เพราะพวกเขามีประสบการณ์อกหัก โดน เรือใบสีฟ้า แซงหน้าเข้าวิน จนเจ็บและชินไปเอง อยู่บ่อยๆ

จากการสะดุดเสมอกับ ลิเวอร์พูล และ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ด้วยสกอร์เดียวกัน 2-2 ทั้งๆที่ออกนำไปก่อน 2-0 ได้เห็นเอฟเฟ็กต์ และ ความรู้สึกมากมายของสาวก เดอะ กันเนอร์ส ถึงความหวังในการลุ้นแชมป์ แถมล่าสุดก็เสมอกับ เซาธ์แฮมป์ตัน ทีมบ๊วย 3-3 เท่ากับว่าพวกเขานำหน้า แมนซิตี้ 5 แต้ม แถมเล่นมากกว่าสองนัด 

หลายๆคน ยังใจดีสู้เสือ ปลอมประโลมความรู้สึกพรรคพวกกันว่า ให้เดินหน้าสู้ต่ออย่างเต็มกำลัง เพราะซีซั่นนี้มันยังไม่จบ และ ถ้าบุกไปกำราบ แมนฯ ซิตี้ ที่ เอติฮัด สเตเดี้ยม ก็น่าจะมีโอกาสสูงในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แต่เชื่อเถอะว่าในใจช่างร้อนรุ่ม เป็นกังวลว่าทีมรักจะทำไม่สำเร็จ

หรือ ก็มีบางกลุ่มส่วนน้อย ที่ยอมรับกับความจริง มองว่าขุมกำลัง และ ประสบการณ์ยังไม่ดีพอ ที่จะยืนระยะสู้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ อาจโดนแซงต้องตกลงมาเป็นอันดับ 2 ในที่สุด

ดังนั้นในฐานะเด็ก หงส์แดง ที่ผ่านประสบการณ์เหล่านี้มาแล้ว อยากจะขอเอ่ยปากเตือนแฟนบอล ไอ้ปืนใหญ่ ไว้หลายๆเรื่อง ว่าสิ่งใดที่พวกเขาควรจะระวังให้จงหนัก เมื่อ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไล่บี้ติดตูดมา

1. แช่งยังไง ก็แข่งไม่ขึ้น

บอกเลยว่า การนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 5 คะแนน ไม่ใช่เรื่องน่าอุ่นใจ เพราะเมื่อไหร่ที่คุณพลาด พวกเขาจะขยับเข้ามาใกล้จี้คุณทันที อย่างในซีซั่น 2018-19 ลิเวอร์พูล เคยทิ้งห่าง แมนฯ ซิตี้ มากสุด 7 คะแนน ช่วงขึ้นปีใหม่ แต่พอ หงส์แดง สะดุด เรือใบสีฟ้า ก็ทำแต้มขึ้นแซงหน้าทันที ในแมตช์เดย์ที่ 29

เหลืออีกประมาณ 8-9 นัด สาวก เดอะ ค็อป พยายามสวดมนต์ภาวนา และ ออกตัวเป็นกองแช่ง หวังให้ แมนฯ ซิตี้ สะดุดพลาดท่าสักนัด แต่กระนั้นประสบการณ์ และ ความเก่งกาจของนักเตะ เรือใบสีฟ้า ไม่สร้างความผิดพลาดให้เห็นเลย

แมนฯ ซิตี้ เก็บชัย 14 นัดรวด ยันจบฤดูกาล คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง ด้วยคะแนน 98 แต้ม เฉือน หงส์แดง ไปแค่ 1 แต้ม เท่านั้น พร้อมทิ้งให้ ลิเวอร์พูล สร้างสถิติอันไม่น่าจดจำ กลายเป็นทีมรองแชมป์ที่ทำแต้มสูงสุดในรอบ 26 ปี

ซึ่งสถานการณ์นี้ก็คงไม่ต่างอะไรกับ อาร์เซน่อล เพราะการนำแค่ 5 คะแนน มันไม่ได้รู้สึกปลอดภัยเลยสักนิด ยิ่งมีโปรแกรมต้องฟาดแข้งกันแล้วด้วย ยิ่งต้องระวังให้จงหนัก เนื่องจาก แมนฯ ซิตี้ มีประสบการณ์เจอกับทีมลุ้นแชมป์ช่วงโค้งสุดท้ายมาเยอะมาก พวกเขารู้ดีถึงการรับมือความกดดัน

ดังนั้น ถ้าจะไปแช่งให้ แมนฯ ซิตี้ เล่นผิดพลาดกันเอง หรือ สะดุดเสมอคู่แข่งเก็บได้เพียง 1 แต้ม บอกเลยว่า เป็นเรื่องยาก !! เอาง่ายๆว่า อาร์เซน่อล ต้องไม่พึ่งจมูกคนอื่นหายใจ ทุกอย่างยังอยู่ในกำมือตัวเอง เก็บชัยชนะให้ครบทุกนัด และ ไม่แพ้ต่อ เรือใบสีฟ้า ก็จะทำให้พวกเขามีโอกาสสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ไปในที่สุด

