เป็นอีกครั้งที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ในห้วงเวลาที่ยอดเยี่ย และมีโอกาสก้าวขึ้นไปเถลิงบัลลังก์แชมป์ทั้ง 4 รายการประกอบไปด้วย พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ
ซึ่งถ้าจะเรียนกันตามตรงในทางทฤษฎีก็ต้องบอกว่าพวกเขามีโอกาสมากเหลือเกินที่จะสร้างประวัติศาสตร์กวาดทุกโทรฟี่มาครองให้ได้ แต่ทว่าในทางปฎิบัติมันอาจจะไม่ได้ง่ายมากมายขนาดนั้น แม้ผลงานในสนามจะอยู่ในช่วงที่พีคขั้นสุด ลงสนามนัดใดก็ตบคู่แข่งเป็นว่าเล่น ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาไปวิเคราะห์ถึงความเป็นไปได้ของทัพ "เรือใบสีฟ้า" กันหน่อยว่าเส้นทางในแต่รายการเป็นอย่างไรบ้าง และมีโอกาสซิวแชมป์มาครองได้มาก-น้อย ขนาดไหน
ลีก คัพ (รอบชิงชนะเลิศ พบกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์)
นี่น่าจะเป็นก้าวเดินที่มีโอกาสไต่ขึ้นไปคว้าโทรฟี่แชมป์มากที่สุดแล้ว เพราะเหลือโปรแกรม และชัยชนะอีกเพียงเกมเดียวเท่านั้น โดยพลพรรคทัพ "เรือใบสีฟ้า" ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะว่าไปก็เหมือนเป็นเต้ยใหญ่ของฟุตบอลรายการนี้อยู่เหมือนกัน เพราะสามารถซิวแชมป์มาครองได้ 3 สมัยติดต่อกันแล้ว ซึ่งคู่แข่งของพวกเขาในรอบชิงชนะเลิศนั้นก็ต้องบอกว่าอาจจะไม่ใช่งานที่ง่ายมากเท่าไหร่นัก เพราะต้องโคจรมาพบกับ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ที่มีเจ้าพ่อบอลถ้วยอย่าง โชเซ่ มูรินโญ่ ยืนขวางหน้าอยู่ แต่กระนั้นเมื่อมองไปที่ผลงานโดยรวมแล้วก็ต้องยอมรับว่าพวกเขายังคงเป็นต่ออยู่มากพอสมควร ส่วนทางฝั่ง "ไก่เดือยทอง" ยังคงหาความสม่ำเสมอไม่เจอในช่วงนี้ โดยในเกมลีกซีซั่นนี้เจอกันมา 2 ครั้ง ทั้งคู่ผลัดกันชนะ และแพ้กันไปคนละเกม สุดท้ายอย่างที่กล่าวไปนี่คงจะเป็นบันไดก้าวแรกของโปรเจ็กต์เดินหน้าคว้า 4 แชมป์ที่ดูดีไม่ใช่น้อย และจะเป็นการเพิ่มสถิติครองแชมป์ 4 สมัยติดต่อกันอีกด้วย ซึ่งจะได้สัมผัสถ้วยแชมป์ใบนี้อีกครั้งหรือไม่คำตอบจะเกิดขึ้นในวันที่ 25 เมษายน นี้พรีเมียร์ลีก อังกฤษ (เหลือ 8 นัด นำอันดับสอง 14 คะแนน)
ว่ากันตามตรงตอนนี้ก็เหลือแค่เพียงสลักชื่อ, ผูกริบบิ้น และชูถ้วยแชมป์แล้ว สำหรับการรีเทิร์นกลับมาคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้งของพวกเขา แม้จะเหลืออีกถึง 8 เกมให้ลงสนาม และตามทฤษฎีมันยังมีช่องทางให้พลาดได้ แต่ในทางปฎิบัติโอกาสมันเหลือไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำที่ลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะทำถ้วยหลุดออกจากมือ แม้ในช่วงเริ่มต้นซีซั่น แมนฯ ซิตี้ จะออกสตาร์ทด้วยความกระท่อนกระแท่นไม่มีความคงเส้นคงว่า มีหลุดแพ้ และเสมออยู่บ่อยครั้ง แต่ทว่าพอ เป๊ป เองแก้ไขปัญหาจุดอ่อนที่พบเจอ บวกลูกทีมสามารถตอบสนองได้ตามที่ต้องการ มันเลยออกมาเป็นความสม่ำเสมอที่มีเหนือกว่าหลายๆ ทีมที่อยู่หัวแถวในตอนนี้ สถิติชนะติดต่อกัน 13 นัดในลีกเป็นเครื่องชี้วัดชั้นเยี่ยมถึงความแข็งแกร่งของพวกเขาตลอดฤดูกาลนี้ ฉะนั้นมันคงไม่แปลก และรวดเร็วจนเกินไปที่จะยกให้พวกเขาจะเข้าวินคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองได้อีกสมัย ตอนนี้อยู่แค่ว่ามันจะช้า หรือเร็ว มากขนาดไหนในการยืนยันการเป็นแชมป์แบบหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
เอฟเอ คัพ (เข้ารอบรองชนะเลิศ)
ผ่านไปแบบสดๆ ร้อนๆ กำลังการกรุยทางเข้าสู่รอบรองชนะเลิศของ แมนฯ ซิตี้ ด้วยการบุกไปเชือด เอฟเวอร์ตัน ถึงถิ่น 0-2 แม้จะเป็นเกมที่ยากลำบากตามที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บอกหลังเกม แต่ทว่าพวกเขาก็สามารถผ่านมันไปได้อย่างสวยงาม พร้อมเก็บคลีนชีตเพิ่มกำลังใจมากขึ้นไปอีก เท่ากับตอนนี้พวกเขาเหลือบันไดอีก 2 ขั้นในการเถลิงบัลลังก์แชมป์ ซึ่งคู่แข่งในรอบต่อไปก็ต้องดูว่าจะเป็นใคร เพราะก็ยังมีทีมใหญ่อื่นๆ อยู่ในเส้นทางเช่นกันไม่ว่าจะเป็น เชลซี คู่แข่งในรอบรองชนะเลิศ หรือ เลสเตอร์ ซิตี้ แต่เมื่อมองกันไปตามหน้าเสื่อพวกเขายังคงเหนือกว่าทุกทีมในรอบนี้ พร้อมถูกยกให้เป็นเต็ง 1 ที่จะกวาดถ้วยเก่าแก่นี้ไปครอง เพื่อสานต่อประวัติศาสตร์ของทีมที่เคยคว้าทริปเปิ้ลแชมป์บอลในประเทศเมื่อฤดูกาล 2018-19แชมเปี้ยนส์ลีก (รอบ 8 ทีมสุดท้าย พบกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์)
ถ้วยแชมป์ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และ แมนฯ ซิตี้ ถวิลหามากที่สุดแล้ว เพราะถือโทรฟี่ที่สโมสรไม่เคยเอื้อมมือไปสัมผัสได้เลย ส่วน เป๊ป เองนับตั้งแต่ออกมาจาก บาร์เซโลน่า เขาก็ไม่เคยก้าวขึ้นไปยังจุดสูงสุดตรงนั้นได้อีก ซึ่งเมื่อมันมาผสมกันมันเลยเกิดเป็นความกระหายในทุกย่อมหญ้าของสโมสร โดยโปรแกรมของ "เรือใบสีฟ้า" ในรอบก่อนรองชนะเลิศนี้ต้องโคจรมาพบกับ ดอร์ทมุนด์ ทีมพลังหนุ่มที่นำหน้ามาโดย เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ เด็กระเบิด กับ จาดอน ซานโช่ อดีตเด็กในอคาเดมี่ของพวกเขา ซึ่งถ้าดูจากผลงานตามหน้ากระดาษก็ต้องยอมรับว่าพวกเขายังคงดูเป็นต่ออยู่พอสมควร แต่ในเรื่องของฟุตบอลอะไรมันก็สามารถเกิดขึ้นได้ ส่วนเรื่องของอนาคตถ้าผ่านด่าน "เสือเหลือง" ได้ก็มีไม่ บาเยิร์น ก็ เปแอสเช ยืนขวางหน้าอยู่อีก ฉะนั้นแล้วในเหล่าบรรดา 4 ถ้วยแชมป์ การเป็นเจ้ายุโรปดูคงจะเป็นเรื่องที่ยากสุดแล้วในชั่วโมงนี้ เพราะต่างอุดมไปด้วยเสือ, สิงห์ และกระทิง มากมาย แต่อย่างที่บอกฟุตบอลลูกกลมๆ บวกกับมันสมองของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า มันก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้เช่นกัน สรุปแล้วถ้าถามว่า แมนฯ ซิตี้ มีความเป็นไปได้มากขนาดไหนกับการคว้า 4 แชมป์ในฤดูกาล ? ตอบชัดๆ เลยตรงนี้ว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงเหมือนกัน เพราะด้วยศักยภาพที่เราเห็นกันอยู่ว่าพวกเขามีดีทั้งในเรื่องของเกมรับที่โคตรลงตัว บวกกับความหลากหลายของเกมรุกที่ไม่ได้หวังพึ่งพาใครเพียงคนเดียว นอกจากนั้นปัจจัยสำคัญคือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่ทำให้ทีมนี้แข็งแกร่งขึ้นมาอย่างเป็นอย่างมาก ทั้งที่หนึ่งปีก่อนหน้านี้พวกเขาถอยหลังกลับไปมากสมควร แต่... มุมที่จะพลาดมันก็มีเหมือนกัน เพราะอย่างที่เรารู้กันว่ากว่าจะเดินทางไปถึงสุดทางของแต่ละรายการ มันย่อมมีเรื่องราวระหว่างนั้นโดยเฉพาะเรื่องของอาการบาดเจ็บของนักเตะที่อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญทำให้ทีมเป๋ไปได้เหมือนกัน สุดท้ายลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเถลิงความยิ่งใหญ่ในฤดูกาลนี้ได้หรือไม่ เวลาเท่านั้นที่จะเป็นคำตอบชั้นยอดให้กับเหล่าแฟนบอลเอง- เปา ขอบสนาม -











