สิ่งที่ โปเช็ตติโน่ ต้องแก้ปัญหาเกมรุก เชลซี

หนึ่งในสิ่งที่เป็นปัญหาของ เชลซี ในตอนนี้ก็คือการเล่นจังหวะสุดท้ายและการปิดสกอร์ เพราะตลอด 5 นัดที่ผ่านมากลับยิงได้แค่ 5 ประตูเท่านั้นซึ่งตอนนี้มีแค่เพียง 4 ทีมที่ยิงได้น้อยกว่าพวกเขา

เมื่อทำประตูไม่ได้ต่อให้เล่นดีแค่ไหนก็เก็บชัยชนะไม่ได้ ถ้าเปลี่ยนโอกาสที่มีเป็นประตูสักนิดนึง เชลซี ก็น่าจะเก็บได้ 6 คะแนนจาก 2 นัดล่าสุดที่เจอกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ และ บอร์นมัธ

นี่คือโจทย์ที่ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องทำการบ้านอย่างหนักและเร่งแก้ไขโดยด่วน เพราะถ้าสายเกินไปก็อาจจะตกงานก่อนชาวบ้านชาวช่องก็เป็นได้

[ แดนกลางขาดความสร้างสรรค์ ]

การดัน เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ขึ้นมามีบทบาทกับเกมรุกมากขึ้นก็ถือเป็นเรื่องที่ดี มีการสร้างสรรค์โอกาสและการลุ้นทำประตูที่มากขึ้นแบบเห็นได้ชัดโดยเฉพาะในเกมกับ ลูตัน ทาวน์ และ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ แต่ในทางกลับกันความสมดุลและการเซ็ตเกมจากแนวลึกก็กลายเป็นมิติที่ขาดหายไป

เจ้าของสถิตินักเตะค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษที่ 115 ล้านปอนด์อย่าง มอยเซส ไกเซโด้ ยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุด หลายๆ จังหวะยังขาดๆ เกินๆ ตัดเกมไม่ค่อยได้ มีความผิดพลาดให้เห็นและเรื่องผ่านบอลก็ไม่ค่อยแม่นยำเท่าไหร่ แถมล่าสุดก็มาเจออาการบาดเจ็บเล่นงานอีกต่างหาก

ส่วน คอนอร์ กัลลาเกอร์ อาจจะได้ชื่อว่าเป็นนักเตะที่ขยันและทุ่มเทมากที่สุดคนหนึ่งของทีม แต่ในบทบาทตัวเชื่อมเกมก็ยังไม่ได้ดีเท่ากับ เอ็นโซ่ โดยเฉพาะการจ่ายบอลและครองบอลบางทีก็เสียง่ายจนเกินไป

เกมกับ บอร์นมัธ มันค่อนข้างชัดว่าพอ เอ็นโซ่ ยืนสูงเกินไปบอลก็แทบไม่ถึงเขาเท่าไหร่ โดน เลวิส คุก เข้าประกบไว ตามติด จนหายไปจากเกม การสร้างอิมแพ็คและสร้างสรรค์โอกาสดีๆ เราแทบไม่เห็นเลยในเกมนี้ทั้งๆ ที่พี่แกคือตัวออกบอลหลักของทีม

ดังนั้นเพื่อดึงความสมดุลกลับมาสู่แดนกลางอีกครั้ง รวมไปถึงการกำหนดจังหวะการเคลื่อนเกมและออกบอล มันจะดีกว่าไหมถ้าถอยเอา เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ มายืนในตำแหน่งเดิม เป็นศูนย์กลางของการครองบอลและสามารถเซ็ตเกมจากแนวลึกด้วยด้วยบอลยาว, ถ่ายบอลไปพื้นที่ว่างด้านข้าง และลูกแทงทะลุช่องที่แม่นยำ

[ ตัวริมเส้น ]

โอกาสการสร้างสรรค์เกมของ เชลซี ส่วนใหญ่มาจากผู้เล่นแนวริมเส้นเป็นหลัก แต่ในชั่วโมงนี้ดูเหมือนจะมีแค่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เพียงคนเดียวที่หวังผลและพึ่งพาได้มากที่สุด ส่วน คาร์นี่ย์ ชุควูเอเมก้า ก็ผลงานดูดีขึ้นเรื่อยๆ มาตั้งแต่ปรีซีซั่น แต่สุดท้ายก็ดันมาเจออาการบาดเจ็บเล่นงานเพิ่มอีกคน

แน่นอนว่า เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ต้องการอะไรที่มากกว่านี้จาก โนนี่ มาดูเอเก้ และ มิไคโล มูดริค แต่ว่าทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงที่ขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะรายล่าสุดที่ได้ลงตัวจริงในเกมกับ บอร์นมัธ ก็ดูวูบวาบแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น

เรื่องความเร็วดูจะเป็นข้อดีเดียวสำหรับ มูดริค ที่ใช้สร้างปัญหาให้กับคู่แข่งได้ แต่การมีส่วนร่วมยังถือว่ามีไม่เยอะ อีกทั้งยังมีจุดบพร่องอีกมากไม่ว่าจะเป็นเรื่องการตัดสินใจในจังหวะต่างๆ รวมไปถึงการเข้าปะทะที่ดูไม่มีชั้นเชิง เหมือนจะใช้แค่กำลังเข้าใส่อย่างเดียว

การให้โอกาส โคล พัลเมอร์ แบบเต็มๆ ก็ถือเป็นการแก้ปัญหาที่น่าสนใจในตอนนี้ เพราะนี่คือนักเตะที่เคลื่อนไปกับบอลได้ดี การใช้ความเร็วลากจี้เข้ากรอบเขตโทษก็ถือว่ากดดันคู่ต่อสู้ได้ไม่น้อย ถึงจะดูหวงบอลขี้เลี้ยงไปหน่อย แต่ถ้าปรับทัศนคติสักหน่อยก็น่าจะได้ประโยชน์มากกว่านี้

โดยเกมล่าสุดกับ บอร์นมัธ พอลงมาเป็นสำรองก็สามารถเคลื่อนที่หมุนเวียนตำแหน่งกับเพื่อนได้ดี เป็นได้ตั้งมิดฟิลด์ตัวรุกและเป็นปีกแนวริมเส้นในเวลาเดียวกัน บางทีถ้าถอย เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ไปยืนตำแหน่งเดิมและใช้ พัลเมอร์ ลุยในแผงแนวรุกมันก็อาจจะได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าตอนนี้ก็เป็นได้

[ อาร์มานโด โบรย่า ]

อาร์มานโด โบรย่า ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกในแดนหน้าให้กับ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ได้ เพราะก่อนหน้านี้ก็ถือว่ามีผลงานที่ค่อนข้างโอเคในยุคของ โธมัส ทูเคิ่ล และ เกรแฮม พ็อตเตอร์ ตลอดจนช่วงที่ไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับ เซาธ์แฮมป์ตัน ก็มีฟอร์มที่น่าประทับใจ ถึงแม้จะเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่ก็สามารถเอามาแข่งขันเพื่อยกระดับเรื่องแย่งตำแหน่งกับ นิโคลัส แจ็คสัน ได้

ตอนนี้ โบรย่า กลับมาซ้อมได้แล้วก็จริง แต่จากปัญหาอาการบาดเจ็บที่เอ็นไขว้หน้าหัวเข่าฉีกขาดตั้งแต่ช่วงปลายปีก่อนที่ทำให้ร้างสนามไปนาน ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเด็กคนนี้จะอยู่ในสภาพที่เหมือนเดิมหรือไม่ ? 

[ นิโคลัส แจ็คสัน ]

ถึงแม้จะทำได้แค่ 1 ประตูจาก 5 นัดและพลาดอย่างมิน่าให้อภัยในเกมที่แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ รวมไปถึงโอกาสอีกมากมายในเกมกับ บอร์นมัธ แต่สำหรับ นิโคลัส แจ็คสัน ก็ยังถือเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพและช่วยทีมได้เยอะจากความสามารถรอบด้านทั้งการสัมผัสบอล การครองบอล การเคลื่อนที่ไปกับบอล การทำชิ่งและทำทางให้กับเพื่อน ตลอดจนการหาโอกาสยิงด้วยตัวเอง

การมีส่วนร่วมกับเกมและการสนับสนุนจากผู้เล่นรอบข้างนั้นดีอยู่แล้ว แต่สิ่งเดียวที่ยังขาดตอนนี้ก็คือความแม่นยำในการปิดสกอร์ เขายังขาดความมั่นใจ ยิ่งพอพลาดมากขึ้นเรื่อยๆ ก็เริ่มกดดันตัวเอง สังเกตุได้จากการเล่นบอลในแต่ละจังหวะเริ่มช้าและตัดสินใจอะไรไม่ค่อยถูก แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เขาคือตัวเลือกที่ดีที่สุดของ เชลซี ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้า

การแก้ปัญหาในเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับใครเป็นพิเศษ มันขึ้นอยู่กับตัวของ นิโคลัส แจ็คสัน คนเดียวเท่านั้น การควบคุมแรงกดดันและมีความนิ่งให้มากขึ้นในทุกๆ จังหวะมันเป็นสิ่งที่เขาต้องย้ำเตือนตัวเองให้ได้อยู่ตลอด

[ การเพิ่มมิติใหม่ๆ ในแนวรุก ]

บอลของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เน้นการโจมตีจากแนวริมเส้นเป็นหลัก แน่นอนว่ามันหวังผลได้ดีในทุกๆ เกมที่ผ่านมา แต่พอมันเป็นบอลมิติเดียวมันก็ง่ายต่อการโดนดักและจับทางได้

การทำชิ่งไหลบอลตามช่องเพื่อเจาะตรงกลางก็แทบไม่ค่อยทีให้เห็น ส่วนใหญ่คิดไรไม่ออกก็ถ่ายบอลออกข้างอย่างเดียว และคอยครอสส์เข้าในหรือไม่ก็ใช้ความสามารถของผู้เล่นลากจี้เข้ากรอบเขตโทษ

การโยนบอมบ์เข้าในให้เพื่อนลุ้นทำประตูจากลูกโหม่งอาจจะเป็นมิติที่สิ้นคิดสำหรับฟุตบอลสมัยใหม่ แต่มันก็เป็นแนวทางที่สามารถกดดันคู่แข่งได้ดีในบางสถานการณ์ เผื่อบางอาจมีโชคช่วย บอลหลุดมาเข้าทางในจังหวะสองก็ยังสามารถหวังผลได้จากลูกยิงนอกกรอบ

แต่ด้วยขุมกำลังที่ เชลซี มีอยู่ตอนนี้ไม่ค่อยมีคนที่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้สักเท่าไหร่ หลักๆ ก็มาจากปัญหาอาการบาดเจ็บของนักเตะที่ชวนปวดใจสุดๆ ถ้าดูจากรายชื่อแล้วตอนนี้พวกเขาสามารถจัดเป็นทีมฟุตบอลประจำโรงพยาบาลได้เลย

HaMu Dos Santos

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline