หลังเกม ! ลิเวอร์พูล มีเสียวท้ายเกม . . . แต่มาตามนัดตีตั๋วลิ่วชิง ลีก คัพ

นับเป็นเกมที่สู้กันได้สนุกสุดมันส์จริงๆ สำหรับ ลิเวอร์พูล กับ ฟูแล่ม ในศึก คาราบาว คัพ รอบรองชนะเลิศ นัด 2 ถึงสกอร์จบลงด้วยการเจ๊ากันไป 1-1 แต่สุดท้ายก็เป็นทาง "หงส์แดง" ที่กุมความได้เปรียบจากนัดแรกตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปด้วยสกอร์รวม 3-2 ซึ่งเกมนี้จะมีเรื่องราวอะไรน่าสนใจกันบ้างไปติดตามรับชมกันเลยครับ

[ เกมโคตรสนุก ]

ช่วงครึ่งแรกค่อนข้างชัดว่า ลิเวอร์พูล นั้นเป็นฝ่ายที่ทำได้ดีกว่าทั้งการครองเกมและการสร้างโอกาสสวยๆ และก็เป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นไปก่อน 1-0 ตั้งแต่นาที 11 แต่มันก็มีอยู่หลายจังหวะที่ควรบวกประตูที่ 2 ได้ ถ้าเกิดได้ตั้งแต่ครึ่งแรกบางที ฟูแล่ม ก็จะถอดใจไปแล้วก็เป็นได้ แต่มันก็กลายเป็นว่าโอกาสที่มีส่วนใหญ่มันดูยิงทิ้งยิงขว้างไปหน่อย

แต่ก็ไม่ใช่ว่า ฟูแล่ม จะไม่มีหือมีอือเสียเมื่อไหร่ พวกเขาอาจจะแย่งบอลจากแดนกลางไม่ค่อยได้ การเล่นเกมสวนกลับก็ขาดความแม่นยำ แต่ทุกครั้งที่บอลพุ่งมาตรงกรอบ ก็เล่นทำเอา ควีวิน เคลเฮเลอร์ ต้องปาดเหนื่อยและใจเต้นไม่เป็นจังหวะเลยเหมือนกัน

แต่ก็ต้องชื่นชมในเรื่องของสปิริต ถึงจะเป็นรองกว่าแต่ก็สู้ไม่ถอย พยายามทำทุกโอกาสที่มีให้มีลุ้นมากที่สุด แนวรับของ ลิเวอร์พูล ก็มีเป๋ให้เห็นเหมือนกัน และพอประตูที่ 2 ไม่มา มันก็นำมาซึ่งประตูตีเสมอในช่วงนาที 77 หลังจากนั้นอีกราวๆ 13-17 นาที มันก็กลายเป็น ฟูแล่ม ที่โหมใส่ราวกับพายุ มันมีโอกาสดีๆ ที่จะพลิกกลับมาชนะและไปลุ้นกันต่อหลังจบ 90 นาที แต่ก็นั่นแหละครับทางลูกทีมของ มาร์โก ซิลวา เองก็ไม่เฉียบคมพอเช่นกัน

[ ไซม่อน ฮูเปอร์ ]

ย้อนกลับไปตอนที่มีการประกาศว่า ไซม่อน ฮูเปอร์ จะลงสนามทำหน้าที่เป็นผู้ตัดสินหลักในนัดนี้ก็เล่นทำเอาเหล่าบรรดาแฟนบอล "เดอะ ค็อป" ใจคอไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่ เพราะเคยมีคดีมาก่อนหน้านี้ในเกมที่พวกเขาแพ้ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-2 กับการตัดสินที่มีช็อตกังขามากมาย แต่เกมนี้พี่แกไม่ได้แผลงฤทธิ์หรือสร้างคอนเทนต์ให้แฟนๆ ตามด่าบิดามารดาสักเท่าไหร่ ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ ของ "หงส์แดง"

[ ดาวรุ่งเฉิดฉาย ]

