ปล่อยกันมากันครบแล้วสำหรับบทสัมภาษณ์ทั้งหมดของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ไปเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ กับ เพียร์ส มอร์แกน
ในภาคจบนี้มีการพูดถึงมากมายเกี่ยวกับ เอริค เทน ฮาก, ตระกูลเกลเซอร์ เจ้าของทีม แมนฯ ยูไนเต็ด, ลิโอเนล เมสซี่, อาร์เซน่อล, ทีมชาติโปรตุเกส, คำวิจารณ์ต่างๆ นาๆ และอนาคตของตัวเอง
เสียงวิพากษ์วิจารณ์
"มันเป็นความผิดของผมตลอด ผมมันคือตัวปัญหาคล้ายกับแกะดำ มันเป็นสิ่งที่ผมไม่ชอบเลย ไม่ว่าคุณจะทำผลงานได้ดีหรือไม่พวกขเาจะหาเรื่องมาวิจารณ์คุณได้อยู่ตลอด แม้กับทีมชาติผมก็โดนในช่วง 3 เดือนหลังมานี้ ไม่ใช่แค่เรื่องฟุตบอลแต่มันยังรวมไปถึงความเป็นมืออาชีพและครอบครัวของผมด้วย มันดูแปลกมากราวกับว่าผมเป็นตัวร้ายเลย"
"ทุกคนควรรับฟังความจริงจากปากผม นี่เป็นเหตุผลที่ผมมาให้สัมภาษณ์ในครั้งนี้ เพราะผมคิดว่ามันคือเวลาที่เหมาะสมสำหรับการเปิดใจออกมา และผมอยากบอกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดตลอด 4-5 เดือนมานี้มันคือขยะ ผมจะไม่บอกว่าสิ่งที่พวกเขาพูดเป็นขยะทั้งหมด แต่ 99 เปอร์เซนต์คือเรื่องขยะและเรื่องโกหก
ปรีซีซั่น
"ช่วงปรีซีซั่นผมมีหลายสัปดาห์ที่แย่มาก ผมไม่เจอหน้าใครเลย ทั้งเพื่อนๆ คนใกล้ตัวหรือแม้กระทั่งแม่ผมเอง ผมเจอปัญหาบางอย่างระหว่างวันหยุด ลูกสาวคนเล็กหลอดลมอักเสบ ตอนนั้นผมอยู่ มายอร์ก้า และเธอต้องเข้าโรงพยาบาลเป็นเวลา 1 สัปดาห์"
"จากนั้นผู้คนก็สร้างเรื่องขึ้นมาว่าผมอยากไปเที่ยว พวกเขาจำเป็นต้องเข้าใจว่าผมก็เป็นคนธรรมดา และผมก็ต้องการอยู่กับครอบครัว นี่มันไม่ใช่เรื่องที่สามารถต่อรองได้ ผมมีหลักฐานผลตรวจร่างกายของลูกสาว เบลล่า จากโรงพยาบาล ผมไม่เคยให้ใครดู และไม่มีใครขอจากผม"
"ผู้คนอาจลืมไปว่าผมก็เป็นคนธรรมดา ที่ต้องเจอช่วงเวลาที่ยากลำบาก ผมจะไม่มีวันแลกสุขภาพของครอบครัวผมกับฟุตบอล ไม่มีวัน ไม่ว่าจะตอนนี้,10 ปีที่แล้ว หรือ 10 ปีข้างหน้าก็ตาม"
"แมนฯ ยูไนเต็ด ตั้งข้อสงสัยในคำพูดของผมมันทำให้ผมเจ็บปวด เราใช้เวลา 1 สัปดาห์ในโรงพยาบาล เพราะปัญหาใหญ่ของ เบลล่า และนั่นเป็นเหตุผลที่ผมไม่ได้เข้าร่วมปรีซีซั่น"
"ผมไม่ยอมทิ้งครอบครัวไปร่วมปรีซีซั่น เพราะผมคิดว่านั่นคงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ใน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ผมขอพูดถึงทั้งโลก โดยเฉพาะในโลกฟุตบอล ทุกคนสนใจผลประโยชน์ของตัวเอง และไม่สนใจปัญหาต่างๆ ถ้าพวกเขาต้องการคุณ ปัญหาครอบครัวของคุณไม่ใช่เรื่องสำคัญ ผมไม่ได้หมายถึงแค่ ยูไนเต็ด แต่หมายถึงโดยทั่วไป, อย่างที่ผมบอกคือตอนนี้ฟุตบอลผ่านไปเร็วมาก มีการแข่งขันหลายรายการเต็มไปหมด"
"มันเป็นเรื่องยาก บางทีคุณต้องทำให้ทุกอย่างสงบ, อยู่กับครอบครัว และทำการตัดสินใจอย่างดีที่สุด และช่วงซัมเมอร์นี้ผมรู้สึกอึดอัด กับวิธีที่ผมถูกปฏิบัติ โดยเฉพาะพวกสื่อที่ตั้งข้อสงสัยในตัวผมมันทำให้ผมรู้สึกแย่มาก เพราะผมก็เป็นมืออาชีพมาตลอด และนั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้ผมประสบความสำเร็จได้จนถึงตอนนี้"
ความสัมพันธ์กับ เอริค เทน ฮาก
"เขาบอกกับผมตลอดว่า เขารู้สึกว่าการที่ผมไม่ได้ปรีซีซั่นผมก็ควรรอโอกาส ผมก็โอเคนะ ผมก็เข้าใจดีว่ามันควรเป็นแบบนั้น แต่เขาไม่ได้ใช้ขั้นตอนนี้กับผู้เล่นทุกคน ผมจะไม่ระบุชื่อว่าเป็นใคร แต่พวกเขาไม่ได้ใช้วิธีการนี้กับทุกคน"
"ผมเข้าใจดีว่า ยูไนเต็ด มีช่วง 5 ปีหลังที่ย่ำแย่จนกระทั่งคุณเข้ามารับงานใหม่ คุณควรทำความสะอาดบ้าน ขอใช้คำพูดนี้แล้วกันนะ แต่วิธีการที่พวกเขาใช้ รวมถึงการที่สื่อทำให้มันเป็นเรื่องใหญ่ นั่นอาจเป็นเพราะการสื่อสารไม่ได้ถูกทำอย่างดีที่สุด"
"แต่ผมเข้าใจดีในตอนแรกว่าเป็นเพราะไม่ได้ปรีซีซั่น ผมจึงไม่ได้ลงเล่น แต่พอเวลาผ่านไปเรื่อยๆ มีหลายสิ่งเกิดขึ้นซึ่งผู้คนไม่รู้ ผมจะไม่ปิดบังว่าผมมีความเข้าใจที่ไม่ดีกับโค้ช ผมพูดด้วยความสัตย์จริง ผมคิดว่าเขาไม่ให้ความเคารพตามที่ผมสมควรได้รับ แต่สถานการณ์มันก็เป็นแบบนั้น และนั่นอาจเป็นเหตุผลที่ผมออกจากสนามก่อนในเกมกับ สเปอร์ส"
ไม่ได้ลงเกมแพ้ แมนฯ ซิตี้ 6-3
"ที่เขาบอกว่าให้ความเคารพในอาชีพของผมนั้นคือข้ออ้าง มันมีอยู่หลายเรื่องซึ่งผมไม่อยากวิจารณ์เขา เขาสามารถมีความคิดเห็นต่างจากผมได้ พวกเขาเลือกผู้เล่นที่คิดว่าดีที่สุดสำหรับทีม และผมให้ความเคารพเรื่องนี้ แต่พวกเขาก็มีข้ออ้างอยู่ตลอดซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่มีเหตุผล คุณก็รู้ว่าข้ออ้างมันไปไหนไม่ได้ไหลหรอก และคุณไม่สามารถใช้ข้ออ้างได้ตลอดเวลา"
"โอเค คุณไม่ส่งผมในเกมกับ แมนฯ ซิตี้ เพราะคุณให้ความเคารพอาชีพของผม แล้วคุณต้องการส่งผมลงเล่นแค่ 3 นาทีในเกมกับ ท็อตแน่ม มันไม่เมคเซนส์เลย ผมคิดว่าเขาตั้งใจทำแบบนั้น และทุกคนรู้เรื่องนี้ดี ยกตัวอย่างในทีมชาติหรือกับสโมสรอื่น หากโค้ชต้องการส่งผมลงสนาม 5 นาที หากมีคนเจ็บแล้วพวกเขาต้องการผมจริงๆ ผมก็พร้อมจะช่วย"
"แต่ด้วยวิธีการแบบนี้ทำให้ผมรู้สึกเหมือนถูกยั่วยุ ไม่ใช่แค่เฉพาะเกมนั้น แต่มันเป็นตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว นี่คือเหตุผลที่ผมบอกว่าผมไม่ให้ความเคารพในตัวเขา เพราะเขาไม่แสดงให้เห็นถึงความเคารพในตัวผม, นั่นคือสาเหตุที่ทำให้เราอยู่ในสถานการณ์แบบนี้"
"ผมจำเป็นต้องซื่อสัตย์และบอกว่าสิ่งต่างๆ ไม่ได้เป็นไปด้วยดี เพราะว่าเราไม่มีความเข้าใจที่ดีต่อกัน เขาพูดเรื่องต่างๆ ออกสื่อ แล้วพวกสื่อก็ออกข่าวในสิ่งที่พวกเขาคิดว่าอาจจะดีสำหรับการปกป้องตัวเขา และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด"
"ผมชอบคนที่ไม่พูดจาโกหก และพูดอย่างตรงไปตรงมา และผมจะไม่ต่อรองเรื่องนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับผมในช่วง 2 เดือนมานี้คือการไม่ให้ความเคารพในหลายด้านๆ มีหลายสิ่งที่ผมรู้สึกเสียใจ ตัวอย่างเช่นการออกจากสนามก่อนแข่งจบในเกมกับ ท็อตแน่ม"
แมนฯ ยูไนเต็ด พยายามบีบให้ย้ายออก
"น่าเป็นแบบนั้น ไม่ใช่แค่โค้ชแต่ยังมีอีก 2-3 คนในสโมสร ผมไม่ควรจะพูดเรื่องนี้ แต่ผมไม่สนหรอก ทุกคนควรได้รู้ความจริง ใช่เลย ผมรู้สึกถูกหักหลัง มีบางคนที่สโมสรไม่ต้องการให้ผมอยู่ที่นี่ ไม่ใช่แค่ปีนี้แต่มันเป็นตั้งแต่ปีก่อนแล้ว"
"ฟังผมนะ เจ้าของสโมสรนี้ ตระกูล เกลเซอร์ ไม่สนใจสโมสรเลย ในแง่ของฟุตบอล อย่างที่คุณทราบดี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือสโมสรการตลาด เจ้าของทีมทำเงินได้จากการตลาด แต่สำหรับเรื่องฟุตบอลแล้วผมคิดว่าพวกเขาไม่ค่อยใส่ใจเท่าไหร่"
"แฟนบอลพูดถูก และพวกเขาควรรู้ความจริงว่าผู้เล่นรวมทั้งผมต้องการสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อสโมสร นั่นเป็นเหตุผลที่ผมย้ายกลับมาและให้ความรักกับสโมสร แต่มีบางอย่างภายในสโมสรไม่ช่วยให้เราก้าวไปถึงระดับที่เหมือนกับ แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล หรือแม้กระทั่งตอนนี้กับ อาร์เซน่อล มันซับซ้อนมาก"
"ความเห็นของผมก็คือมันเป็นเรื่องยากที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะเป็นทีมฟุตบอลระดับท็อปในอีก 2-3 ปีข้างหน้า หากพวกเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลง ผมไม่ได้หมายถึงตระกูลเกลเซอร์ แต่หมายถึงโครงสร้างของสโมสร"
"อย่างที่ ปิกัสโซ่ กล่าวไว้ คุณต้องทำลายมันก่อนที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ และถ้าพวกเขาจะเริ่มต้นจากผม ผมก็ไม่มีปัญหานะ ผมรัก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และแฟนบอล เพราะพวกเขาอยู่ข้างผมมาเสมอ แต่หากพวกเขาต้องการความสำเร็จในยุคใหม่ พวกเขาต้องมีการเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง"
มกราคมยังอยู่กับ แมนฯ ยู ต่อไหม
"เป็นคำถามที่ตอบยาก เพราะว่าตอนนี้อารมณ์ของผมอยู่ที่ฟุตบอลโลก ครั้งที่ 5 และมันอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายด้วย ผมไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลัง ฟุตบอลโลก แต่อย่างที่พูดไป แฟนบอลจะอยู่ในใจผมเสมอ และผมหวังว่าพวกเขาจะอยู่ข้างผม ไม่ว่าผมจะอยู่ต่อหรือย้ายออกไป"
"ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ ช่วงเวลาที่เราทำผิดพลาดมันก็เป็นส่วนหนึ่งขอมนุษย์ เป็นส่วนหนึ่งในตัวผมทั้งในฐานะคนธรรมดาและพ่อคนเช่นกัน ผมจะมีข้อผิดพลาดอยู่เสมอ ไม่รู้เหมือนกัน ตอนนี้เป็นมันเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลัง ฟุตบอลโลก เพราะผมกำลังโฟกัสไปที่ ฟุตบอลโลก กับทีมชาติ โปรตุเกส"
ฟุตบอลโลก ที่ กาตาร์
"ผมมองโลกในแง่บวกนะ เรามีโค้ชที่ยอดเยี่ยม มีผู้เล่นฝีเท้าดีหลายคน ผมตั้งตารอคอยที่จะได้ลงเล่นใน ฟุตบอลโลก อันยอดเยี่ยม ผมเคยฝันว่าคว้าแชมป์ได้ แต่มันจะเป็นงานหนัก และยากสุดๆ แต่ทุกอย่างมีความเป็นไปได้ และแน่นอนว่าเราต้องการคว้าแชมป์"
พูดถึง ลิโอเนล เมสซี่
"เขาเป็นผู้เล่นที่น่าทึ่ง เหมือนกับมีเวทมนตร์ ในฐานะคนๆ นึงเขาก็เป็นระดับท็อป ลองจินตนาการดูสิ เราอยู่ร่วมเวทีเดียวกันมาตั้ง 16 ปี ดังนั้นผมจึงมีความสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยมกับเขา ผมไม่ใช่เพื่อนของเข ในแง่ที่ว่าจะชวนไปบ้านหรือโทรศัพท์คุยกัน เขาเป็นเหมือนเพื่อนร่วมทีม เขาเป็นคนที่ผมให้ความเคารพจากวิธีที่เขาพูดถึงตัวผม"
"แม้แต่ภรรยาของเขาหรือแฟนสาวของผม พวกเขาก็ให้ความเคารพกัน, พวกเขามาจาก อาร์เจนติน่า เหมือนกับแฟนผม ดังนั้นเราจึงมีความสัมพันธ์ที่ดี ผมจะพูดอะไรได้อีกที่เกี่ยวกับ เมสซี่ ? เขาเป็นคนที่ยอดเยี่ยม และทำทุกสิ่งที่ยอดเยี่ยมเพื่อฟุตบอล"
"เราไม่ใช่ทีมเต็งก็จริง เราไม่เคยเป็นทีมเต็งเลย มันอาจจะฝรั่งเศส, สเปน, อาร์เจนติน่า, เยอรมัน รวมถึง บราซิล ด้วย อังกฤษ ก็เช่นกัน พวกเขามีโอกาสพอๆ กับ โปรตุเกส"
อาร์เซน่อล กับโอกาสคว้าแชมป์
"ผมหวังว่าจะเป็นแบบนั้น ถ้าหาก ยูไนเต็ด ทำไม่ได้ อาร์เซน่อล คือทีมที่ผมอยากให้คว้าแชมป์ พวกเขาเป็นทีมที่ดี และผมชอบโค้ชของพวกเขา"
โรนัลโด้ จะค้าแข้งต่อไปอีกกี่ปี
"ผมอยากเล่นต่อไปอีก 2-3 ปี มากสุดคือ 2-3 ปี ผมอยากเลิกเล่นตอนอายุ 40, นั่นเป็นอายุที่ดี แต่ผมก็ไม่รู้อนาคตหรอก บางทีคุณวางแผนไว้อย่างหนึ่ง และอย่างที่ผมเคยบอกไปหลายครั้ง ชีวิตไม่มีอะไรแน่นอน และคุณไม่มีทางรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นบ้าง"
















