มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย ! เกี่ยวกับเกมสุดดราม่า เชลซี โกงความตายพลิกกลับมาแซงชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด นาทีบาป 4-3

KEY

POINTS

มีเรื่องราวน่าสนใจมากมาย ! เกี่ยวกับเกมสุดดราม่า เชลซี โกงความตายพลิกกลับมาแซงชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด นาทีบาป 4-3

หลังเกม ! พาลเมอร์ กดแฮตทริกพา 'สิงห์' ดราม่าพลิกแซง 'ผีแดง' นาทีบาปเข้าวิน 4-3

นับเป็นเกมที่สนุกสุดมันส์จริงๆ สำหรับ เชลซี และ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในเกมที่ดราม่าสุดๆ ของฤดูกาล 2023-24 โดยเจ้าถิ่น "สิงโตน้ำเงินคราม" เหมือนจะเล่นสบายๆ หลังนำ 2-0 ในช่วง 19 นาทีแรก แต่ "ปีศาจแดง" ก็มีลูกฮึดจนพลิกกลับมานำ 3-2 

แต่ก็อย่างที่เขาพูดกันว่า "อะไรก็เกิดขึ้นได้ในโลกของฟุตบอล" เพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เกิดสิ่งที่แตกต่างได้ และมันก็เป็นแบบนั้น เพราะ เชลซี มาเบิ้ลอีก 2 ประตูจนพลิกกลับมากำชัยด้วยสกอร์ 4-3 ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จะมีประเด็นอะไรน่าสนใจกันบ้างไปติดตามรับชมกันเลยครับ

[ การจัดทัพ ]

เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ เลือกส่งผู้เล่นชุดเดิมทั้ง 11 ตำแหน่งเหมือนกับนัดที่เสมอกับ เบิร์นลี่ย์ 2-2 ส่วนทาง แมนฯ ยูไนเต็ด วันนี้เลือกจับ มาร์คัส แรชฟอร์ด เป็นสำรอง โดยแนวรุกเลือกใช้ ราสมุส ฮอยลุนด์ เป็นหน้าเป้า บรูโน่ แฟร์นานเดส เป็นตัวสร้างสรรค์เกม และด้านข้าง 2 ฝั่ง ซ้ายเป็น อเลฮานโดร การ์นาโช่ และขวาเลือกใช้ อันโตนี่ ยืนเป็นตัวจริง

คาดกันว่าเหตุผลน่าจะเป็นเพราะเกมที่เจอกับ เบรนท์ฟอร์ด ทาง แรชฟอร์ด ผลงานค่อนข้างต่ำย่ำแย่จนโดนวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่ทาง เอริค เทน ฮาก ให้เหตุผลว่าเป็นการโรเตชั่นเพราะช่วงนี้มีโปรแกรมเตะที่ค่อนข้างถี่

[ เลือกที่ตั้งรับและรอสวน ]

สิ่งที่ดีที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ในวันนี้คือ "ความใจสู้" เพราะอย่างที่ทราบว่าพวกเขาตกเป็นฝ่ายตามหลังก่อนถึง 0-2 ตั้งแต่ช่วง 19 นาทีแรก ก่อนจะพลิกสถานการณ์กลับมายิง 3 ประตูรวดจนเป็นฝ่ายบุกขึ้นนำ 3-2 ในช่วงก่อนเข้า 20 นาทีสุดท้าย

แต่มันก็ดีไม่สุดเพราะหลังจากนั้นกลายเป็น "ปีศาจแดง" เน้นตั้งรับและรอสวนกลับ ทำให้ เชลซี เป็นฝ่ายเปิดเกมบุกเข้าใส่ และสร้างโอกาส รวมไปถึงการครองบอลที่เหนือกว่าที่ 56 ต่อ 44 เปอร์เซนต์ และมีสถิติการยิงประตูมากกว่าที่ 28 ต่อ 19 ครั้ง ยิงตรงกรอบมากกว่า 10 ต่อ 5 ครั้ง

และนั่นก็ส่งผลให้ปาฏิหาริย์เกิดขึ้นกับ เชลซี จนมาได้ 2 ประตูอันล้ำค่าในช่วงทดเวลาบาดเจ็บจนพลิกกลับมาเป็นฝ่ายชนะ ถ้าเกิดไปดู ลิเวอร์พูล เกมก่อนที่เจอ ไบร์ทตัน พวกเขาเป็นฝ่ายโดนนำ และพอพลิกกลับมาแซง 2-1 ก็ไม่เลือกที่จะผ่อนเกมและยังคงเดินหน้าไล่บุกบดคู่แข่งอยู่จนจบเกม

ถ้า แมนฯ ยู เลือกที่จะสู้แลกหมัดกันต่อบางทีอาจได้ประตูที่ 4 จน เชลซี ไม่สามารถพลิกเกมก็เป็นได้ เพราะช่วงนั้นเป็นโมเมนต์ที่ได้ใจและโมเมนตั้มกลับมาอยู่ที่พวกเขาแล้ว

[ เดอะ แบก พาลเมอร์ ]

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่าฤดูกาลนี้ โคล พาลเมอร์ คู่ควรกับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ เชลซี สุดๆ และก็จัดว่าเป็นดีลที่ยอดยอดแห่งปีอีกด้วย เพราะตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็นดาวเตะเบอร์ 1 ของทัพ "สิงห์บลูส์" ไปแล้วเรียบร้อย

การทำแฮตทริกในวันนี้เป็นการทำแฮตทริกครั้งแรกในเส้นทางอาชีพ และเป็นแฮตทริกที่น่าจดจำที่สุดในชีวิตเพราะนั่นคือการพลิกชะตาพา เชลซี กลับมาเป็นฝ่ายชนะแบบสุดดราม่า

เท่ากับว่าตอนนี้ โคล พาลเมอร์ ลงเล่นให้ เชลซี ใน พรีเมียร์ลีก ไป 26 นัด มีส่วนร่วมถึง 24 ประตู โดยแบ่งเป็น 16 ประตู และ 8 แอสซิสต์ ซึ่งตามหลังดาวซัลโว ณ ปัจจุบันอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ แค่ 2 ประตูเท่านั้น

มีสถิติมากมายเกิดขึ้นกับ โคล พาลเมอร์ ในวันนี้ เขากลายเป็นักเตะ เชลซี คนที่ 3 ที่ยิงประตูเกมเหย้าใน พรีเมียร์ลีก ได้ 6 นัดติดต่อกันต่อจาก ไอเดอร์ กุ๊ดยอห์นเซ่น และ ดิดิเย่ร์ ดร็อกบา

เขาคือผู้เล่นคนที่ 8 ใน พรีเมียร์ลีก ที่สามารถหวดแฮตทริกใส่ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ต่อจาก เดวิด เบนท์ลี่ย์ ปี 2006, เดิร์ก เคาท์ ปี 2011, โรเมลู ลูกากู ปี 2013, ซามูเอล เอโต้ ปี 2014, เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ปี 2022 และ ฟิล โฟเด้น ปี 2022

สถิติการซัดจุดโทษตอนนี้เข้าเป้าแบบ 100 เปอร์เซนต์ โดย 16 ประตูที่ทำได้มี 8 ประตูมาจากลูกจุดโทษ ซึ่งเจ้าของสถิติคนที่ยิงจุดโทษให้ เชลซี มากที่สุดต่อ 1 ซีซั่นคือ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ที่ทำไว้ที่ 10 ประตูเมื่อฤดูกาล 2009-10

นอกจากนี้ประตูชัยของ โคล พาลเมอร์ ยังกลายเป็นสถิติระดับประวัติศาสตร์ พรีเมียร์ลีก เพราะเป็นประตูชัยที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ล่าช้าที่สุดที่นาที 100.39 

[ สถิติไม่น่าจดจำของ ผีแดง ]

ก่อนหน้านี้มีสถิติเปิดเผยว่า นับตั้งแต่เจ้าสู่ปี 2024 แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่โดนคู่แข่งยิงรวมกันมากที่สุด 197 ครั้ง ซึ่งมากกว่าทุกทีมใน พรีเมียร์ลีก มาวันนี้ก็โดน เชลซี ยิงใส่ไปอีก 28 ครั้ง

นอกจากนี้สื่อต่างประเทศยังเปิดเผยอีกว่า ตอนนี้ ใน 5 ลีกดังของยุโรป แมนฯ ยูไนเต็ด คือทีมที่โดนคู่แข่งยิงตรงกรอบมากที่สุดอันดับ 2 ในฤดูกาล 2023-24 โดยมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 17.53 ครั้งต่อเกม ส่วนอันดับ 1 นั้นเป็นของ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ที่ค่าเฉลี่ย 18.47 ครั้งต่อเกม

นอกจากนี้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้เกมเยือนในลีกเป็นนัดที่ 4 ติดต่อกันเมื่อพวกเขาเป็นฝ่ายโดนขึ้นนำก่อน และที่พีคเลยก็คือ "ปีศาจแดง" ได้สร้างสถิติสุดเลวร้ายเมื่อเป็นทีมที่นำคู่แข่งในนาที 99.17 แต่สุดท้ายต้องกลายเป็นฝ่ายพ่ายแพ้

[ ฤกษ์ไม่ดีก่อน แดงเดือด ]

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ส่งผลให้ แมนฯ ยูไนเต็ด แพ้เป็นนัดที่ 12 ของฤดูกาลจากการลงเล่น 30 นัด รั้งอยู่อันดับ 6 มี 48 คะแนน ตามหลังพื้นที่ท็อปโฟร์อยู่ 11 คะแนน แน่นอนว่าสถานการณ์ของ เอริค เทน ฮาก ยิ่งตกที่นั่งลำบากมากขึ้นกับเรื่องอนาคตที่อาจไม่ได้ไปต่อกับ "ปีศาจแดง" ในฤดูกาลหน้า

ความพ่ายแพ้ในเกมนี้ถือเป็นลางที่ไม่ค่อยดีนัก เพราะเดี๋ยวเกมถัดไปในช่วงสุดสัปดาห์พวกเขาต้องรับมือกับศึกใหญ่ "แดงเดือด" กับ ลิเวอร์พูล ที่ตอนนี้ครองจ่าฝูงที่ฟอร์มกำลังร้อนแรง ชนะ 6 จาก 7 เกมหลังสุดในลีกและไม่แพ้ใคร

แน่นอนว่าลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ หมายมั่นปั้นมือมากๆ ว่าต้องล้างแค้นให้จงได้ หลังแพ้มา 3-4 ในเกม เอฟเอ คัพ ก่อนหน้านี้

HaMu Dos Santos

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline