ควันหลงของ แมตต์ สมิธ กับ บีจี ปทุม ในการลงคุมทีมเกมแรกในฐานะโค้ช ก่อนที่จะจบด้วยการเปิดบ้านอัด เกษมบัณฑิต เอฟซี ทีมในไทยลีก 3 ถึง 3-0 ประเดิมด้วยการเข้ารอบ 32 ทีม ช้าง เอฟ เอ คัพ
แต่ถึงอย่างไรก็ตามก็ยังวัดอะไรมากไม่ได้ เพราะความต่างระหว่างทั้งสองทีมเยอะพอสมควร แต่อย่างน้อยๆ ก็มีข้อดีที่พอมองเห็นอยู่บ้างในการประเดิมสนามของ โค้ชสมิธ เมื่อวานนี้
อย่างแรกเลยการการยิงประตูอีกครั้งของ อิคห์ซาน ฟานดี้ หลังห่างหายจากการซัลโวประตูไปนาน ทำให้ความมั่นใจเขาค่อยๆ หดหายไปด้วย เพราะยิงยังไงก็เจาะตาข่ายใครไม่ได้ ดังนั้นการกลับมายิงในเกมนี้จึงเป็นสัญญานที่ดีที่ทำให้เขาได้กลับมาเติมเต็มความมั่นใจกับการเป็นหัวหอกเบอร์ 1 ของทีมอีกครั้ง
อย่างที่สองได้ลองผู้เล่นใหม่ๆ เพียบ โดยเกมนี้ โค้ชสมิธ ได้ลองนักเตะหลายๆ ตำแหน่งไม่ว่าจะเป็น ลิดอร์ โคเฮน กับการโยกไปเล่นแนวรุกทั้งซ้ายและขวาแบบเต็มๆ , กนกพล บุษปาคม กับการประเดิมเกมแรกในฐานะมิดฟิลด์คู่กลาง พร้อมถอด สารัช อยู่เย็น ออกไปแล้วให้ ณัฐพล วรสุทธิ์ ลงมาเล่นตลอดกลางครึ่งเวลาหลังซึ่งถือว่าเป็นเกมแรกที่เขาได้ให้โอกาสแข้งใหม่ๆ ได้โชว์ฟอร์มเยอะพอสมควร
อย่างที่สาม รูปแบบการเล่น ครึ่งแรก ครึ่งหลัง ต่างกันชัดเจน อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่ โค้ชสมิธ ตั้งใจมากๆ กับการเลือกลองรูปแบบการเล่นแบบนี้ เพราะครึ่งแรก บีจี เหมือนจะเล่นบอลโยนเป็นหลักโดยหวังใช้ความสูงใหญ่ของ อิคห์ซาน ฟานดี้ ให้เกิดประโยชน์แต่ก็ไม่ได้เป็นผลอะไรมาก ก่อนที่ครึ่งหลังจะเปลี่ยนมาใช้บอลบนพื้นและการต่อบอลที่มากขึ้น และดูเหมือนจะเป็นสไตล์ที่ถนัดของ บีจี มากกว่า ซึ่งในครึ่งหลังนี้พวกเขายิงเพิ่มได้อีก 2 ประตูด้วยกัน
อย่างสุดท้าย ชัยชนะที่ทีมรอคอย อย่าลืมนะว่า 2 เกมก่อนหน้านี้ที่ทำให้ โค้ชเทกุ ต้องกระเด็นตกเก้าอี้กุนซือใหญ่ บีจี ปทุม นั่นคือการ "เสมอ" และ "แพ้" อย่างล่ะนัด ดังนั้นการคัมแบ็กกลับมาคว้าชัยชนะในนัดนี้ได้น่าจะช่วยให้ทีมผ่อนคลายมากขึ้นจากสถานการณ์ที่ตึงๆ ในปัจจุบัน และแม้ว่าจะเป็นชัยชนะที่มีต่อทีมเล็ก แต่เชื่อเถอะว่ามันสำคัญไม่แพ้เกมใหญ่ๆ เกมไหนเลย
















