ส่อง 5 คีย์แมนก่อนดูบิ๊กเกม “กิเลน” ฉะ “สายฟ้า”

16 กันยายนคือดีเดย์วัน “ซูเปอร์บิ๊กแมตช์” ที่จะโคจรมาเจอกันอีกครั้งระหว่าง เอสซีจี เมืองทอง ที่เตรียมเปิดบ้าน เอสซีจี สเตเดี้ยม รับอริตลอดกาลอย่าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ซึ่งความสำคัญในเกมนี้ของทั้งคู่มีความหมายต่างกันโดย “เจ้าบ้าน” ต้องการ 3 แต้มเพื่อล้างแค้นหลังจากโดนยำเละมาในเกมนัดที่แล้ว ส่วน “ทีมเยือน” ต้องการ 3 แต้มเพื่อย้ำแค้นและเพื่อเป้าหมายแชมป์ที่คะแนนเยอะสุดตลอดกาลอีกครั้ง

และในเกมนี้ถือว่า “น่าสนใจ” และ “น่าดู” กว่านัดที่แล้วที่เจอกันมากๆ เพราะคราวนี้ทั้งสองทีมอยู่ในช่วงที่ฟอร์มพีคด้วยกันทั้งคู่ โดย กิเลนผยอง ไร้พ่ายมาตลอด 5 นัดแบ่งเป็นชนะ 4 และเสมอ 1 เกม ส่วน สายฟ้า ไร้พ่ายมาแล้ว 10 เกมติดแบ่งเป็นชนะ 9 และเสมอ 1 นัด ทำให้เกมในคืนวันอาทิตย์น่าจะออกรสออกชาดกว่าเดิมแน่นอน

วันนี้ “ทีมงานขอบสนามบอลไทย” ขอโหมโรงเกมนี้ด้วยการพามาดู 5 คีย์แมนของทั้งสองทีมว่าจะทีมไหนจะปังกว่ากัน ลองไปดูกันโลด …….. 

 


1. เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส และ ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต

สองคนนี้คือ “เดอะแบก” ของทั้งสองทีมแบบแท้ทรู โดย “เฮแบร์ตี้ เฟอร์นานเดส” มีสถิติยิงไปแล้ว 22 ประตูในไทยลีกปีนี้ นำเป็นดาวซัลโวประจำทีมแบบเดี่ยวๆ พร้อมกับทำยอดยิงรวมได้ 99 ประตูเหลืออีกเพียง 1 ตุงก็จะครบ 100 ประตู สรรพคุณคงไมต้องบอกอะไรมากทุกๆ คนคงเห็นแล้วว่าเขาคนนี้พร้อมชงเอง กินเอง ในทุกจุดของสนาม เท้าซ้ายที่ทรงพลัง และมีจุดเด่นคือลูกตั้งเตะต่างๆ ที่พร้อมซัลโวทุกระยะทำการ

ส่วน “ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต” ว่าที่ดาวซัลโวไทยลีกในลีกในปีนี้กับยอดรวม 29 ประตูจาก 29 นัดคงไม่ต้องบอกอีกเช่นกันว่าเขาสุดยอดขนาดไหน ไม่ว่าจะเป็นความสามารถเฉพาะตัว , ลูกเล่น , ทริคต่างๆ และที่สำคัญเล่ห์เหลี่ยมในแบบฉบับอเมริกาใต้ที่เขามักใช้ประจำ ซึ่งสามารถช่วยทีมตัวเองและหลอกล่อทีมอื่นให้หัวเสียได้อยู่เสมอ ส่วนจุดเด่นที่สุดในปีนี้ของ “ดิโอโกล” คงต้องยกให้ลูกยิงที่จัดว่าได้ง้างเป็นเข้าๆ อยู่ตลอด

 


2. ลี โฮ และ อันเดรส ตูเนซ

นี่คือ 2 ปราการหลังสุดท้ายของทั้งสองทีม โดย ลี โฮ แม้ว่าตำแหน่งที่แท้จริงของเขาอาจจะไม่ใช่กองหลังโดยธรรมชาติ แต่ต้องยอมรับว่าการที่มีแข้งเกาหลีใต้คนนี้กลับเข้ามาสู่ทีมในเลกที่ 2 มันก็พอทำให้เกมรับของ เมืองทอง ที่เละตุ้มเป๊ะในเลกแรกดูดีขึ้นมาบ้าง แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยเซฟการเสียประตูเยอะที่สุดตอดกาลในปีนี้ไว้ได้ แต่เชื่อเถอะว่าการมีแข้ง “กองกลาง” ที่เล่น “กองหลัง” ได้รายนี้ดีกว่าไม่มีเยอะเลย

ส่วน อันเดรส ตูเนซ เซ็นเตอร์ชาวเวเนซูเอล่ายังคงเป็นหัวใจในเกมรับของ บุรีรัมย์ ไม่เปลี่ยนแปลงแม้จะเปลี่ยนคู่หูไปเรื่อยๆ ล่าสุด 3 ประสานแดนหลังที่มี ชิติพันธ์ แทนกลาง กับ พรรษา เหมวิบูลย์ ขนาบแข้งก็เล่นร่วมกันได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญคือการเล่นที่ดุดันและกัดไม่ปล่อยไม่ว่าจะเป็นกองหน้คนไหนก็ตาม อีกทั้งความเป็นผู้นำของพ่อหนุ่มเครางามรายนี้คืออันดับต้นๆ ของทีมอีกด้วย