สิ่งที่ต้องชื่นชม ลิเวอร์พูล ในเกมๆ นี้เลยก็คือผลงานของผู้เล่นดาวรุ่ง เพราะในสถานการณ์ที่ผู้เล่นตัวหลักๆ หลายคนใช้งานไม่ได้ไม่ว่าจะเป็น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, โดมินิค โซบอสซ์ไล, วาตาอุ เอ็นโด หรือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พวกเขาเหล่านี้ได้พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าสามารถเป็นตัวเลือกที่สามารถทดแทนและใช้หมุนเวียนได้จริงๆ 

จาเรลล์ ควอนซาห์ เพิ่งได้เล่นกับ ลิเวอร์พูล ชุดใหญ่ปีแรก อายุแค่ 20 ปี แต่กลับมีผลงานที่เข้าตากรรมการมากๆ หากพูดถึงเกมนี้เขาเล่นด้วยความมั่นใจ เข้าถึงบอลไวและแม่นยำ อาจจะมีช็อตดูหวาดเสียวบ้างในการตัดสินใจบางจังหวะ แต่โดยรวมถือว่าโดดเด่นในการเล่นเกมรับ และมีส่วนกับจังหวะที่ ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำจากการวางบอลยาวให้กับ หลุยส์ ดิอาซ ไม่แปลกที่ใครหลายๆ คนจะมองว่านี่แหละคือตัวแทนของ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ในอนาคต

ไอ้หนู คอนอร์ แบรดลี่ย์ ประสบการณ์ยังน้อย ได้โอกาสไม่เยอะ แต่ก็ได้รับคำชมอย่างต่อเนื่อง การเล่นเกมรับวอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างซึ่งก็มีส่วนกับการเสียประตูในวันนี้ แต่ก็ถือเป็นนักเตะที่แววดี ไปกับบอลได้คล่องและรวดเร็ว

ฮาร์วี่ย์ เอลเลียต วันนี้ได้โอกาสเจอทีมเก่าก็มีส่วนกับเกมไม่น้อย รวมไปถึงการช่วยเกมรับ ถึงแม้มาตรฐานจะไม่ได้คงเส้นคงวาเท่าไหร่ แต่ในช่วงหลังๆ ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าเขาก็ดีพอจะเป็นตัวทดแทนของทีมได้ 

[ สถิติไม่น่าจดจำของ ฟูแล่ม ]

มาร์โก ซิลวา เคยเอาชนะ เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้ตอนเจอกันครั้งแรกสมัยคุม ฮัลล์ ซิตี้ เมื่อปี 2017 แต่หลังจากนั้น 9 นัดต่อมา เขาไม่เคยพบกับชัยชนะอีกเลย โดยแพ้ไปถึง 5 และเสมอ 4 นัด

และนั่นก็เป็นอีกครั้งที่ ฟูแล่ม ต้องพบกับความผิดหวังเพราะในประวัติศาสตร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันพวกเขายังไม่เคยมีโอกาสได้ตีตั๋วเข้าไปชิงชนะเลิศในรายการนี้เลยสักครั้ง

[ เข้าชิงหนที่ 14 ]

ลิเวอร์พูล ขีดประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีกเพราะการไป เวมบลี่ย์ ในครั้งนี้ถือเป็นนัดชิงฯ ลีก คัพ ครั้งที่ 14 นับเป็นสโมสรที่ทำได้มากที่สุด และก็เป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นในยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ และในรอบ 20 ปี นี่ก็เป็นการเจอกับ เชลซี ครั้งที่ 5 ในฟุตบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศของ อังกฤษ

ถ้านับเฉพาะถ้วย คาราบาว คัพ ก็ถือเป็นการรีแมตช์นัดชิงชนะเลิศอีกครั้งต่อจากฤดูกาล 2021-22 ซึ่งปีนั้นเสมอกันในเวลา 120 นาที 0-0 และก็เป็น ลิเวอร์พูล ที่เป็นฝ่ายเอาชนะไปในการดวลจุดโทษ 11-10 เดี๋ยวต้องมาดูกันว่า คาราบาว คัพ จะเป็นแชมป์แรกของพวกเขาในซีซั่นนี้หรือไม่จากเส้นทางที่ยังได้ลุ้นทั้ง 4 โทรฟี่

HaMu Dos Santos

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline