จากบทสัมภาษณ์ล่าสุด! วิเคราะห์เหตุผลที่ แกรี่ พังยับกับการคุม ไอค้างคาว

จากบทสัมภาษณ์ล่าสุด! วิเคราะห์เหตุผลที่ แกรี่ พังยับกับการคุม ไอค้างคาว

แกรี่ เนวิลล์ ถือเป็นตำนานนักเตะของทั้ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ ประสบความสำเร็จมาเยอะแยะมากมาย พอแขวนสตั๊ดก็ผันตัวมาเป็นนักวิจารณ์ให้ “สกาย สปอร์ต” ก็ทำหน้าที่ได้ดี ได้รับคำชม เรื่องธุรกิจ เปิดโรงแรมและซื้อสโมสรซัลฟอร์ด ร่วมกับเพื่อนๆ Class of 92 ก็ไปได้สวย

 

ทว่าจุดด่างพร้อยเดียวในโลกลูกหนังของ เนวิลล์ผู้พี่ ดูท่าจะเป็นการคุมทีม บาเลนเซีย ช่วงสั้นๆ 4 เดือน ในระหว่างปี 2015-16 เพราะทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ย่อยยับ คุม 28 นัด ชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 11 ส่วนเหตุผลที่เอาเรื่องนี้กลับมาวิเคราะห์อีกครั้งเพราะ แกรี่ เพิ่งออกมาเปิดใจแบบหมดเปลือกถึงความล้มเหลวของเขากับ “ไอ้ค้างคาว” ซึ่งบทสัมภาษณ์จะอยู่ในเหตุผล 2 ข้อสุดท้ายนะจ๊ะ

 

ขาดประสบการณ์และฝีมือ

 

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการประกาศแต่งตั้ง แกรี่ เนวิลล์ เข้ามาคุมทัพ “ไอ้ค้างคาว” ทีมชั้นนำของ ลา ลีกา สเปน ถือเป็นข่าวที่เซอร์ไพร้ส์และช็อกแฟนบอลทั่วทั้งโลก เพราะนอกจาก เนวิลล์ จะเป็นคนอังกฤษชนิดเข้าเส้น 100% แล้ว พี่แกยังไม่มีประสบการณ์ในการคุมทีมมาก่อนเลยอีกด้วย เป็นแค่ผู้ช่วยกุนซือ รอย ฮ็อดจ์สัน ในทีมชาติอังกฤษเท่านั้น แต่อยู่ๆ ก็ได้มาคุม บาเลนเซีย ซะอย่างนั้น 

 

ซึ่งนอกจากประสบการณ์แล้ว แน่นอนว่าพอไม่มีประสบการณ์ การแก้เกม แท็คติกต่างๆ ก็ยังมึนๆ งงๆ ไหนจะมาทำงานต่างแดนต่างลีก ไม่คุ้นชินอีกทีนี้ก็ไปกันใหญ่สิครับ ชิพหายวายป่วง คุมทีมไป 28 นัด ยังหาระบบการเล่นที่ลงตัวไม่ได้เลย เปลี่ยนไปเรื่อย เริ่มจากเล่นหลัง 3 พอไม่เวิร์ค ก็เปลี่ยนเป็น 4-4-2 ก็ยังดูไม่ดีเลยปรบเป้น 4-5-1 ก็ยังไม่ลงตัว สุดท้ายวนลูปสลับไปมาจนนักเตะงงเป็นไก่ตาแตก แถมการแก้เกมก็ไม่ได้มีทีเด็ดอะไรเลยด้วย 

 

เด็กเส้น แฟนบอลไม่ต้อนรับ

 

ข้อนี้ต่อจากข้อแรกตะกี้เลยครับ อย่างที่บอกไปการตั้ง เนวิลล์ผู้พี่ เข้ามาเป็นกุนซือ บาเลนเซีย ถือว่าโคตรเซอร์ไพร้ส์ แต่มันก็มีเบื้องลึกเบื้องหลังคือ ปีเตอร์ ลิม เจ้าของสโมสรและนักธุกิจชาวสิงคโปร์ นั้นดันมีความสนิมสนมอย่างยิ่งกับ แกรี่ เนวิลล์ และเหล่าแก๊งค์ Class Of 92 ของ แมนฯ ยูไนเต็ด ถึงขนาดหุ้นกันเปิดโรงแรม และเทคโอเวอร์ทีม ซัลฟอร์ด ร่วมกัน

 

และการหาคนมาแทน นูโน่ เอสปริริโต้ ซานโต้ กุนซือคนก่อนที่โดนไล่ออกกลางฤดูกาล มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ฉะนั้นคิดอะไรไม่ออก ปีเตอร์ ลิม ก็คงมองเห็นว่า เนวิลล์ เป้นถึงตำนานของ “ปีศาจแดง” และ ทีมชาติอังกฤษ ไหนจะเป็นผู้ช่วย “ปู่รอย” ในทีมชาติอีก แถมยังวิจารณ์ วิเคราะห์เกมเก่งเหลือเกินตอนเป็น คอมเม้นท์เตเตอร์ให้ “สกายสปอร์ต” ฉะนั้นแล้วจะรอช้าอยู่ใยเอาเพื่อนกันนี่แหละมาทำทีมดีกว่า ซึ่งสาวก “ไอ้ค้างคาว” ส่วนใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย ยิ่งผลการแข่งขันออกมาไม่ดีก็ยิ่งโดนโห่ไล่ โดนไล่มากๆ ก็กดดัน จนผลงานดิ่งลงเหว แล้ว ปีเตอร์ ลิม ก็ต้องจำใจไล่เพื่อนออกจากเก้าอี้กุนซือไปในที่สุด

 

ปัญหาเรื่องภาษา

 

นี่ก็เป็นอีกปัญหาสำคัญที่ทำให้ เนวิลล์ ไม่ประสบความสำเร็จในอาชีพกุนซือ ซึ่งเรื่องภาษานี่ถือว่าเป็นปัญหาของโค้ชทุกคนเลยก็ว่าได้ และ แกรี่ ก็ออกมายอมรับตามตรงว่าเขาพูดภาษาสเปนไม่ได้เลยสักนิด อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ลงคอร์สเรียนภาษาสเปนทันที แต่อย่างว่าใครมันจะไปเรียนรู้สื่อสารพูดคุยได้เร็วขนาดนั้น ว่ากันว่าช่วงเวลา 4 เดือนที่แดนกระทิงดุ เนวิลล์ พูดภาษาสเปนได้แค่เบสิค สวัสดี, กินข้าวยัง, ไปไหน, ทำอะไร, ฝันดี แค่นั้น

 

กำแพงเรื่องภาษาไม่ได้มีปัญหาแค่ในห้องแต่งตัวหรือในสนามซ้อมเท่านั้น แต่ลามไปถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่อก่อนและหลังเกม เพราะ เนวิลล์ พูดเป็นภาษาอังกฤษ และให้ล่ามแปล ซึ่งบางทีความหมายมันก็เปลี่ยน ยกตัวอย่างครั้งนึง หลังจบเกมที่ บาเลนเซีย เสมอกับ ลา คอรุนญ่า 1-1 โดย อัลบาโร่ เนเกรโด้ กองหน้าของทีมซัดประตูตีเสมอได้ในช่วงท้ายเกม ซึ่ง เนวิลล์ ก็ได้ให้สัมภาษณ์ว่า “ผมภูมิใจในตัวนักเตะทุกคนที่สู้เต็มที่ และก็มั่นใจว่าแฟนๆ บาเลนเซีย ที่ดูอยู่ทีวีอยู่ที่บ้านจะลุกจากเก้าอี้มาฉลองหลัง เนเกรโด้ ยิงตีเสมอได้”

 

แต่ล่ามดันแปลสั้นๆ ว่า “หวังว่าแฟนๆ บาเลนเซีย จะภูมิใจกับผลการแข่งขันที่ออกมา ที่เราสามารถตามตีเสมอได้จาก เนเกรโด้” ชิพหายสิครับ จ้างล่ามผิดชีวิตเปลี่ยน สาวก “ไอ้ค้างคาว” ที่แอนตี้ เนวิลล์ เป็นทุนเดิมยิ่งร้องยี้หนัก เพราะเป้าหมายของพวกเขาคือ 3 คะแนน ไม่ใช่การไล่ตามตีเสมอเอาคะแนนเดียว 

 

ไม่เอาจริงเอาจังกับงานโค้ช

 

