แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตอนนี้ยังคงครองจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ด้วยการมี 73 คะแนนจากการลงเล่น 30 นัด นำห่าง ลิเวอร์พูล อยู่เพียงแต้มเดียวเท่านั้น โดยเกมๆ นี้บางทีอาจเป็นตัวตัดสินชี้ชะตาทีมแชมป์เลยก็เป็นได้

สำหรับเกมแรกที่เจอกันมาในฤดูกาลนี้ที่ แอนฟิลด์ ผลปรากฏว่าสกอร์จบที่ 2-2

สถิติที่น่าสนใจก่อนเกม

- ลิเวอร์พูล ไม่ชนะ แมนฯ ซิตี้ 4 เกมหลังสุดที่เจอกันในลีก

- ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีทไม่ได้เลยตลอด 11 นัดหลังสุดในลีกที่บุกไปเยือน เอติฮัด สเตเดี้ยม

- นี่เป็นการพบกันครั้งที่ 23 ระหว่างทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ต่างฝ่ายต่างเอาชนะได้คนละ 8 ครั้ง

- แมนฯ ซิตี้ ชนะ 8 จาก 9 เกมหลังสุดที่เล่นเกมลีกในบ้านตัวเอง ยกเว้นนัดที่แพ้ สเปอร์ 2-3 วันที่ 19 ก.พ. ที่ผ่านมา

- แมนฯ ซิตี้ เป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดใน พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ที่ 18 ประตู

- แมนฯ ซิตี้ เก็บได้ 18 คลีนชีทบนลีกสูงสุดของอังกฤษซีซั่นนี้เท่ากับ ลิเวอร์พูล

- ฟิล โฟเด้น ยิงประตูได้ตลอด 3 นัดหลังสุดที่เจอกับ ลิเวอร์พูล มีผู้เล่นเพียงคนดียวที่ทำได้ 4-5 เกมติดต่อกันก็คือ เจมี่ วาร์ดี้ ช่วงปี 2016-17

- ริยาด มาห์เรซ อาจกลายเป็นแข้ง แมนฯ ซิตี้ คนที่ 3 ที่ทำได้ 6 ประตูติดต่อกันในเกมลีกที่บ้านตัวเอง ต่อจาก อูเว่ รอสเลอร์ ปี 1994 และ อัลบาโร่ เนเกรโด้ ปี 2013

- ถ้า ลิเวอร์พูล ชนะวันนี้พวกเขาจะขึ้นไปเป็นจ่าฝูงครั้งแรกนับตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม

- ลิเวอร์พูล ชนะเกมลีกมา 10 นัดรวดแล้ว และเก็บได้ถึง 8 คลีนชีท

- ลิเวอร์พูล ไม่แพ้ใครติดต่อกันทุกรายการ 8 นัด

- ลิเวอร์พูลไม่เสียประตูในครึ่งแรกติดกันมาแล้ว 19 นัดรวมทุกรายการ

- โมฮาเหม็ด ซาลาห์ อาจยิงประตูใส่ แมนฯ ซิตี้ ได้ 4 นัดติดต่อกัน โดยผู้เล่นคนล่าสุดที่ทำได้ก็คือ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงค์ ที่ทำได้ 5 เกมติดต่อกัน เมื่อช่วงปี 2000-03

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline