จัดทีม XI ปาแลร์โม่ จะโหดขนาดไหน? ถ้าพวกเขาไม่ขาย สตาร์ดัง ให้ทีมอื่น

จัดทีม XI ปาแลร์โม่ จะโหดขนาดไหน? ถ้าพวกเขาไม่ขาย สตาร์ดัง ให้ทีมอื่น

ปาแลร์โม่ อาจจะเป็นทีมที่มีชื่อเสียงในระดับหนึ่งใน อิตาลี แต่ ณ ตอนนี้ต้องหล่นไปไต่เต้าเพื่อชิงตั๋วกลับสู่เวที กัลโช่ เซเรีย อา ให้จงได้ ถึงแม้จะกำลังรั้งเป็นจ่าฝูงใน เซเรีย แต่มันจะดีกว่าไหมถ้าพวกเขาไม่ต้องตกชั้นไปตั้งแต่แรก

พอคิดไปคิดมาจริงๆ ในยุคปัจจุบันก็มีแข้งดังหลายคนที่แจ้งเกิดมาจากสโมสร ปาแลร์โม่ หรือทัพ ‘อินทรีชมพู-ดำ’ ลองคิดดูสิถ้าพวกเขาเหล่านั้นไม่ย้ายออกจากทีมไปเสียก่อน ไม่แน่เหมือนกันพวกเขาอาจจะขึ้นมาเขย่าบัลลังก์และลุ้นแชมป์ลีกสูงสุดอย่างเต็มตัวก็เป็นได้ ซึ่งวันนี้ทาง ‘ขอบสนาม’ จะพาไปดูกันว่าในแต่ละตำแหน่งมีใครกันบ้าง ??? (นับเฉพาะแข้งในยุคปัจจุบัน)

จัดมาในระบบ 3-4-3

ผู้รักษาประตู : ซัลวาตอเร่ ซิริกู (โตริโน่)

Sirigu[1]

เป็นดาวรุ่งที่แจ้งเกิดขึ้นมาจากอคาเดมี่ของ ปาแลร์โม่ แต่กว่าจะได้ก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งนายทวารเบอร์ 1 ของ ปาแลร์โม่ ก็อยู่ในช่วงปี 2009-10 ก่อนจะฉายแววได้ดีและถูก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง กระชากตัวไปเฝ้าเสา พร้อมกับกอบโกยความสำเร็จมากมาย

เซ็นเตอร์แบ็ก : อันเดรีย บาร์ซาญี่ (ยูเวนตุส)

Barzagli[1]

ปัจจุบันหลายคนจดจำชื่อของ อันเดรีย บาร์ซาญี่ ในฐานะตำนานของ ยูเวนตุส ไปแล้ว แต่หารู้ไหมว่าการค้าแข้งอยู่กับ ปาแลร์โม่ ตลอด 4 ปีตั้งแต่ 2004-08 นั่นคือจุดที่ทำให้เขาได้กลายเป็นจุดสนใจ เพราะโชว์ฟอร์มได้ดีจริงๆ จากนั้นก็ย้ายไปเล่นใน เยอรมัน กับ โวล์ฟสบวร์ก 3 ปีก่อนจะย้ายมาปักหลักกับ ยูเวนตุส ในปี 2011

เซ็นเตอร์แบ็ก : คามิล กลิค (โมนาโก)

Glik[1]

ก่อนจะย้ายมา โมนาโก ทาง คามิล กลิค โด่งดังจนได้รับโอกาสติดทีมชาติ โปแลนด์ ก็ตอนฉายแววได้ดีกับ โตริโน่ แต่หารู้ไม่ว่าพี่แกก็เคยเป็นอดีตผู้เล่นของ ปาแลร์โม่ มาก่อน แต่ก็อยู่ได้แค่ปีเดียวเท่านั้น เพราะมีสถานะเป็นแข้งถูกลืมและได้ลงเล่นไปเพียง 4 นัดเท่านั้น

เซ็นเตอร์แบ็ก : ซิมง เคียร์ (เซบีย่า)

kjaer[1]

ซิมง เคียร์ กองหลังผู้เปี่ยมไปด้วยพลังกำลังราวกับสัตว์ป่าถูกกระชากตัวจาก มิดทิลแลนด์ มา ปาแลร์โม่ เมื่อปี 2008 ในสมัยที่ยังเป็นวัยทีน เขาถูกซื้อมาก็เพื่อเป็นตัวแทนของ อันเดรีย บาร์ซาญี่ ที่ย้ายไป โวล์ฟสบวร์ก และเขาก็ใช้เวลาไม่นานจนก้าวมามีบทบาทสำคัญในแผงแนวรับจนแทบจะเป็นหัวใจสำคัญเลยจริงๆ

วิงแบ็กฝั่งขวา : มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน (แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด)

Darmian[1]

ก่อนจะย้ายมา แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลายคนอาจจะเห็นภาพ มัตเตโอ ดาร์เมี่ยน สร้างโปรไฟล์มาแจ่มเหลือเกินตอนอยู่กับ โตริโน่ แต่จริงๆ พี่แกเป็นเด็กจากศูนย์ฝึกของ เอซี มิลาน แต่ไม่รุ่งก็เลยต้องโยกย้ายออกไปหาทีมใหม่ที่เหมาะสมกับตัวเอง ซึ่งก่อนจะมาแจ้งเกิดขึ้นกับ โตริโน่ ช่วงฤดูกาล 2010-11 ดาร์เมี่ยน ก็เคยเป็นผู้เล่นของ ปาแลร์โม่ มาก่อน แต่ก็มีสถานะเป็นแค่อะไหล่สำรองเท่านั้น ได้ลงเล่นไปแค่ 14 นัด

มิดฟิลด์ตัวกลาง : ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ (โรม่า)

Pastore[1]

ย้อนกลับมาเมื่อปี 2009 ในแถบ 5 ลีกดังของยุโรปจะต้องจับสายตาไปที่ ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ เลยจริงๆ เพราะนี่คือเพลย์เมคเกอร์ที่ได้รับการยกย่องอย่างมากเรื่องของพรสวรรค์การจ่ายบอลที่แม่นยำ, วิสัยทัศน์และการขับเคลื่อนเกมที่ไหลลื่น หลังจากถูกซื้อตัวมาจาก ฮูรากัน ใน อาร์เจนติน่า และจากการระเบิดฟอร์มในปีต่อมาที่กดไป 14 ประตู 7 แอสซิสต์ จาก 44 เกม นั่นทำให้ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง อดใจไม่ไหวเลยต้องเดินเรื่องทุ่มเงินกระชากตัวไปเสริมทัพโดยด่วน

มิดฟิลด์ตัวกลาง : ฟรังโก้ วาซเกซ (เซบีย่า)

2016-04-17T000000Z_1_MT1ACI14353056_RTRMADP_3_SPORT[1]

1 ปีต่อมาหลังจากขาย ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ ออกไป ทาง ปาแลร์โม่ ก็ไปหาแรร์ไอเท็มจากทาง อาร์เจนติน่า มาอีกแล้วนั่นคือ ฟรังโก้ วาซเกซ จาห เบลกราโน่ และก็ถือว่าโชคดีสุดๆ เพราะ ฟรังโก้ วาซเกซ สามารถประจำการตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางได้เยี่ยม และทดแทนการจากไปของ ปาสตอเร่ ได้แบบไร้รอยต่อจริงๆ และนี่ก็คือกุญแจสำคัญที่ช่วยพา ‘อินทรีชมพู-ดำ’ กลับขึ้นชั้นมาในปี 2014 ก่อนจะย้ายไปหาความท้าทายกับ เซบีย่า อีก 2 ปีให้หลัง

วิงแบ็กฝั่งซ้าย : โยซิป อิลิซิช (อตาลันต้า)

Ilicic[1]

ปาแลร์โม่ ส่งแมวมองไปลาดตระเวนแถวๆ สโลวีเนีย จึงทำให้ได้เจอกับ โยซิป อิลิซิช ผู้เล่นดาวรุ่ง (ในตอนนั้น) ที่แววดี แต่กลับไปได้โอกาสจากต้นสังกัด มาริบอร์ ปาแลร์โม่ ก็เลยไม่ลังเลที่จะซื้อตัวมาร่วมทีมในปี 2010 และ อิลิซิช ก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่า มาริบอร์ คิดผิดที่ไม่ยอมให้โอกาสกับตน เพราะ 3 ปีกับ ปาแลร์โม่ นี่คือ 11 ผู้เล่นตัวจริง แต่พอทีมตกชั้นกลับไปอีกครั้งก็เลยทำให้เจ้าตัวได้โอกาสย้ายมาค้าแข้งกับ ฟิออเรนติน่า และปัจจุบันกับ อตาลันต้า ตามลำดับ

กองหน้า : เปาโล ดีบาล่า (ยูเวนตุส)

Dybala[1]

อีกหนึ่งขุมทรัพย์ที่ ปาแลร์โม่ ไปเจอมาใน อาร์เจนติน่า ก็คือ เปาโล ดีบาล่า ที่ปัจจุบันโด่งดังเป็นพลุแตกพร้อมกับก้าวขึ้นชั้นแข้งระดับเวิลด์คลาสไปแล้วด้วยกับ ยูเวนตุส ย้อนกลับไปปี 2012 ปาแลร์โม่ ควักเงิน 10 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติของสโมสร ณ ตอนนั้นล่าตัว ดีบาล่า มาปลุกปั้นจาก อินสติตูโต้ แต่ที่สำคัญคือพี่แกเล่นปล่อยของให้ชาวโลกได้เห็นทันทีกับความสุดยอดด้านพราสวรรค์จนใครต่อใครต่างก็ยกย่องพี่แกเป็นเสียงเดียวกันว่านี่คือ ‘ลิโอเนล เมสซี่’ คนต่อไป

กองหน้า : อันเดรีย เบล็อตติ (โตริโน่)

Belotti[1]

ปาแลร์โม่ จัดการเซ็นสัญญากับ อันเดรีย เบล็อตติ เป็นการถาวรหลังกดไป 10 ประตูพร้อมกับทีมเลื่อนชั้นสู่เวที เซเรีย อา ไดสำเร็จ แต่จากนั้นกลับไม่ได้รับโอกาสเท่าที่ควรจนหลุดเป็นสำรองไปโดยปริยาย แต่ยังดีที่พี่แกคิดถูกที่ย้ายมาอยู่กับ โตริโน่ เพราะนั่นคือที่ๆ ให้ชีวิตใหม่แก่เขา พร้อมกับระเบิดฟอร์มยิงประตูได้เป็นกอบเป็นกำ เล่นทำเอา ปาแลร์โม่ เสียดายกันเลยทีเดียว

กองหน้า : เอดินสัน คาวานี่ (ปารีส แซงต์-แชร์กแมง)

Cavani[1]

ปัจจุบัน เอดินสัน คาวานี่ ได้รับการยกย่องไปแล้วเหมือนกันว่านี่คือหนึ่งในกองหน้าที่ดีที่สุดในโลกลูกหนังยุคนี้ แถมยังอยู่ในหน่วย 3 ทหารเสือที่จัดว่าโหดเบอร์ต้นๆ ของโลกด้วยในการผนึกกำลังกับ เนย์มาร์ และ คีเลียน เอ็มบัปเป้ ที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า คาวานี่ ก็เคยเป็นเด็กเก่าของ ปาแลร์โม่ มาก่อน 4 ปีและก็ฉายแววได้ดีเรื่องการซัดตาข่าย ก่อนจะไปแจ้งเกิดสุดๆ ก็ตอนอยู่กับ นาโปลี ช่วงปี 2010-13

RELATED NEWS