2. อย่าปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ แซงหน้าเด็ดขาด

การแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของ อาร์เซน่อล ในซีซั่นนี้ เหลืออีกเพียงแค่ 6 นัด เท่านั้น เรียกว่าถ้าปล่อยให้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงหน้าไปล่ะก็ แทบไม่มีโอกาสให้พวกเขาได้พลิกสถานการณ์กลับขึ้นมานำอีกแล้ว 

ยิ่งสัปดาห์นี้ แมนฯ ซิตี้ มีโปรแกรมลงเตะ เอฟเอ คัพ ดังนั้น อาร์เซน่อล ต้องใช้ข้อได้เปรียบตรงนี้ทำแต้มทิ้งห่างไปให้ได้มากที่สุด เพราะถ้าเกิดสิ่งที่ไม่คาดคิด อย่างน้อยอันดับจะเปลี่ยนแปลงต้องรอช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งยังมีอีก 5 เกมให้ฟาดแข้งกัน

เมื่อถึงตอนนั้นแล้ว อาร์เซน่อล ห้ามให้ แมนฯ ซิตี้ ทำคะแนนแซงหน้าโดยเด็ดขาด เพราะเมื่อไหร่ที่ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำเป็นจ่าฝูง พวกเขาแทบไม่เสียบัลลังค์ให้กับใคร ซึ่ง ลิเวอร์พูล ก็เพิ่งเจอมาสดๆร้อนๆเมื่อซีซั่นก่อน

ลิเวอร์พูล ตามไล่จี้ ไล่กดดัน แมนฯ ซิตี้ อย่างหนัก จนช่องว่างเหลือเพียงแค่ 1 คะแนน และ เพื่อหวังแซงให้ได้ แต่ทำเท่าไหร่ ทำมากขนาดไหน ก็ไม่สามารถเอาทีมอย่าง แมนฯ ซิตี้ ลงจากบัลลังค์จ่าฝูงได้เลย ขุนพล เดอะ ซิตี้เซ่น ครองจ่าฝูง ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 15 จนถึงแมตช์จบฤดูกาล ขนาดวันสุดท้ายเกือบจะมีดราม่าอยู่แล้ว หลังถูก แอสตัน วิลล่า ขึ้นนำ 2 ลูก แต่ก็ยังกลับมายิงแซงเอาชนะไปแบบโคตรมันส์ 3-2

ดังนั้นถ้าแฟนบอล อาร์เซน่อล ต้องการเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ครั้งแรก นับตั้งแต่ซีซั่น 2003-04 ขอเตือนไว้เลยว่า อย่าปล่อยให้ แมนฯ ซิตี้ ขึ้นนำเด็ดขาด เพราะนอกจากจะแช่งไม่ขึ้นแล้ว ลูกทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่ยอมลงจากบัลลังค์จ่าฝูงง่ายๆ

3. เอติฮัด นรกของทีมเยือน !!

ว่ากันว่า แอนฟิลด์ คือนรกของทีมเยือน ใช่ไหมล่ะครับ ไม่ว่าใครไปเยือนสนามแห่งนี้ มักยกให้เป็นสังเวียนที่ไม่อยากเผชิญหน้ามากที่สุด แต่กลับกัน เอติฮัด สเตเดี้ยม ก็เป็นสนามที่ ลิเวอร์พูล ไม่อยากไปเหยียบมากที่สุดเช่นกัน 

เพราะ นับตั้งแต่ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เข้ามาคุมทีม ... ลิเวอร์พูล ไม่เคยบุกไปเอาชนะ แมนฯ ซิตี้ ที่ เอติฮัด ได้เลย นับเฉพาะการแข่งขัน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ล่าสุดก็เพิ่งบุกไปแพ้แบบจุกๆมาถึง 4-1 

ยิ่งตอนนี้ เรือใบสีฟ้า ชนะในบ้านตัวเองมาแล้วรวมทุกรายการ 11 นัดติดต่อกัน ยิ่งเป็นเรื่องยากเหลือเกินที่จะเอาชนะให้ได้ ที่สำคัญสถิติ เฮด-ทู-เฮด เวลาเจอกับ อาร์เซน่อล เรียกว่า ลูกทีม เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ข่มมิดด้าม ชนะมา 7 นัดรวด

ดังนั้น อยากจะฝากเตือนคือ อาร์เซน่อล ต้องงัดฟอร์มเทพทุกอย่างที่พวกเขามี เพื่อต่อกรให้ เรือใบสีฟ้า ให้ได้ แท็คติคทุกอย่างต้องเนี๊ยบแบบสุดขีด ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจนำมาซึ่งการเสียประตู โดย แมนฯ ซิตี้ เหมือนเป็นบอสด่านสุดท้ายที่ ไอ้ปืนใหญ่ ต้องฝ่าฟันไปให้ได้ ถ้าพวกเขาทำสำเร็จ ก็หมายถึงแชมป์ 

แต่ตอนเป็น ลิเวอร์พูล ไม่สามารถทำแบบนั้นได้ เต็มที่ก็ได้แค่เสมอ ไม่ก็แพ้กลับมา ทว่าผลเสมอก็เพียงพอแล้วสำหรับ อาร์เซน่อล ขึ้นอยู่กับว่าจะทำได้หรือไม่ ต้องรอติดตาม

ฮาย ฮาวดี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline