิโอ อเกวโร่ รู้สึกแน่นหน้าอกและถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมที่ บาร์เซโลน่า เสมอกับ อลาเบส 1-1 ก่อนจะเจ้าตัวจะถูกตรวจพบว่ามีอาการหัวใจเต้นผิดปกติ และนั่นก็ทำให้เขาไม่สามารถกลับมาเล่นฟุตบอลได้แบบเดิมอีกต่อไป พี่บ่าว "เอล กุน" สร้างชื่อจนเป็นที่รู้จักกับผลงานอันยอดเยี่ยมที่สร้างไว้กับ แอตเลติโก มาดริด ในฐานะวันเดอร์คิดที่เก่งที่สุดแห่งยุค ก่อนจะสถาปนาตัวเองขึ้นเป็นหนึ่งในยอดดาวยิงระดับโลกของวงการลูกหนังก็ตอนย้ายมา แมนเชสเตอร์ ซิตี้ นับเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมโกยแชมป์ได้มากมาย ช่วยยกระดับให้สโมสรกลายเป็นทีมเบอร์ 1 ของอังกฤษจนถึงทุกวันนี้ พร้อมกับตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของ "เรือใบสีฟ้า" ที่ 260 ประตูจากการลงเล่น 360 นัด

บัลลงดอร์ 2021

Johan Cruyff called Messi's 7 Ballon d'Or wins in 2012 | Barca Universal นักฟุตบอลทุกคนต่างมีความใฝ่ฝันอยากได้ครอบครอง หรือ บัลลงดอร์ ด้วยกันทั้งนั้น แต่มันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย โดยเฉพาะในปี 2021 ที่มีผู้เล่นที่ถูกมองเป็นเต็งถึง 5 คนด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, ลิโอเนล เมสซี่, คาริม เบนเซม่า, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ จอร์จินโญ่ ซึ่งทุกๆ คนต่างก็มีความดีความชอบและเหตุผลที่มากพอที่จะได้ครอบครองรางวัล ลูกบอลทองคำ ท้ายที่สุดแล้วหลังมีการโหวตลงคะแนนกันผู้ชนะประจำปี 2021 นี้ก็คือ ลิโอเนล เมสซี่ ที่สามารถคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ได้เป็นสมัยที่ 7 นับเป็นสถิติที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ลูกหนัง ปัจจัยหลักๆ ก็มาจากผลงานส่วนตัวที่โดดเด่น รวมไปถึงการพา อาร์เจนติน่า เถลิงบัลลังก์แชมป์ โคปา อเมริกา อย่างยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันมันก็มีประเด็นดราม่าตามมา เพราะหลายๆ คนมองว่า เมสซี่ ไม่ใช่คนที่คู่ควรเมื่อเทียบกับอีกหลายๆ คน

บาร์เซโลน่า สูญเสีย ลิโอเนล เมสซี่

เส้นทางใหม่ที่ปารีส หลัง Lionel Messi ได้เซ็นสัญญากับ PSG แล้ว -  สมาคมคนรักแมนยู ลิโอเนล เมสซี่ คือทุกสิ่งทุกอย่างของโคตรทีมอภิมหาอำนาจอย่าง บาร์เซโลน่า ทั้งเรื่องของชื่อเสียงและความสำเร็จเขาคือคนที่นำพาสิ่งเหล่านี้มาสู่รั้วสโมสร นับตั้งแต่ปี 2004 วันที่เดบิวต์ในสีเสื้อทีมชุดใหญ่พี่แกได้สร้างปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ไว้มากมายด้วยพรสวรรค์ระดับสูง ลงเล่นไปเกือบ 800 นัด ซัลโวได้ถล่มทลายเกือบๆ 700 ประตู พาทีมกอบโกยถ้วยแชมป์ได้เป็นกอบเป็นกำจนได้รับการยกย่องว่าเป็นนักฟุตบอลที่ดีที่สุดแห่งยุค เผลอๆ อาจจะยิ่งใหญ่ที่สุดในระดับประวัติศาสตร์ลูกหนังเลยด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตามเมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2021 ข่าวร้ายที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์สโมสรก็ได้เกิดขึ้น เมื่อ บาร์เซโลน่า ต้องเจอวิกฤตปัญหาในเรื่องของการเงิน มีหนี้สินท่วมหัวซึ่งเป็นงานยักษ์ที่ โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ทิ้งระเบิดเอาไว้ลูกใหญ่จากปัญหามากมายที่ก่อ รวมไปถึงการทุจริตคอร์รัปชั่นต่างๆ นาๆ นั่นเป็นต้นเหตุให้ บาร์เซโลน่า ไม่สามารถจัดการต่อสัญญาใหม่ให้กับ ลิโอเนล เมสซี่ ได้ หลังจากเปลี่ยนมาเป็นยุคของ โจน ลาปอร์ต้า ไม่ว่าจะสโมสรจะหาทางแก้ไขยังไงก็ตามสุดท้ายก็ไม่สามารถจัดการเรื่องเพดานค่าเหนื่อยนักเตะในทีมได้ตามกฏเกณฑ์ที่ ลา ลีกา ตั้งเอาไว้ มันก็เลยส่งผลให้ผู้คนทั้งวงการที่ไม่ใช่แค่แฟน บาร์ซ่า ต้องช็อกตาตั้งไปตามๆ กัน เมื่อ ลิโอเนล เมสซี่ จำใจต้องเก็บข่าวของไปจาก บาร์เซโลน่า พร้อมกับแถลงอำลาทั้งน้ำตา ก่อนจะไปลงเลยกับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แบบไม่มีค่าตัวแม้แต่แดงเดียว

