ซึ่งเกมตลอด 90 นาที ถือว่าสู้กันได้อย่างสูสี และมีโอกาสทำประตูกันหลายครั้ง ทว่าท้ายที่สุดเป็นทัพ "เสือใต้" ที่ความเฉียบขาดมากกว่าจัดการกุมความได้เปรียบก่อนด้วยการบุกไปเอาชนะ 0-1จากประตูชัยของ คิงส์เล่ย์ โกมัน
ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราเลยจัดการรวบรวมเหตุการณ์เด่น ประเด็นน่าสนใจจากเกมดังกล่าวว่ามีอะไรที่น่าหยิบจับมาพูดถึงบ้าง ไปติดตามกันได้เลย
การจัดทัพ
ออกสตาร์ทด้วยการจัดทัพของทั้งคู่เกมนี้เจ้าบ้าน เปแอสเช ของ คริสตอฟ กัลติเย่ร์ นายใหญ่ของทีมตัดสินใจดร็อป คีเลียน เอ็มบัปเป้ เป็นเพียงตัวสำรองเนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่สมบูรณ์ 100% ส่วนที่เซอร์ไพรส์คือการส่ง วาร์เรน เอเมรี เด็กวัย 16 ปี ออกสตาร์ทเป็นตัวจริง พร้อมสร้างสถิติเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในรอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก
ส่วนในรายอื่นๆ อยู่กันพร้อมหน้าทั้ง อาชราฟ ฮาคีมี่, เซร์คิโอ รามอส, มาร์โก แวร์รัตติ, เนย์มาร์ หรือ ลิโอเนล เมสซี่
ส่วนทางฝั่งผู้มาเยือนเรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็มแดนกลางนำมาโดย เลออน โกเรทซ์ค่า เล่นร่วมกับ โยชัว คิมมิช กัปตันทีม ส่วนแผงเกมรุกใส่ ลีรอย ซาเน่, จามาล มูเซียล่า, คิงส์เล่ย์ โกมัน และ เอริค มักซิม ชูโป-โมติง ในการล่าตาข่ายคู่แข่ง
ครึ่งแรกเงียบเหงา
เกมในช่วง 45 นาทีแรกเชื่อว่าทำเอาแฟนบอลหลายคนน่าจะหลับคาโทรทัศน์กันไม่ใช่น้อย เพราะต้องยอมรับว่ารูปเกมที่เกิดขึ้นมีอัตราความเงียบเหงา และชวนง่วงพอสมควร
รูปเกมส่วนใหญ่เป็น บาเยิร์น มิวนิค ที่สร้างสรรค์โอกาสได้มากกว่าครองบอลมากกว่าที่ 58% รวมไปถึงโอกาสทำประตูที่เหนือกว่าชัดเจนที่จำนวน 10 ครั้ง ทว่าความเฉียบขาด และประสิทธิภาพมันดูไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่นัก ไม่ว่าจะเป็น เอริค มักซิม ชูโป-โมติง หรือแนวรุกคนอื่นๆ
ส่วนฝั่งเจ้าบ้านต้องบอกเลยว่าเป็น 45 นาทีที่น่าผิดหวังไม่ใช่น้อย นอกจากจะไม่สามารถเซตเกมเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งได้ ยังเป็นฝ่ายต้องถอยไปตั้งรับเสียส่วนใหญ่ ภาพถ่ายทอดสดแทบไม่ได้เห็น ยานน์ ซอมเมอร์ นายด่านคู่แข่งโผล่เข้ามาในเฟรม
บทสรุปครึ่งแรกถือว่าน่าผิดหวังจากที่แฟนบอลคาดหวังเอาไว้ว่าจะเห็นการดวลแบบเดือดๆ ทั้งคู่เปิดเกมรุกเข้าใส่กัน กลายเป็นจืดชืดไม่ครึกครื้นเลยสักนิด
บาเยิร์น เฉียบขาดกว่า
เกมในครึ่งหลังต้องบอกว่ายกระดับไปจากเดิมมากพอสมควร ส่วนหนึ่งคือการได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่ช่วง 10 นาทีของครึ่งหลัง เมื่อ โกมัน จัดการซัดประตูทีมเก่าเข้าไปอย่างเฉียบขาด แน่นอนเมื่อถึงตรงนั้นเหมือนบังคับให้ เปแอสเช ต้องเปิดเกมรุกบุกเข้าใส่บ้าง ก่อนนำมาซึ่งการขยับเปลี่ยน คีเลียน เอ็มบัปเป้ ลงสนาม