 


3. สารัช อยู่เย็น และ จักรพันธ์ แก้วพรม

นี่คือ 2 มิดฟิลด์ตัวกลางทีมชาติไทยที่มีอะไรคล้ายๆ กัน ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างและความสำคัญในแดนกลาง โดย สารัช อยู่เย็น ที่ปีนี้กลับมาลงสนามได้แบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้ว่าช่วงแรกจะฟอร์มดร็อปลงไปพอสมควรถึงถฃขนาดโดนแฟนบอลทีมตัวเองด่าก็โดนมาแล้ว แต่พอ เมืองทอง หาทีมชุดที่ลงตัวได้ก็ทำให้ “กัปตันตัง” ก็เป็นหัวใจในแดนกลางได้อย่างยอดเยี่ยม จุดเด่นที่สุดคือลูกบู๊และการวางบอลสั้นยาวที่ทำได้ดีอยู่ตลอด

ส่วน จักรพันธ์ แก้วพรม ที่เปรียบเสมือนมิดฟิลด์คู่บุญของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เลยก็ว่าได้ เพราะตั้งแต่ย้ายมาร่วมทีมปราสาทสายฟ้าเขาไม่เคยฟอร์มตกไปเลย และในปีนี้ความลงตัวในแดนกลางมีมากขึ้น เพราะการได้ สุภโชค กับ ศุภชัย มาช่วยทำให้สมดุลในแดนกลางของทีมดีมากๆ ที่สำคัญที่ทำให้เกมรุกของ บุรีรัมย์ ไหลลื่นก็เพราะการมีมิดฟิลด์ในแบบฉบับบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ เล่นแล้วให้ ให้แล้วไป อย่าง “เจ้าโน๊ต” นี่แหละ

 


4. ชาช่า โคเอลโญ่ และ ออสวัลโด ฟิญโญ่

นี่คือ 2 บราซิลเลี่ยนที่น่าจะเป็นตัวเปลี่ยนเกมได้เช่นกัน สำหรับ ชาช่า โคเอลโญ่ นักเตะ บุรีรัมย์ คงจะรู้กันดีเพราะปีที่แล้วเล่นด้วยกันอยู่ตลอด แม้ว่าช่วงแรกจะดูไม่เข้ากับ เมืองทอง แต่ชั่วโมงนี้ดูเหมือน “ชาช่า” จะกลายเป็นคนละคนกับในเลกแรกไปแล้ว เพราะดูเขาจะฟิตขึ้น , เล่นได้เข้าขากับ เฮแบร์ตี้ มากขึ้น และที่สำคัญความคมกลับมาแล้ว เมื่อ 3 เกมหลังสุดซัดไปเบาๆ ที่ 5 ประตู

มาที่ ออสวัลโด้ ฟิญโญ่ กองหน้าร่างเล็กชาวบราซิลที่ตั้งแต่ย้ายมาเล่นให้กับ ปราสาทสายฟ้า เขาเพิ่งจะประเดิมประตูแรกในเกมนัดที่แล้วที่ยิงใส่ สุโขทัย แต่เชื่อเถอะว่าถ้าใครได้ดูฟอร์มของเขาจะติดใจแน่นอน เพราะจุดเด่นของ ออสวัลโด้ ไม่ใช่การยิงประตูอยู่แล้ว แต่เป็นการทำลายเกมรับคู่ต่อสู่ด้วยความเร็วที่เขามี ที่พร้อมจะกระชากไปแบบไม่เห็นฝุ่น และที่สำคัญเขามาพร้อมกับลูกจ่ายสวยๆ ที่พร้อมปั้นให้ ดิโอโก้ ยิงและยิง

 


5. ชาริล ชัปปุยส์ และ ศุภชัย ใจเด็ด

เริ่มกันที่พ่อหนุ่ม ชาริล ชัปปุยส์ ช่วงหลังๆ ประมาณ 4 – 5 เกมที่ผ่านมา ใครได้ดู “ลูกครึ่งรูปหล่อ” รายนี้เล่นจะรู้เลยว่าเขาเล่นดีขึ้นมาก ดูมีประโยชน์มากๆ กับการถูกดันขึ้นไปเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก การขยับไปเล่นด้านบนน่าจะทำให้เขาได้ทำในสิ่งที่คุ้นเคยนั่นคือการปั้นเกม ซึ่งมันเป็นผลดีที่ทำให้ช่วงเวลานี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เขาทำได้กับ เอสซีจี เมืองทอง

ปิดท้ายกันที่ ศุภชัย ใจเด็ด ซึ่งเขาเปรียบเสมือนอาวุธลับที่มักจะมาอย่างถูกที่ถูกเวลาเสมอ โดยเกมล่าสุดที่ ดิโอโก้ เงียบฉี่แต่เขาสามารถยิง 2 ประตูใส่ สุโขทัย ได้อย่างยอดเยี่ยม และถ้าใครได้ติดตามฟอร์มของ “เจ้าอาร์ม” ก็จะรู้ว่านี่คือช่วงเวลาที่เขากำลังเจิดจรัญอย่างเต็มที่ทั้งในนามสโมสรและทีมชาติไทย ดังนั้นเขาจึงถูกจับให้อยู่ใน 5 คีย์แมนของ บุรีรัมย์ ในนัดนี้

 

บทความโดย : บอลกูรู (เจษดาพร ศรีสรง)

RELATED NEWS