เอสซีจี เมืองทองฯ “FOOTBALL’S COMING HOME” ของจริง

ทีมกิเลนผยอง แถลงข่าวเปิดตัวสู้ศึกฤดูกาล 2019 อย่างยิงใหญ่ ด้วยสโลแกนที่ว่า “FOOTBALL’S COMING HOME” แปลเป็นไทยว่า “ฟุตบอลกลับบ้าน” ซึ่งความหมายที่เขาสื่อก็คือ เอาแชมป์กลับมาให้ได้ในปีนี้

ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่สโมสรฟุตบอลจะมีสโลแกนที่สวยหรู เพราะจับใจ หรือมีเป้าหมายที่สูงลิ่ว เพราะทุกทีมก็ต้องการมีผลงานที่ดี ต้องการประสบความสำเร็จด้วยกันทั้งนั้น จึงไม่ผิดอะไร

แต่เมื่อมองย้อนกลับมาที่ผลงาน ณ เวลานี้ ของทีม “กิเลนผยอง” ก็ต้องบอกว่าโอกาสที่ ฟุตบอลจะคัมมิ่งโฮม หรือเอาแชมป์กลับมานั้นคงแทบจะเป็นไปไม่ได้แล้วหละครับ เพราะผ่านมา 10 เกม เพิ่งจะชนะไปสองเกม แพ้ถึง 7 เกม มีแค่ 6 คะแนน จมอยู่ท้ายตาราง

ถ้าจะให้บอกตามตรงแบบไม่เกรงใจ ตอนนี้ที่ทำได้ดีที่สุดก็คือหนีโซนตกชั้นขึ้นไปให้ได้ก่อนละครับสำหรับ “เอสซีจี เมืองทอง” เวลานี้

ซึ่งถ้าว่ากันตามจริงแล้ว ก่อนหน้านี้ช่วงที่ผลงานของทีมเริ่มดูกระท่อนกระแท่น จน “โค้ชเบ๊” ต้องขอลาออกไป ทั้งๆ ที่ผลงานตอนนั้น ผมว่ามันไม่ได้น่าเกลียดอะไรมากนัก แต่ก็ต้องเข้าใจละครับ เพราะมันแพ้มากกว่าชนะ เมื่อไม่ดีก้ต้องไป

ตอนที่มีโค้ชคนใหม่ชาวเกาหลีใต้ เข้ามาคุมทีม ส่วนตัวก็คิดว่า เอาน่า!! มันน่าจะดีขึ้นแหละ อย่างน้อยกว่าดีกว่าสองนัดที่ใช้บริการโค้ชรักษาการที่แพ้รวด แถมโดนยิงกระจุยกระจายอีกต่างหาก

แต่ไปๆ มาๆ มันก็ดูเหมือนจะไม่ดีขึ้น และแทบไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเลย ทั้งๆ ที่ทีมก้ซ้อมหนัก นักเตะก็ดูตั้งใจซ้อม และลงเล่นด้วยความมุ่งมั่น แต่ทำไมผลงานในสนามมันกลับตกกันข้าม เล่นกันไม่เหมือนเมืองทอง ที่ผมรู้จักเลย

ต่อบอลกันเสียง่ายๆ เล่นกันไปแบบไม่มีทิศทาง เกมรุกฝืด เกมรับห่วย คือไม่มีอะไรดีสักอย่าง

นี่ก้ผ่านมาหลายเกมแล้ว ทำไมมันถึงยังไม่ดีขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีคนออกมาวิเคราะห์เหตุผลนู้นนี่นั้นก็เยอะแล้ว บ้างก็ว่านักเตะหมดใจ บ้างก็ว่าโค้ชไม่เก่ง บ้างก็ว่านักเตะชั้นไม่ถึง ก็ว่ากันไปครับ เราไม่รู้สาเหตุที่แน่นอนหรอก เพราะเราไม่ใช่คนในทีม

และเมื่อพอเห็นผลงานมันออกมาเป็นแบบนี้แล้ว ก็อดคิดไม่ได้ว่า สมมติถ้า “โค้ชเบ๊” ยังทำทีมอยู่ มันจะเป็นแบบนี้ไหม แต่ทางกลับกันถ้าโค้ชเบ๊ ได้คุมทีมมาถึง 10 นัด ก็แสดงว่าผลงานก่อนหน้านี้มันคงดีกว่าที่เป็นอยู่ละครับ ถูกไหม?

คือผมกำลังจะบอกว่าถ้าโค้ชเบ๊ ยังคุมทีมเอสซีจี เมืองทองฯ ผมว่าอาจจะเก็บชัยชนะได้บ้างในช่วงทีผ่านๆ มา 4-5 เกมในลีก แต่มันมันเปลี่ยนโค้ชมาสองคน จากทั้ง อุท้ย บุญเหมาะ และ ยุน จอง ฮวาน ก็เท่ากับว่าเริ่มกันใหม่สองรอบ มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็น

ถึงตรงนี้แน่นอนว่าแฟนบอลกิเลนผยอง และบอรืดบริหารคงต้องลืมคำว่า “FOOTBALL’S COMING HOME” ไปก่อน จะเอาแชมป์ลีกมันคงยากแล้วแหละ 

และก็ไม่ต้องคิดอะไรมากด้วยในลีก ผมว่าเลกสองถ้าได้มีการเสริมทัพดีๆ โดยเฉพาะตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาร์ฟ ที่ต้องเอาตัวอย่าง เซลิโอ ที่เคยหามาได้ หรือไม่ก็ต้องแบบตูเนซ ของบุรีรัมย์ อะไรทำนองนี้มายืนคุมหลังให้แน่นก่อน และอีกคนที่ต้องหามาก็คือตัวทำเกม หรือกองหน้าระดับโป้งปิดบัญชีเข้ามาแทนที่ตัวเก่า บอกกับแบ็กที่แฟนบอลอยากเห็นดีกว่านี้ ก็ต้องลองหาเข้ามา

เมื่อมีนักเตะเข้ามาใหม่ และก็พยายามทำผลงานในลีกให้ค่อยๆ ดีขึ้น พยายามหนีโซนสีแดงออกไปห้ได้ จากนั้นก็ไปเน้นบอลถ้วยเป็นหลักถ้าอยากจะได้แชมป์ และไปเอซีแอล โดยเฉพาะในบอลเอฟเอ คัพ ที่ก็มีโอกาสจะไปได้สวยแต่ทั้งหมดทั้งมวลก็ขึ้นอยู่กับผลงานในลีกด้วย ถ้ายังจมบ๊วยอย่างนี้ โอกาสจะไปเป็นแชมป์บอลถ้วยก็ยาก

ถ้าทำได้ละก็ ดมเมนตั้มของทีมก็จะกลับมา สมมติได้แชมป์เอฟเอ คัพ ได้โควต้าไปเพลย์ออฟเอซีแอล ส่วนในลีกไม่ตกชั้น ผมว่ามันก็โอเคอยู่นะสำหรับฤดูกาลนี้ ยิ่ง ยุน จอง ฮวาน เป็นโค้ชที่เก่งบอลถ้วยด้วยแล้ว ผมว่ามีโอกาส

แต่ก็อย่างที่บอกในลีกอย่าประมาท จะทำอะไรต้องรีบทำ เพราะถ้าลีลาชักช้าละก็ อาจจะน้ำตาตกในเหมือนกับบีจี เมื่อซีซั่นที่แล้วก็เป็นได้ ถ้าไม่อยาก “FOOTBALL’S COMING HOME” หรือ กลับบ้านเก่าจริงๆ เลกสองต้องกลับมา

 

มูซาชิ

 

 

RELATED NEWS