"กิเลนผยอง" เมืองทอง ยูไนเต็ด ถือเป็นอีกหนึ่งทีมที่ออกสตาร์ทได้ไม่สวยงามเท่าไหร่ใน 3 นัดแรกของศึกไทยลีก ฤดูกาลนี้ โดย 3 นัดที่ผ่านมา พวกเขาบุกพ่ายราชบุรี 1-0, เปิดบ้านไล่ตามตีเสมอน้องใหม่ ลำปาง 2-2 และเกมล่าสุดบุกไปเสมอกับนครราชสีมา 1-1 สามนัด ยิงได้ 3 ประตู เสีย 4 ประตู มีอยู่ 2 คะแนน รั้งอันดับที่ 10 ของตารางในเวลานี้
ก่อนเริ่มฤดูกาลแฟนบอลต่างคาดหวังว่า "กิเลนผยอง" จะเริ่มต้นได้ดีในซีซั่นนี้ หลังมีการเสริมทัพที่น่าสนใจ และผลงานในช่วงปรีซีซั่นก็ค่อนข้างดี บวกกับฟอร์มเมื่อฤดูกาลที่แล้วและสไตล์การทำทีมของ มาริโอ ยูรอฟสกี้ ที่แฟนบอลชื่นชอบ ก็คิดว่าพวกเขาจะทำได้ดี และมีลุ้นจบหัวตารางเหมือนฤดูกาลที่แล้ว
แต่เมื่อผ่านไป 3 เกม แฟนบอลอุลตร้าเมืองทอง ก็เริ่มรู้สึกว่าทีมรักของตัวเองนั้นยังเล่นได้ตามมาตรฐานที่เคยทำไว้ เกมรุกที่เคยดุดัน การเล่นบอลเร็วตามช่องที่สวยงามก็หายไปด้วย ทำให้แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจกับผลงานสามนัดที่ผ่านมา อะไรคือสาเหตุที่กิเลนยังผยองไม่ออกในฤดูกาลนี้ เรามาดูกัน
1.นักเตะใหม่ยังไม่เข้าระบบ
ฤดูกาลนี้กิเลนผยองมีการเปลี่ยนแปลงทีมค่อนข้างเยอะ โดยได้นักเตะใหม่เข้ามาหลายคนอย่าง เอกนิษฐ์ ปัญญา, เอริค โจฮาน่า, ฮอง ซอง วุค หรือแม้กระทั้งนักเตะเก่าที่กลับมาร่วมทีมอย่าง อดิศักดิ์ ไกรษร, สหรัฐ กันยะโรจน์ รวมถึง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ซึ่งจริงๆ การได้นักเตะมาร่วมทีมเยอะถือเป็นเรื่องดีในการเพิ่มขนาดและเสริมความแข็งแกร่งของทีม แต่ตัวเหมือนนักเตะใหม่ที่เข้ามาเป็นตัวหลักทั้ง เอกนิษฐ์, โจอาน่า และ ฮอง ซอง วุค จะยังปรับตัวเข้าระบบของทีมไม่ได้ อาจจะต้องใช้เวลาสักพัก ซึ่งถ้านักเตะใหม่ปรับตัวได้ก้น่าจะทำผลงานได้ดีขึ้น
2.นักเตะฟอร์มตก
สามนัดที่ผ่านมามีนักเตะหลายคนที่ยังเล่นได้ต่ำกว่ามาตรฐาน หรือเรียกง่ายๆ ว่าฟอร์มตก โดยเฉพาะตัวขับเคลื่อนเกมอย่าง ซาร์ดอร์ มิร์ซาเยฟ ที่เห็นได้ชัดเลยว่าไม่เหมือนเดิม อาจจะเป็นด้วยความฟิตหรือขาดความมั่นใจทำให้ดาวเตะชาวอุซเบฯ ยังเค้นฟอร์มเก่งออกมาไม่ได้ นอกจากนี้ยังมี วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ที่แม้จะยังเล่นได้ดีในระดับนึง แต่ก็ฟอรืมตกลงไปจากฤดูกาลที่ผ่านมา เฮนรี่ อานิเยร์ ก็ยังยิงประตูไม่ได้ ซึ่งถ้านักเตะเหล่านี้กลับมาทำผลงานได้ดีเหมือนก่อนทีมก็น่าจะดีขึ้น
3.ขาด พ็อพพ์ เหมือนขาดใจ
การที่ทีมต้องเสียนักเตะที่ฟอร์มดีที่สุดเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง วิลเลี่ยน พ็อพพ์ ไปเห็นได้ชัดเลยว่าส่งผลต่อทีมมากๆ แม้จะได้ตัวแทนมาทั้ง เอกนิษฐ์ ปัญญา และ เอริค โจฮาน่า มาเสริมแต่ก็ยังทดแทนไม่ได้ ฤดูกาลที่แล้วที่เมืองทองฟอร์มดี ส่วนนึงต้องชมฟอร์มการเล่นและการยิงประตูที่มากมายของ วิลเลี่ยน พ้อพพ์ ด้วย ซึ่งนี่คือสาเหตุสำคัญที่ทำให้มิติในเกมรุกของกิเลนผยองขาดความเฉียบคมและน่ากลัวไปเยอะ
4.หาทีมที่ลงตัวยังไม่เจอ
สามนัดที่ผ่านมาเหมือนว่า โค้ชมาริโอ จะยังหาทีมที่ลงตัวไม่ได้ แม้จะจัดผู้เล่นชุดที่ดีที่สุดลงสนามในแต่ละเกม แต่มันก็ยังดูไม่ลงตัว ไม่กลมกล่อม แต่ก็ต้องย้อนกลับไปข้อข้างบนว่า ทั้งนักเตะใหม่ที่ยังไม่เข้าระบบ บวกกับหลายคนฟอร์มตก รวมทั้งเมื่อทีมไม่มี วิลเลี่ยม พ็อพพ์ มันก็เลยทำให้ตัวที่จัดลงไปยังไม่แจ่มในสามเกมแรก บางทีอาจจะต้องลองดร็อปใครไปบ้าง และส่งนักเตะที่ไม่ค่อยได้ลงสนามลงไปเล่นดู บางทีอาจจะดีกว่าที่ผ่านมาก็ได้
5.นักเตะบาดเจ็บ
นักเตะบาดเจ็บก็เป็นอีกปัจจัยนึงโดยเฉพาะการขาดหายไปของ ลูคัส โรช่า ผู้นำในเกมรับของทีมที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้แนวรับมีปัญหาและเสียประตุทุกนัด และผ่านมา 2 เกม เอกนิษฐ์ ก็เจ็บเพิ่ม อานิเยร์ ก็ไม่สมบูรณ์ รวมทั้งสภาพความฟิตของนักเตะหลายๆ คน ก็ดูจะยังไม่เต็มร้อยด้วย
6.กดดันตัวเอง
และสุดท้ายก็คือความกดดันของตัวเอง ด้วยความคาดหวังจากแฟนบอล รวมทั้งเป้าหมายที่ทีมตั้งไว้ ทำให้นักเตะทุกคนที่พยายามจะทำมันออกมาให้ดี ตั้งใจเล่นอย่างดีที่สุดในสนาม แต่ผลที่ออกมามันเหมือนหลายๆ คนเล่นแบบกดดันและยังไม่เป็นธรรมชาติของเมืองทองที่เรารู้จัก ถ้าทำลายกำแพงนี้ลงได้ก็น่าจะกลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง
โปรแกรมนัดต่อไปสุดสัปดาหืนี้ถือว่าสำคัญมากๆ และเป็นนัดที่พวกเขาไม่ควรพลาดต่อการเก็บสามแต้มเป็นที่สุด ต้องขอโทษแฟนบอลสุโขทัย ก่อนที่ผมต้องอธิบายเช่นนี้ เพราะถ้าเมืองทองหวังจะปลดล็อกชนะเกมแรก เกมวันอาทิตย์นี้ที่จะเปิดบ้านรับการมาเยือนของสุโขทัย คือเกมที่เป็นไปได้มากที่สุด หากพวกเขาทำไม่ได้ เกิดพลาดเสมอหรือแพ้คาบ้านขึ้นมา ก็ดูเหมือนจะกู่ไม่กลับ เพราะโปรแกรมหลังจากนี้ต่อไปต้องเจอทั้ง บุรีรัมย์, ชลบุรี, บีจี ปทุม และการท่าเรือ ซึ่งโหดๆ ทั้งนั้นขอบอก!!















