ศึก ลอนดอน ดาร์บี้ แมตช์ ในค่ำคืน มันเดย์ ไนท์ จบลงในแบบที่หลายๆ คนไม่ได้คาดเอาไว้ เมื่อ "สิงโตน้ำเงินคราม" เชลซี เล่นจัดหนักบุกไปยำใหญ่ "ไก่เดือยทอง" ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ถึง 4-1 นับเป็นการปราชัยนัดแรกในฤดูกาลนี้ และชวดโอกาสขึ้นไปเป็นจ่าฝูง จะมีประเด็นอะไรน่าสนใจในเกมนี้บ้างไปดูกันครับ
[ VAR ริบคืน 4 ประตู ]
เทคโนโลยี VAR โดนวิพากษ์วิจารณ์มากมายในฤดูกาลนี้ อย่างที่ทราบกันว่ามีประเด็นแทบทุกนัดตลอดช่วง 11 แมตช์ เดย์ ที่ผ่านมาใน พรีเมียร์ลีก และเกมนี้ก็เป็นอีกครั้งที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นนาที 13 ที่ สเปอร์ส มีโอกาสขยับหนีเป็น 2-0 จาก ซน ฮึง-มิน แต่สุดท้ายก็มีธงยกขึ้นว่าเป็นช็อตล้ำหน้า ถึงจะดูก้ำกึ่ง แต่ทาง VAR เองก็ตีเส้นให้ดูว่าตัวของ ซน นั้นล้ำจริงๆ แต่ก็แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นาที 21 ประตูตีเสมอ 1-1 ของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทาง VAR ก็ย้อนไปมองว่าจังหวะแรกที่ยิงยัดนั้นบอลไปติดบล็อคแนวรับ สเปอร์ส และกระดอนมาโดนแขนของเจ้าตัวอีกที ถึงจะเป็นบอลทูแฮนด์ แต่แขนของนักเตะกางออกจากลำตัวชัดเจนก็เลยถูกตัดสินว่าเป็น แฮนด์ บอล
ช่วงนาที 27 - 35 ก็มีประเด็นเรื่อง VAR อีกครั้ง โดยนั่นเป็นจังหวะที่ผู้เล่นของทั้งสองทีมต่างก็แย่งบอลกันบริเวณกรอบเขตโทษของ สเปอร์ส ก่อนจะเป็น มอยเซส ไกเซโด้ ที่ตามมาหวดจากแถวสองพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวย แต่สุดท้ายไม่ได้ เพราะ VAR กลับชี้ว่าตัวของ นิโคลัส แจ็คสัน ยืนอยู่ในตำแหน่งล้ำหน้า ถึงจะไม่มีการสัมผัสบอล แต่มีส่วนกับการบังวิวการมองเห็นของผู้รักษาประตู
เท่านั้นยังไม่พอ ! เพราะหลังจากริบประตูตีเสมอของ เชลซี ไปแล้ว VAR ยังย้อนมาเช็คจังหวะของ คริสเตียน โรเมโร่ ที่เข้าบอลอันตราย ถึงแม้จะถึงบอลก่อน แต่ผู้ตัดสินมองว่านั่นเป็นการตวัดเท้าแบบเต็มวงและปลายสตั๊ดของเขาก็ไปเปิดปุ่มใส่ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ จึงชูเป็นใบแดงไล่ออกจากสนามไป
เชลซี ได้ประตูตีเสมอจากลูกจุดโทษของ โคล พัลเมอร์ และสถานการณ์ได้เปรียบในเรื่องตัวผู้เล่น ส่วนช็อตสุดท้ายในนาที 78 สเปอร์ส ก็เหมือนจะได้ประตูตีเสมอ 2-2 จากลูกแปเน้นๆ ของ เอริค ดายเออร์ แต่ก็เป็นครั้งที่ 4 ที่ VAR ต้องริบประตูคืน เพราะตำแหน่งของเขานั้นล้ำหน้า
หลายๆ จังหวะที่เกิดขึ้นในเกมนี้ VAR อาจไม่ได้ดูมีความผิดพลาดเท่าไหร่เมื่อเทียบกับเกมนัดก่อนๆ แต่จังหวะที่ก้ำกึ่งที่น่าโดนวิจารณ์ก็ยังไม่หายไป โดยเฉพาะลูกยิงของ ไกเซโด้
หลังจบเกมหลายๆ ฝ่ายก็ยังมองว่าเทคโนโลยีชนิดนี้ไม่ได้ช่วยให้การตัดสินออกมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซนต์เหมือนเคย สุดท้ายก็ยังเป็นดุลยพินิจของคนที่เป็นผู้ตัดสิน และก็เป็นตัวทำลายเสน่ห์ของกีฬาฟุตบอล
[ สเปอร์ส เหลือ 9 คน ]
ตอนเหลือ 10 คนก็ยังพอสู้ได้ดีอยู่สำหรับ "ไก่เดือยทอง" แต่ก็ต้องแลกด้วยการถอดผู้เล่นในแนวรุกอย่าง เบรนแน่น จอห์นสัน และคีย์แมนสำคัญอย่าง เจมส์ แมดดิสัน ออกและส่งตัวรับมาเพิ่ม
แต่มันก็ยังไม่จบแค่นั้น เมื่อ เดสตินี่ อูโดกี้ ต้องมาโดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดงไล่ออกจากสนามช่วงต้นครึ่งหลัง นั่นคือจุดเปลี่ยนที่ทำให้ เชลซี บุกกระหน่ำเป็นพายุ ไม่ว่าจะจังหวะเซ็ตเกมโอเพ่นเพลย์ วางบอลยาว แทงทะลุช่อง หรือเล่นเกมสวนกลับ ก็หลุดมาถึงหน้าปากประตูอยู่ตลอด และก็เป็นเหตุใน สเปอร์ส โดนรัวอีก 3 ประตูในช่วง 15 นาทีสุดท้าย
[ แฮตทริกของ แจ็คสัน ]
นิโคลัส แจ็คสัน โดนวิพากษ์วิจารณ์มากมายเรื่องฟอร์มการเล่นในฤดูกาลนี้ โดยเฉพาะเรื่องการจบสกอร์ คือพี่แกเป็นผู้เล่นที่ค่อนข้างมีส่วนกับเกมสูง มีโอกาสยิงค่อนข้างมาก แต่กลับเปลี่ยนโอกาสที่มีนั้นเป็นสกอร์ให้กับทีมได้ไม่สมดุลกันเท่าไหร่
แต่ในค่ำคืนนี้ด้วยความได้เปรียบเรื่องตัวผู้เล่นก็ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ นิโคลัส แจ็คสัน หวดไปถึง 3 ประตู โดยเกิดขึ้นในนาที 75, 90+4 และ 90+7 แน่นอนว่านี่คือแฮตทริกแรกของเขาในสีเสื้อ เชลซี และเป็นประตูที่ 6 ในฤดูกาลนี้
และที่ยิ่งกว่านั้นคือ นิโคลัส แจ็คสัน ได้สร้างสถิติกลายเป็นผู้เล่น เชลซี คนที่ 3 ที่ยิงแฮตทริกใส่ สเปอร์ส ได้ในเกม พรีเมียร์ลีก ต่อจาก ทอเร่ อังเดร โฟล ปี 1997 และ จิมมี่ ฟลอยด์ ฮัสเซลแบงก์ ปี 2002
[ อังเก้ เสียสถิติ ]
ความพ่ายแพ้ในเกมนี้แน่นอนว่า สเปอร์ส อดแซงกลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง และนับเป็นความพ่ายแพ้นัดแรกในฤดูกาลนี้ ทางฝั่งกุนซือ อังเก้ ปอสเตโคกลู ที่มีสถิติการคุมทีมไร้พ่ายในบ้าน 52 นัดในฐานะผู้จัดการทีม ก็ต้องมายุติลงด้วยน้ำมือของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตบอสเก่า สเปอร์ส ที่ได้กลับมาเยือนถิ่นเก่าที่นี่อีกครั้ง
[ สถานการณ์ของ เชลซี ]
ลูกทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เข้าสู่ช่วง 5 เกมอันตราย และก็ผ่านไปได้แล้ว 1 ด่าน จากนี้ต่อไปอีก 4 นัดพวกเขาต้องเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตามด้วยการบุกไปเยือน นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด กลับมาเล่นในบ้านเจอ ไบร์ทตัน และช่วงต้นเดือนธันวาคมต้องบุกไปเยือน โรงละครแห่งความฝัน ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ถึงวันนี้จะชนะและได้ 3 แต้มสำคัญ แต่สถานการณ์ต่างๆ ยังไม่ปลอดภัย เพราะตามหน้าบ่อนรับพนันถูกกฏหมายของต่างประเทศชื่อของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ ก็ยังถูกมองว่าเป็นตัวเต็งอันดับ 5 ที่อาจจะตกงานก็เป็นได้ สถานะของเขาจะดีขึ้นหรือไม่แน่นอนว่ามันขึ้นอยู่กับ 4 นัดหลังจากนี้ด้วยเช่นกัน
HaMu Dos Santos
















