background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

หลัง “โค้ชอู๊ด” สระราวุฒิ ตรีพันธ์ กุนซือใหญ่คนล่าสุด ตัดสินใจแยกทางกับ การท่าเรือเอฟซี เป็นที่เรียบร้อย

ซึ่งดูจากสถานการณ์แล้วการจากลากันครั้งนี้น่าจะปุปๆ ปัปๆ พอสมควร เพราะก่อนหน้านี้มีโอกาสจะไปแล้วแต่ไม่ไป สุดท้ายยื้อมาจนถึงขัดล่าสุดนี้ 

เช่นเดียวกับโปรแกรมไทยลีกที่ยังมีเตะกันอยู่ในทุกๆ สัปดาห์ รวมไปถึงฟุตบอล ACL 2022 รอบเพลย์ออฟที่ ท่าเรือ จะต้องบุกไปเล่นกับ อุลซาน ฮุนได ถึงที่เกาหลีใต้ ในวันที่ 15 มี.ค. นี้อีก 

ทำให้ตอนนี้ “เจ้าท่า” ของ “มาดามแป้ง” จะขยับไปทางไหนก็ลำบากพอตัว เราจึงได้เห็นการแต่งตั้ง "วีรยุทธ์ บินอับดุลเลาะมาน" ผู้ช่วยโค้ชที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นกุนซือขัดตาทัพไปก่อน 

จนถึงตอนนี้ยังไม่รู้อนาคตจริงๆ ว่า มาดามแป้ง จะเอาอย่างไรกับเรือลำนี้ที่กำลังโซไปเซมา เพราะดูแล้วไม่ง่ายสักเคส ไม่ว่าจะเป็นอาโค้ชใหม่เข้ามา ก็ยังไม่รู้ว่าใคร ซึ่งถ้าเอาเข้ามาก็ต้องมาปรับกันใหม่หมด (อีกครั้ง)

หรือจะหันไปเอาคนเก่ามาช่วยงานให้ทีมเดินไปก่อน เพราะอย่าลืมว่าฟุตบอลเอเชียนัดเดียวรู้เรื่อง (ชนะเข้ารอบแบ่งกลุ่มทันที) ก็อาจจะโดนว่าวนลูปนรก (อีกครั้ง) 

แต่ถึงใครจะว่า "วนลูป" ส่วนตัวมองว่าในตอนนี้ "น้ำพริกถ้วยเก่า" สำคัญกว่าความสดใหม่จาก "อาหารจานใหม่" 

เพราะมันมีหลายๆ ปัจจัย ที่ทำให้ “น้ำพริกถ้วยเก่า” ดีกว่า

ทั้งความคุ้นเคยในเรื่องของการทำงาน ทั้งเวลาที่มันกระชั้นชิด ทั้งการรู้จักนักบอลท่าเรือ ซึ่งข้อหลังอันนี้สำคัญมากๆ ดังนั้นคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางสถานการณ์ของทีมในตอนนี้จึงสำคัญที่สุด 

 

แน่นอนว่ามันก็ต้องเป็นคนใกล้ตัว “มาดามแป้ง” ที่สุดด้วยเช่นกัน ...

ใครจะมองยังไงไม่รู้แต่ตอนนี้ ขอยกให้ “เซอร์เด็จ” จเด็จ มีลาภ เป็นคนที่มีโอกาสคัมแบ็กคุมทีมมากที่สุด เพราะเขาคือคนที่รู้จัก ท่าเรือ ดีที่สุด และพร้อมกลับมาทำงานทุกเมื่อถ้าโดนเรียกตัว

อย่างน้อยๆ ก็ให้ทำงานในตอนนี้ยังหาใครเข้ามาเป็นหัวเรือใหญ่แบบจริงๆ จังๆ ไม่ได้ หรืออย่างแย่ที่สุดเอาให้ผ่าน ACL รอบเพลย์ออฟนี้ไปก่อนก็ได้ เพราะฟุตบอลนัดเดียวอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้น ท่าเรือ ควรให้ความสำคัญไปที่ถ้วยเอเชียใบนี้ด้วย เนื่องจากทุกถ้วยในเมืองไทยในตอนนี้ท่ีทีมไม่มีอะไรให้หวังอีกแล้ว ... 

สุดท้าย ณ ตอนนี้ไม่รู้เลยจริงๆ ว่า "หวย" ที่มาดามแป้งรอจิ้มนั้นจะไปออกหน้าไหน เอาเป็นว่ารอดูไปพร้อมๆ กันว่าการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะส่งผลต่อ การท่าเรือ เอฟซี ในช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้อย่างไรบ้าง ??? 

 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline