หลังปิดฉากฤดูกาล 2022/23 ได้ไม่นาน ชลบุรี เอฟซี เริ่มขยับตัวเตรียมทีมสู้ศึกฤดูกาลหน้าแล้วเรียบร้อย ประกาศแต่งตั้ง มาโกโตะ เทกุระโมริ อดีตกุนซือชาวญี่ปุ่นของ บีจี ปทุม ยูไนเต็ด เข้ามาเป็นนายใหญ่คนใหม่ นับเป็นบิ๊กดีลที่เซอร์ไพรส์ต่อแฟนบอล "ฉลามชล" รวมไปถึงแฟนฟุตบอลไทยที่ก่อนหน้าหวังว่าเขาจะรับบทบาทกุนซือทีมชาติไทยในอนาคต
วันนี้เราพามาวิเคราะห์หน่อยว่าเพราะเหตุใดทำไมยอดทีมแดนบูรพาถึงต้องเลือกเป็นเขาคนนี้
1.การแข่งขันที่สูงขึ้น
การแข่งขันฤดูกาลที่ผ่านมาว่าเข้มข้นแล้ว ฤดูกาลหน้าก็จะเพิ่มมากยิ่งขึ้น ทำให้แต่ละทีมขยับเสริมแกร่งให้ขนาดทีมมีความสมดุล แข็งแกร่งกว่าเดิม บอร์ดบริหาร "ฉลามชล" ต้องสรรหากุนซือคนใหม่ในฤดูกาลหน้าที่มีประสบการณ์และยกระดับทีมได้ แทน "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ที่ประกาศลาออกไป จึงได้ติดต่อกับ "เทกุซัง" ที่กำลังว่างงานและพร้อมรับงานในไทยต่อ โดยการเจรจาแนวทางต่างๆ นั้นลุล่วงและทำให้ทั้งสองฝ่ายสมหวังในที่สุด
ตลอดระยะเกือบ 2 ฤดูกาล ชลบุรี เอฟซี มีการลงทุนไปมากพอสมควร แต่ก็ยังไม่ได้ผลตามที่ต้องการ และครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่น่าลองเสี่ยงอีกสักตั้งเพื่อนำความสำเร็จมาสู่ทีมอีกครั้งให้ได้
2.หวนใช้ “เจแปนเวย์” ควบคู่กับการสร้าง
แนวทางญี่ปุ่นกลับมาเป็นที่น่าสนใจของบอร์ดบริหาร รวมถึง "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานพัฒนาเทคนิคทัพ "ฉลามชล" ที่ถือเป็นแฟนตัวยงของ "เทกุซัง" ชื่นชอบในแนวทางการทำทีม อีกทั้งยังขึ้นชื่อในการสร้าง วางระบบ และให้โอกาสนักเตะเยาวชนในสมัยที่เคยคุม เวกัลตะ เซนได ในศึก เจลีก 1
3.ค่าเหนื่อยอยู่ในเรทพอรับได้
เรื่อง "ค่าเหนื่อย" ของ มาโกโตะ เทกุระโมริ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ก่อนหน้านี้หลายคนคาดว่ามันน่าจะแพง และความเป็นไปได้มีน้อยมาก ๆ ที่ ชลบุรี จะได้เขาไปคุมทัพ อย่างที่ทราบกันว่า "ฉลามชล" ไม่ใช่ทีมที่ทุ่มอะไรมากมาย แต่ทว่าครั้งนี้มีรายงานว่าค่าเหนื่อยอยู่ในเรทที่สามารถจ่ายได้โดยไม่แพงเกินไป อีกทั้ง "เทกุซัง" อยากกลับมาพิสูจน์ฝีมือให้เห็นอีกครั้งว่าเขาไม่ได้ล้มเหลวกับฟุตบอลไทยแต่อย่างใด
