ซึ่งการมีดาวยิงทีมชาติฝรั่งเศสอยู่ปั่นป่วนแดนหน้าสามารถสร้างความแตกต่างให้กับ เปแอสเช มากเหลือเกิน ทั้งจังหวะเลี้ยงกินตัว และสร้างความอันตรายให้ทีม แถมพาบอลไปกองที่ก้นตาข่ายได้แล้ว ทว่าโดนดันถูกริบคืนเนื่องจากถูกจับล้ำหน้าไปก่อน
สถิติหลังเกมระบุว่า เปแอสเช มีโอกาสทำประตูถึง 9 ครั้ง มากกว่าครึ่งแรกแบบหลายเท่าตัว ส่วน บาเยิร์น ถือว่าได้ผลการแข่งขันที่กุมความได้เปรียบพอสมควรก่อนจะกลับไปเล่นในรังของตัวเอง
แต่อย่างไรก็ตามการนำอยู่เพียงประตูเดียวกับ 90 นาทีที่เหลืออยู่ ยังคงเป็นประตูที่เปิดกว้างสำหรับ เปแอสเช ในการพลิกสถานการณ์ผ่านเข้ารอบต่อไป และเชื่อว่าที่ อัลลิอันซ์ อารีน่า อัตราความดุเดือดน่าจะพุ่งพรวดมากกว่าเดิมหลายเท่าตัว
สถิติของ เสือใต้
ผลงานของ บาเยิร์น มิวนิค ในศึก แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ถือว่าโดดเด่นมากเหลือเกิน พวกเขาถูกจับสลากมาอยู่ในกลุ่มที่หนักเอาการมีทั้ง บาร์เซโลน่า และ อินเตอร์ มิลาน ทว่าผลงาน 6 เกมทัพ "เสือใต้" จัดการเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด กวาด 18 คะแนนเต็มได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมเสียไปเพียง 2 ประตู เท่านั้น
และเมื่อบวกกับเกมล่าสุดที่บุกไปเอาชนะ เปแอสเช นั่นเท่ากับว่า บาเยิร์น มิวนิค ลงสนามใน แชมเปี้ยนส์ลีก ซีซั่นนี้ไปแล้ว 7 เกม คว้าชัยชนะได้ทั้งหมด กระหน่ำทำไป 19 ประตู พร้อมเก็บถึง 6 คลีนชีต
ซึ่งนี่เป็นครั้งที่ 2 ที่พวกเขาสามารถทำสถิติที่ยอดเยี่ยมในรูปแบบนี้ได้ ครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อฤดูกาล 2019-20 และใช่ครับฤดูกาลนั้นพวกเขาลงเอยด้วยการคว้าโทรฟี่บิ๊กเอียร์ไปชื่นชม
สถิติใหม่
เมื่อเห็นรายชื่อ 11 ตัวจริง แฟนบอลน่าจะเซอร์ไพรส์กับชื่อของ วาร์เรน เอเมรี พอสมควร ซึ่งเจ้าตัวเพิ่งมีอายุเพียง 16 ปี 343 วัน พร้อมทำสถิติเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดที่ลงสนามในรอบน็อคเอาท์ แชมเปี้ยนส์ลีก หรือเปรียบเทียบง่ายๆ คือเมื่อตอนที่เขาลืมตาดูโลก เพื่อนร่วมทีมอย่าง เซร์คิโอ รามอส กำลังลงเตะ แชมเปี้ยนส์ลีก อยู่
เรียกได้ว่าวันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนกลายมาเป็นเพื่อนร่วมทีมกันในที่สุด
สถิติของ วาร์เรน เอเมรี เจ้าตัวอยู่ในสนามไปทั้งหมด 57 นาที จ่ายบอลสำเร็จคิดเป็น 75 % สัมผัสบอล 27 ครั้ง แท็คเคิลชนะ 1 ครั้ง จากการเข้าปะทะ 2 ครั้ง
ด้วยอายุที่ยังน้อย และเมื่อมาเจอกับทีมระดับเขี้ยวลากดินอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ก็ต้องยอมรับว่ากระดูกคนละเบอร์จริงๆ ทว่าด้วยอายุที่เพิ่ง 16 ปี ยังมีเวลาอีกเยอะให้ได้เรียนรู้ และยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นอนาคตของทีม
- Paolinho -
