การกลับมาของ CR7

Phase two of Man Utd 'masterplan' to pair Ronaldo with fearsome partner การไปจาก บาร์เซโลน่า ของ ลิโอเนล เมสซี่ นับเป็นเหตุการร์ที่สร้างความตกตะลึงให้แก่วงการลูกหนังแบบสุดๆ ในรอบหลายทศวรรษเลยก็ว่าได้ แต่ในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันมันก็มีอีกหนึ่งดีลที่ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่างกันเลย เมื่อ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ตัดสินใจย้ายออกจาก ยูเวนตุส และเหมือนกับว่าจะไปจบที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะสื่อดังในแต่ละประเทศต่างก็โหมกันหนัก ทางเอเยนต์อย่าง จอร์จ เมนเดส เองก็เดินทางไปเจรจาด้วยตัวเองถึงที่เลยด้วย แต่สุดท้ายมันกลับกลายเป็นว่า เจ้าของโค้ดเนม CR7 ได้ตัดสินใจย้ายกลับมาค้าแข้งในรั้ว โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด อีกครั้งกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไม่มีใครคาดคิด  เล่นทำเอาเหล่าบรรดาสาวก "เร้ด เดวิลส์" แฮปปี้ดี๊ด๊ากันสุดๆ จนหัวใจแทบวาย เพราะนี่คือสิ่งที่พวกเขาวาดฝันว่าอยากให้มันเกิดขึ้นมากที่สุด  คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเตะเบอร์ 1 ของโลกจากโปรไฟล์ที่สร้างไว้อย่างสุดยอดกับ เรอัล มาดริด แต่ช่วงชีวิตที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือที่ๆ ทำให้ผู้คนทั้งโลกได้รู้จักกับ CR7 และการกลับมาครั้งนี้พี่แกก็ไม่ได้ทำให้แฟนๆ ผิดหวังกับการลงเล่นไป 19 นัด ซัดไป 13 ประตู และกดไปอีก 2 แอสซิสต์

โควิด กลับมาระบาดอีกครั้ง

Coronavirus pandemic: A record 18 positive cases found in latest Premier  League Covid-19 tests - Eurosport การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 กลายเป็นปัญหาระดับโลกซึ่งส่งผลต่อทุกฝ่ายทั้งด้านเศรษฐกิจและการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไปแบบไม่มีวันกลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว แต่ในโลกของฟุตบอลถ้าย้อนเวลากลับไปในช่วงๆ ปลายฤดูกาลก่อนจนถึงช่วงต้นของซีซั่นนี้สถานการณ์ต่างๆ เริ่มดูดีขึ้น ด้วยมาตรการการป้องกัน การรับวัคซีนที่ถูกต้อง การใช้ชีวิตที่เป็นระบบระเบียบ นั่นทำให้การแข่งขันฟุตบอลเริ่มกลับมาแข่งได้ตามปกติโดยที่เหล่าแฟนบอลสามารถกลับเข้ามาชมเกมในสนามได้ อย่างไรก็ตามโลกมนุษย์กลับมาใช้ชีวิตกันอย่างเกรงกลัวอีกครั้งเมือเชื้อไวรัส โควิด-19 เกิดการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่ "โอไมครอน" ที่ติดและแพร่ระบาดได้ง่ายและรวดเร็วมากขึ้น และแทบไม่มีอาการใดๆ แสดงออกมาให้เห็นซึ่งวัคซีนบางตัวไม่สามารถป้องกันได้ โดยการลุกลามอย่างหนักและรวดเร็วว่ากันว่าตอนนี้มีเกินกว่า 100 ประเทศไปแล้วที่ต้องเจอกับผลกระทบกับเชื้อตัวใหม่นี้ ตลอดช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาการกลับมาแพร่ระบาดอีกครั้งของเชื้อไวรัส โควิด-19 ได้ส่งผลกระทบต่อวงการฟุตบอล มีนักเตะหลายคนผลตรวจเป็นบวก นั่นทำให้โปรแกรมการแข่งขันในหลายๆ ประเทศต้องเลื่อนออกไป อาทิเช่น ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่เลื่อนแข่งกันระนาวเลย ซึ่งนี่เป็นเอฟเฟ็กต์แค่เบื้องต้นเท่านั้นโดยที่เราไม่รู้เลยว่านับจากนี้ไปมันจะส่งผลเลวร้ายกว่านี้อีกไหม วงการฟุตบอลจะต้องเจอกับชะตากรรมแบบเดิมๆ เหมือนที่ผ่านๆ มาอีกไหม ต้องหยุดเตะกลางคัน พักเบรกไปยาวๆ และแฟนบอลจะยังเข้าชมเกมในสนามได้อยู่ต่อ เราก็คงต้องติดตามกันต่อไป

HaMu Dos Santos

logoline