ขอบสหนัง – Moviereview “Furious 7”

หนังจากที่ผมวนเวียนกับแฟรนไชส์ Fast & Furious มาสักพักใหญ่ จนมาถึงงานลำดับที่ 7 ภาคที่ทำรายได้สูงสุดตลอดกาลของหนังชุดเรื่องนี้ เมื่อ 5 ปีที่แล้ว หนังได้เจมส์ วาน เจ้าพ่อหนังสยองขวัญ มาปรุงแต่งหนังและเล่าเรื่องได้มีอรรถรสเผลอๆอาจจะได้กว่า จัสติน ลิน ด้วยซ้ำ เพราะงานชิ้นนี้ เขาไม่ได้ทำได้งดงามในเรื่องการออกแบบฉากแอ็คชั่น การต่อสู้กันทั้งการเผชิญหน้า หรือการซิ่งรถ แต่ยังเชื่อมโยงพล็อคหนังเรื่องประเด็นความออกมาได้ไหลเลื่อนเลยละ

.
ข้อดี
ผมขอเว้นเรื่องราวประเด็นดราม่านักแสดงหรือการเสียชีวิตของพอล วอล์คเกอร์ ในระหว่างถ่ายทำ ขอเขียนในสิ่งที่ได้สัมผัสจากหนัง Furious 7 “เหมือนบาปกรรมจากลอนดอน จะตามเราถึงบ้าน” การรวมตัวของทีมแก๊งค์ซิ่ง ที่จากชีวิตอันแสนสงบไม่ได้เป็นอาชญากรกลับกลายเป็นว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญมาลายพวกเขา เพราะปมความแค้นจาก Furious 6 หนังเชื่อมต่อประเด็นการตายของ ฮาน จาก Tokyo Drift ผนวกเข้ากับการโผล่มาของตัวละครอย่าง เด็คการ์ด ชอว์ ประเด็นการแก้แค้นจึงเริ่มต้นขึ้น
.
พวก 1 ต้องการแก้แค้นให้เพื่อน อีกพวก 1 ต้องการมาเอาคืนแทนน้องชาย หนังจึงมาพร้อมกับการเผชิญหน้าต่อสู้กันโดยฉากแอ็คชั่นที่ดูจะวินาศสันตะโร ระห่ำถึงขีดสุด เจมส์ วาน แม้จะไม่เคยทำหนังแอ็คชั่นมาก่อนในเวลานั้น แต่เขาทำการบ้านมาดี นำเสนอให้ Furious 7 มีภาพปรากฏต่อสายตาคนดูไหลลื่น วางพล็อตเรื่องให้ดูง่าย สนุกมากยิ่งขึ้น โดยที่แต่ละซีนของหนังฉากบู๊มันค่อยๆไต่ระดับความพีคเข้าไปเรื่อยๆ ตั้งแต่การดิ่งพสุธาราเพื่อช่วยตัวแรมซี่ ในอาเซอร์ไบจาน, ซิ่งทะลุพิกัดทะลุ 3 ตึกในยูเออี, หรือการปล่อยของซีนสุดท้ายในแอลเอการซิ่ง นอกจากนี้การสร้างประเด็นตาเทพค้นหาบุคคลเข้ามาเพิ่ม ทำให้ทิศทางของหนังต่อยอดไปในภาค 8 อีกด้วย
.
หนังอาจจะดูเว่อไปบ้าง จนมีบางคนไม่ถูกจริตออกแนวขี้โม้ไม่สมจริง แต่ต้องยอมรับการทำงานของ วาน ในการใช้เทคนิค CGI มาคลุกเคล้าในตัวหนังทำให้เราได้ภาพซีนแอ็คชั่นที่ดูมันสะใจคนดู เพราะมันหวือหวา ชวนน่าติดตาม และมันก็ทำให้เราได้เห็นภาพตัวละครไบรอันที่อาจจะไม่สมบูรณ์แบบ เพราะน้องชายเขามาเล่นแทน และต้องตกแต่งใบหน้าให้ดูเนียน แถมยังเป็นการสั่งลาตัวละครนี้ให้ดูเท่ห์ส่งท้ายและปิดฉากให้สมกับที่ครั้งหนึ่งเขาได้อุทิศตัวเองเพื่อหนังเรื่องนี้ ไม่แปลกเลยที่ช่วงท้ายหนังจะเล่นเอาผู้ชมอย่างเราๆน้ำตาไหลพราก ในการอุทิศแด่พอล
.
นักแสดง
เราคิดว่าภาคนี้อาจจะท็อปฟอร์ม ยิ่งทีมดอม เหลือน้อย เราได้เห็นบทบาทสำคัญของครอบครัวชุดนี้ วิน ดีเซล หัวโจ๊กหัวนานทีมลีลาซิ่งกินขาด เป็นพี่ใหญ่, มิเชล โรดริเกวซ สาวซิ่ง 1 เดียวในทีมที่ลีลาไม่แพ้ผู้ชาย, ลูดาคริส ที่เป็นช่างปรับแต่งรถและผู้เชี่ยวชาญด้านไอที , นาตาลี เอ็มมานูเอล เทพคอมพิวเตอร์ที่มาช่วยซัพพอร์ทเทจ, ไทรีส กิ๊บสัน ดาราสายฮาที่มาพร้อมมุกแป๊กที่พร้อมจะสร้างสีสัน หรือพอล วอล์คเกอร์ และน้องชายของเขาอีก 2 ที่่มาช่วยเติมเต็มบทโอคอนเนอร์ ให้สมบูรณ์แบบ
รวมถึงเจสัน สเตแธม ที่มาเป็นนักฆ่าตัวแสบที่มาเพิ่มเคมีความมันส์ในการสู้ตัวต่อตัวกับดอมในเรื่อง ฝาก จา พนม ที่มาร่วมแสดงด้วย เราก็แอบได้ยินสำเนียงไทยของเขาในเรื่องนี้แม้จะน้อยกว่าเพื่อนในการปรากฏตัว แต่เราได้เห็นลีลาศิลปะแม้ไม้มวยไทยการต่อสู้ของเขาที่มาซัดกับไบรอัน 2 ฉากใหญ่จนเราจดจำเขาได้
.
ข้อเสีย
ถ้าไม่มีการเสียชีวิตของพอล และฉากแอ็คชั่นที่มันสะใจคนดู ประเด็นอื่นของหนังก็แทบไม่มีอะไรเลย
.
สรุป
นี่คือFast ที่ครบเครื่องในฉากแอ็คชั่นทั้งฉากการต่อสู้แบบเผชิญหน้าหรือการไล่ล่าบนท้องถนน โดยที่ใช้ปมความแค้นของตัวละคร 2 กลุ่มมาขยายความได้โคตรบันเทิง แถมช่วงท้ายหนังยังสั่งลาไบรอัน โอคอนเนอร์ ได้ลึกซึ้งจนแอบเสียน้ำตาเลยละ
 
หนังมีให้ชมแล้วใน Netflix

RELATED NEWS