หลังจากที่ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้ประกาศแต่งตั้ง อิสสระ ศรีทะโร เป็นกุนซือทีมชาติไทย ชุด ยู23 คนใหม่ อย่างเป็นทางการ พร้อมด้วย "บิ๊กหยิม" ยุทธนา หยิมการุณ เข้ามารับตำแหน่งผู้อำนวยการทีมชาติไทยคนใหม่
ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีการเลื่อนโปรแกรมไทยลีกให้กระชับ รวมถึงการยกเลิกแมตช์ฟีฟ่าเดย์ ซึ่งเป็นการกดดันจาก "บิ๊กป้อม" พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และจะส่งผลต่อภาพรวมชุดใหญ่และชุดเล็กหรือไม่ บิ๊กหยิม ได้กล่าวว่า
"การที่สมาคมฯ ได้เข้าร่วมประชุมกับสภาโอลิมปิกฯ ท่านพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เน้นขอให้สมาคมฯ สร้างผลงานให้ดีขึ้น ซึ่งเราก็ได้รับเป็นโจทย์มาทำกัน อย่างไรก็ตามเป้าหมายหลักเราต้องการพัฒนานักเตะ ที่มีอายุต่ำกว่า 23 ปี พัฒนาเป็นระบบ การที่คัดนักเตะจากสโมสรต่าง ๆ ทำให้ได้นักเตะมีคุณภาพจริง ๆ"
"ชุดใหญ่ฟีฟ่าเดย์เราไม่ได้ขยับฟีฟ่าเดย์ไปไหน เนื่องจากเอเชียนคัพปกติต้องแข่งภายในปีหน้า เดือนมีนาคมเรามีฟีฟ่าเดย์ ก็เลื่อนไปเลย เลื่อนไปต้นปี 67 ฟีฟ่าเดย์เราขยับไปปีหน้าเหมือนกัน เรื่องผลกระทบผมว่าแทบไม่มีผล การที่เราเลื่อนลีกจบไว เราฟังเสียงสโมสรส่วนใหญ่เข้าใจดี กว่าจะได้ข้อสรุปจากบริษัทไทยลีก หลายแผนงานก็มีขยายเวลาบ้าง หากขยายเพิ่มสโมสรจะเหนื่อย คิดว่าไม่น่ากระทบมากเป็นการรวมใจหลังแมตช์ในลีกหมดแล้ว การคัดน้องๆ เข้ามาร่วมไปเตะเพื่อชาติไทยจะมีส่วนสำคัญมาก"
ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวก็ยังได้สอบถามเพิ่มในการถูกวางเป็นแคนดิเดตผู้สมัครชิงตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนต่อไป โดย ผอ.ทีมชาติไทยคนใหม่ กล่าวเสริมว่า "ผมยังไม่มีความคิดเป็นนายกสมาคม ผมผ่านระบบเบอร์หนึ่งของศูนย์ราชการมาแล้ว ผมเป็นคนที่รักฟุตบอล เมื่อท่านนายกเชิญเป็นอุปนายก ก็ช่วยในเรื่องระบบการแข่งขัน มันเป็นความสุขที่มีส่วนช่วย แค่มันไม่ง่ายที่จะเป็นนายกต้องบริหารหลายด้าน ยกตัวอย่างท่านสมยศ เรื่องระบบการพัฒนาโค้ชต่าง ๆ ตั้งแต่ ซี ถึง โปรไลเซนส์ สมาคมทำได้ดีพัฒนาบุคลากรต่าง ๆ ในไทย นั่นก็เป็นผลงานที่ท่านนายกประสานทำ"
"ผมก็เข้ามาช่วยไม่ได้หวังว่าต้องประสบความสำเร็จแล้วต้องเป็นนายก ผมทำเพื่อรักฟุตบอล ผมตั้งเป้าจริงๆ อยากให้ทีมชาติไทยกลับมาอยู่อันดับหนึ่งของอาเซียนให้ได้ ส่วนในเอเชียอยากให้ติดท็อป 12 และอันดับโลกติดให้ต่ำกว่า 100 ผมอยากสร้างความสุขให้ประชาชนชาวไทย" บิ๊กหยิม กล่าวปิดท้าย











