นับเป็นธรรมเนียมของทุกปี เมื่อจบศึก Super Bowl ไป ไฮไลท์ต่อมาของชาวอเมริกันเกมส์ทั้งหลาย นั่นก็คือศึกออลสตาร์แมตช์ ของบาสเก็ตบอล NBA ที่ปีนี้จะดวลกันในช่วงเช้าของวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป
โดยในปีนี้ความพิเศษของศึกออลสตาร์ ก็คือ NBA จัดการยกเครื่องการแข่งขันใหม่ทั้งหมด จากเดิมที่เป็นการแข่งขันแบบแบ่งฝั่งตะวันออก vs ตะวันตก มาเป็นศึกแห่งศักดิ์ศรีระหว่าง “ทีมสหรัฐอเมริกา” ปะทะ “ทีมรวมดาราโลก” ในรูปแบบของมินิทัวร์นาเมนต์
จากเดิมที่มีการแข่งขัน 2 ทีม แต่ปีนี้จะแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ทีมด้วยกัน ซึ่งจะแบ่งตามสัญชาติและช่วงอายุ
ทีมแรกคือทีมรวมดาราโลก เป็นการรวมซุปเปอร์สตาร์ NBA ที่มาจากนานาชาติ นำทีมโดย ยานนิส อันเทโทคุมโป, นิโกล่า โยคิช, ลูก้า ดอนซิช, คาร์ล-แอนโธนี่ ทาวน์ส และ วิคเตอร์ เวมบันยาม่า โดยมี ดาร์โก รายาโควิช เป็นเฮดโค้ช
ขณะที่ทีมสหรัฐอเมริกา จะแบ่งออกเป็น 2 ทีม ก็คือ USA Stars จะเป็นตัวแทนคลื่นลูกใหม่ของสหรัฐ รวมดาวรุ่งอายุน้อยอย่างเช่น แอนโธนี่ เอ็ดเวิร์ดส์, เดวิน บุคเกอร์, เคด คันนิ่งแฮม และไทรีส เมซีย์ โดยมี เจ.บี. บิคเกอร์สตาฟฟ์ เป็นโค้ช
ส่วนทีม USA Stripes จะเป็นทีมจอมเก๋าของสหรัฐ ที่รวมเอาตำนานและผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่าง เจย์เลน บราวน์, เลบรอน เจมส์, เควิน ดูแรนท์, คาวี่ เลโอนาร์ด และจาเลน บรันสัน โดยมี มิตช์ จอห์นสัน เป็นโค้ช
รูปแบบของการแข่งขันที่จะเป็นมินิทัวร์นาเมนต์นั้น จะไม่ใช่การแข่ง 4 ควอเตอร์ยาวๆ เหมือนเดิม แต่จะเป็นการแข่งแบบ Round-Robin (พบกันหมด) จำนวน 4 เกม เกมละ 12 นาที
เกมที่ 1: USA Stars vs. World
เกมที่ 2: USA Stripes พบกับ ทีมผู้ชนะ จากเกมที่ 1
เกมที่ 3: USA Stripes พบกับ ทีมผู้แพ้ จากเกมที่ 1
เกมที่ 4 (Championship): เอา 2 ทีมที่มีสถิติดีที่สุดมาเจอกันเพื่อชิงแชมป์ (ถ้าสถิติเท่ากัน 1-1 ทั้งสามทีม จะวัดกันที่ผลต่างคะแนนได้เสีย)
แน่นอนว่าการปรับเปลี่ยนรูปแบบในครั้งนี้ เพิ่มความตื่นเต้นและน่าติดตามให้กับศึกออลสตาร์มากขึ้น
จากเดิมเป็นการแข่งขันระดับคอนเฟอเรนซ์ ระหว่าง ฝั่งตะวันออก vs ตะวันตก แต่คราวนี้จะเป็นการเดิมพันด้วย ศักดิ์ศรีของชาติ เพราะทางลีกคาดหวังว่าธีม USA vs. World จะช่วยแก้ปัญหาที่ผู้เล่นเล่นกันแบบไม่จริงจังในปีก่อนๆ การแบ่งฝ่ายชัดเจนแบบนี้จะกระตุ้นความอยากเอาชนะเพื่อพิสูจน์ว่า "บาสเกตบอลอเมริกา" หรือ "บาสเกตบอลนานาชาติ" ใครคือเบอร์หนึ่งของโลก
นอกจากการดวลกันของทีมสหรัฐกับรวมดาราโลก ยังเป็นการวัดกันของทีมสหรัฐระหว่างรุ่นพี่ กับ รุ่นน้อง ทำให้เราจะได้เห็นการปะทะกันของผู้เล่นระดับตำนานอย่าง เลบรอน-ดูแรนท์ จะพบกับ เอ็ดเวิร์ดส-บุคเกอร์ อย่างจริงจังด้วย
ขณะเดียวกันการวางระบบแข่งขันให้เล่นกันแค่ 12 นาที เหมือนเล่นแค่ควอเตอร์เดียว ทำให้ทุกนาทีในสนามมีความหมาย ผู้เล่นไม่สามารถออมแรงได้เหมือนการเล่นยาว 48 นาที บวกด้วยการตั้งเงินรางวัลรวม 1.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 56 ล้านบาท) โดยทีมแชมป์จะได้คนละ 125,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4 ล้านบาท), รองแชมป์ได้ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 ล้านบาท) และอันดับสามได้ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 8 แสนบาท)
เรียกว่าปีนี้ NBA พยายามจะแก้เบื่อชาวยัดห่วง ด้วยการปรับระบบการแข่งขันใหม่ ใส่ธีมรักชาติ-จับรุ่นเก๋าชนรุ่นใหม่ และซอยเกมให้สั้นเพื่อให้เกมมีความน่าตื่นเต้นมากยิ่งขึ้น
แน่นอนว่าแฟนยัดห่วงชาวไทย สามารถรับชมศึกออลสตาร์ ในวันที่ 16 กุมภาพันธ์นี้ ได้ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป โดยรับชมผ่านทาง AIS PLAY SPORTS ช่อง 55 เพียงสมัครแพ็คเกจ PLAY SPORTS ราคา 599 บาท/เดือน (ไม่รวม VAT) เปิดทางสู่คอนเทนต์กีฬาระดับโลกและช่องพรีเมียม อาทิ กอล์ฟ (PGA Tour, LPGA Tour), เทนนิส ATP Tour, ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลีกเอิง ฝรั่งเศส, อเมริกันฟุตบอล NFL, บาสเก็ตบอล NBA รวมถึงคอนเทนต์บันเทิงจาก Prime Video และ Monomax ลูกค้ามือถือสมัครกด *678*88 โทรออก หรือที่ https://www.ais.th/consumers/entertainment/ais-play/play-sports

