ก่อนหน้านี้แม้ อดีตกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด จะไม่เคยออกมาพูดตรงๆ ว่าเขาไม่ได้จริงจังตั้งใจอะไรกับการเป็นกุนซือ แต่จากบทสัมภาษณ์ตัวล่าสุดที่เพิ่งออกมาก็พิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า แกรี่ ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเป็นกุนซือเลยสักนิด 

 

โดย แกรี่ เนวิลล์ ได้ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “ตอนนี้ผมมาลองคิดย้อนกลับไปดู บางทีการปฏิเสธไปมันอาจจะดีซะกว่า แต่บางครั้งการตอบตกลงก็ทำให้เราได้ทำอะไรใหม่ๆ นะ ผมปฏิเสธข้อเสนอจาก 2 ทีมใน พรีเมียร์ลีก และ 2 ทีมจากแชมเปี้ยนชิพ ในช่วง 18 เดือนก่อนจะรับงานคุม บาเลนเซีย”

 

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะเป็นกุนซือขนาดน้น แม้ผมจะเป็นผู้ช่วยของ รอย ฮ็อดจ์สัน ก็เถอะ แต่หน้าที่ของผมคือศีกษาหาข้อมูลมากกว่าการคุมทีมฝึกซ้อม แต่ตอนที่ ปีเตอร์ ลิม โทรมา เขาอยากให้ผมเข้าไปคุมทีมแทนช่วงกลางฤดูกาล เขาต้องการใครสักคน และเขานึกถึงผม” 

 

“ตอนนั้นผมก็มีความทะนงตนอยู่แหละ ผมอยู่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด มา 20 ปี และทำหน้าที่ได้ดีกับการวิเคราะห์เกมให้ สกายสปอร์ต ผมเลยคิดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องง่าย จนตอนนี้ผมรู้แล้วว่ามันเป็นความผิดพลาด แต่มันก็ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่ทำให้ผมได้เรียนรู้มากขึ้น”

 

ขาดความเด็ดขาด

 

ข้อสุดท้ายนี่ก็เพิ่งปรากฏจากบทสัมภาษณ์ครั้งล่าสุดเหมือนกัน ใครจะไปเชื่อว่าระดับอดีตกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ที่ดูก้าวร้าวแข็งกร้าวไม่ยอมใครยามลงสนามในตำแหน่งแบ็กขวา จะมาคุมนักเตะรุ่นน้องที่อายุห่างกันเป็น 10 ปีไม่อยู่

 

โดย แกรี่ ยอมรับว่าเขาไม่เชื่อฟังคำแนะนำของ ปรมาจารย์อย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่บอกให้ตัดพวกหัวโจกที่ไม่เชื่อฟังทิ้งไปซะตั้งแต่วันแรกที่เข้าไปคุมทัพ “ไอ้ค้างคาว” โดยได้ให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “ตอนก่อนจะเริ่มงานคุมทีม ผมเห็นชัดว่ามีนักเตะบางคนไม่แฮปปี้กับการลงเล่น ซึ่งผมควรจะเด็ดขาดตัดชื่อนักเตะพวกนี้ทิ้ง ผมปรึกษาท่านเซอร์ เฟอร์กี้ และเขาก็แนะนำผมอย่างดี”

 

“เขาบอกให้ผมกำจัดนักเตะที่ไม่พร้อมทุ่มเทเต็มร้อยออกไปจากทีมให้หมด เก็บนักเตะที่มองอนาคตข้างหน้ากับทีมเอาไว้ แต่ผมดันไม่ฟังง ผมกลับพยายามโน้มน้าวให้พวกเขาอยู่กับทีมต่ออไปจนจบฤดูกาล ซึ่งนักเตะพวกนั้นก็ไม่แฮปปี้และเล่นไม่เต็มที่”

 

และทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ชีวิตในการคุมทีม บาเลนเซีย ของ แกรี่ เนวิลล์ พังพินาศไม่เป็นท่า ซึ่งพี่แกก็ยืนยันด้วยตัวเองแล้วว่าขอวางมือหันหลังให้การเป็นกุนซือแบบเด็ดขาด ขอใช้ปากวิจารณ์ชาวบ้านหาเงินง่ายกว่าเยอะ

 

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS