ปัจจุบัน "ยูงทอง" รั้งอยู่อันดับ 16 แข่ง 33 นัด มี 34 คะแนน อยู่เหนือโซนตกชั้นแค่ 5 คะแนนเท่านั้น ส่วน แมนฯ ซิตี้ กำลังครองจ่าฝูง แข่ง 33 นัด มี 80 คะแนน นำหน้าคู่แข่งอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่แค่แต้มเดียวเท่านั้น
สำหรับเกมนัดแรกที่เจอกันมาในฤดูกาลนี้ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ผลปรากฏว่าเป็น "เรือใบสีฟ้า" ที่เอาชนะไปแบบถล่มทลาย 7-0
สถิติที่น่าสนใจก่อนเกม
- ลีดส์ ไม่แพ้เกมลีกยามเฝ้ารังต่อ แมนฯ ซิตี้ มาตั้งแต่ปี 2000 ตอนแพ้ 1-2
- ลีดส์ แพ้แค่ 2 จาก 9 เกมหลังสุดยามเฝ้ารังต่อกับ แมนฯ ซิตี้ ในเกมลีก (ชนะ 6 เสมอ 1)
- แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นชนะ ลีดส์ ทั้งไป-กลับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฤดูกาล 1981-82 ซึ่งปีนั้น ลีดส์ ตกชั้น
- ลีดส์ ไม่ชนะเกมลีกในบ้าน 6 เกมรวดยามเจอกับทีมแชมป์ก่า (เสมอ 2 แพ้ 4) นับตั้งแต่เอาชนะ อาร์เซน่อล 1-0 ปี 1999
- ลีดส์ อาจสร้างสถิติเก็บ 3 คลีนชีทติดกันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2002
- ลีดส์ เก็บคลีนชีทไม่ได้เลยตลอด 9 เกมหลังสุดในลีกที่ได้เฝ้ารัง
- ลีดส์ ไม่แพ้ใครตลอด 5 เกมหลังสุดในยุคของ เจสซี่ มาร์ช (ชนะ 3 เสมอ 2)
- แมนฯ ซิตี้ อาจชนะ 3 เกมติดต่อกันในลีกเป็นครั้งแรกในปี 2022
- แมนฯ ซิตี้ แพ้เกมเยือนในลีกแค่นั้นเดียวในซีซั่นนี้นั่นคือการแพ้ สเปอร์ส 0-1 หลังจากนั้น ชนะ 12 เสมอ 3 จาก 15 นัด
- แมนฯ ซิตี้ มีลุ้นเก็บคลีนชีทเกมเยือน 5 นัดติดในลีกเป็นครั้งแรกบนหน้าประวัติศาสตร์
- เควิน เดอ บรอยน์ มีส่วนร่วม 8 ประตูจากเกมลีก 6 นัดหลังสุด (ยิง 4 แอสซิสต์ 4)
- ริยาด มาห์เรซ มีส่วนร่วมถึง 12 ประตูจาก 9 เกมหลังสุดในลีก (ยิง 8 แอสซิสต์ 4)
- กาเบรียล เชซุส ยิง 6 ประตูจาก 5 เกมหลังสุด นับเป็นสถิติที่ทำได้เท่ากับก่อนหน้านี้ที่ 28 นัด
















