ฟุตบอลไทยลีก ฤดูกาลใหม่ 2023/24 จะเปิดฉากฟาดแข้งกันในเดือนสิงหาคม หนึ่งทีมที่มีการเปลี่ยนแปลงตัวกุนซือ และน่าสนใจกับผลงานในฤดูกาลหน้าว่าจะเป็นอย่างไร นั่นคือ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ที่กลับมาใช้บริการเฮดโค้ชจากแดนปลาดิบอีกครั้ง ซึ่งกุนซือผู้นำความหวังใหม่มาสู่ทัพฉลามชลก็คือ "มาโกโตะ เทกุระโมริ" กุนซือชาวญี่ปุ่น วัย 55 ปี
สำหรับโค้ชเทกุ เป็นที่รู้จักของแฟนบอลชาวไทย หลังจากที่เข้ามาเป็นกุนซือของบีจี ปทุมฯ เมื่อปี 2022 ซึ่งเข้ามาทำในช่วงเลก 2 ของฤดูกาล 2021/22 ก่อนจะได้คุมทีมเต็มๆ ช่วงต้นฤดูกาล 2022/23 แต่ก็อยู่ไม่จบฤดูกาล มีอันต้องแยกทางกันไป โดยผลงานที่ฝากไว้ก็คือพาทีมเดอะแรบบิท จบรองแชมป์ไทยลีก 2021/22 ต่อด้วยคว้าแชมป์ไทยแลนด์ แชมเปี้ยนส์ คัพ 2022 กับบีจี ปทุมฯ
ซึ่งก่อนหน้าจะมาทำงานในเมืองไทย "โค้ชเทกุ" ถือเป็นกุนซือที่น่าจับตามองของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น หลังพาทีมซามุไรบลู ชุดยู23 คว้าแชมป์เอเชีย เมื่อปี 2016 ซึ่งเจ้าตัวเคยเสนอชื่อสมัครงานมาเป็นเฮดโค้ชทีมชาติไทยด้วย ในช่วงปี 2017 แต่สุดท้ายไม่ถูกรับเลือก และเป็น มิโลวาน ราเยวัช ที่เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ของทัพช้างศึก
หลังจากแยกทางกับบีจี ไปดูเหมือนกุนซือชาวญี่ปุ่นผู้นี้ยังมีอะไรที่ติดค้างในใจที่อยากจะพิสูจน์ฝีมือตัวเองอีกครั้งกับฟุตบอลไทยลีก เพราะคุมบีจีไปได้ไม่ตลอดรอดฝั่ง และเหมือนสิ่งที่เขาตั้งใจไว้ยังไม่สำเร็จ มีสโมสรในบ้านเกิดให้ความสนใจมากมาย แต่เจ้าตัวก็ปฏิเสธไป และรอข้อเสนอจากไทยลีก เหมือนกับรู้ว่ายังมีสโมสรในเมืองไทยที่ให้ความสนใจตัวของเขาอยู่
และสุดท้ายก็เป็นชลบุรี เอฟซี ที่กำลังไร้แม่ทัพในการสู้ศึกฤดูกาลใหม่ หลังแยกทางกับ "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ ไปก่อนจบฤดูกาลที่แล้ว
ซึ่งหลังจากที่ชลบุรี เอฟซี ได้เปิดตัว "โค้ชเทกุ" เข้ามาเป็นกุนซือคนใหม่ แฟนบอลฉลามชลเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ดูจะแฮปปี้ไม้น้อย เพราะถือเป็นกุนซือที่ดูจะมีชื่อชั้นและน่าจะนำพาความสำเร็จมาให้กับชลบุรี เอฟซี ได้ หลังจากพวกเขาห่างหายความสำเร็จมานานแสนนาน
แชมป์สุดท้ายของทีมฉลามชลแบบเต็มตัวก็คือ "มูลนิธิไทยคมเอฟเอ คัพ" เมื่อฤดูกาล 2010 ส่วนแชมป์เอฟเอ คัพ ในปี 2016 เป็นการครองแชมป์ร่วมกับ 4 ทีม กับราชบุรี, ชัยนาท และ สุโขทัย เนื่องจากฟุตบอลไทยนั้นตัดจบไปก่อนในรอบ 4 ทีมสุดท้าย ซึ่งถ้านับแล้วก็กว่า 13 ปีแล้ว ที่ชลบุรี ไม่ได้สัมผัสแชมป์อะไรเลย
ในทุกๆ ฤดูกาล เป้าหมายของชลบุรี เอฟซี คือการติดท็อปไฟว์ไทยลีก และแชมปืบอลถ้วยหนึ่งรายการเป็นอย่างน้อย ซึ่งมันเป็นแบบนี้ในทุกฤดูกาล ที่ทีมชลบุรี มีการแถลงข่าวเปิดตัวก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่ และเชื่อว่าในซีซั่นนี้ก็เช่นกัน เป้าหมายก็จะเป็นเช่นนี้ ทั้งๆ ที่ย้อนกลับไปทีมชลบุรี คือทีมใหญ่ระดับลุ้นแชมป์ไทยลีก ดังเพลงประจำสโมสรสุดคลาสสิคที่ร้องว่า "เกิดมาเพื่อเป็นแชมป์ เกิดมาเพื่อเป็นแชมป์ ชลบุรี เอฟซี ชลบุรี เอฟซี ชลบุรี...... ฟุตบอลคลับๆๆๆๆๆ"
แต่เนื่องด้วยยุคสมัยที่เปลี่ยนไป บวกกับชลบุรี ไม่ใด้เป็นทีมเงินถุงเงินถังเหมือนกับบิ๊กทีมอื่นๆ ทำให้การจะเบียดลุ้นแชมปืลีกจึงเป็นเรื่องยาก แม้กระทั่งแชมป์บอลถ้วยก็มักจะไปไม่ถึงฝัน ที่ใกล้เคียงที่สุดก็คือเมื่อฤดูกาลก่อน 2021/22 ที่ได้เข้าชิงช้างเอฟเอ คัพ แต่ก็ได้แค่รองแชมป์อย่างน่าเสียดาย
สำหรับนโยบายการสร้างทีมของชลบุรี จะเป็นทีมที่เน้นสร้างดาวรุ่งขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ เนื่องด้วยเป็นทีมที่มีระบบอะคาเดมี่ที่แข็งแรงที่สุดทีมนึงของเมืองไทย เราจึงจะเห็นเด็กๆ จากรั้วชลบุรี ขึ้นมาสู่ทีชุดใหญ่ของชลบุรี เอง หรือไปเล่นให้ทีมอื่นๆ แบบยืมตัว และก้าวสู่ทีมชาติกันหลายคน
ดังนั้นถ้าพูดถึงนักเตะไทยของชลบุรี เอฟซี ถ้านับเฉพาะฝีเท้าบอกเลยว่าไม่ได้เป็นรองทีมอื่น แต่อาจจะมีเรื่องของประสบการณ์ที่ต้องใช้เวลาในการสะสมให้มากขึ้นกว่านี้ ซึ่งบางทีหากเด็กยังไม่พร้อม ชลบุรี อาจจะต้องทุ่มซื้อตัวไทยที่มากประาบการณ์มาเสริมบ้าง เช่นเดียวกับตัวต่างชาติ ที่อาจจะต้องยกระดับเอาตัวที่ดีกว่าที่เคยมีมาร่วมทัพ
อย่างไรก็ดี เราคงจะได้เห็นอะไรใหม่ๆ และน่าตื่นตาตื่นใจจากการทำงานของ มาโกโตะ เทกุระโมริ ในการเข้ามาเป็นเฮดโค้ชของทีมชลบุรี เอฟซี ในฤดูกาลนี้ ซึ่งคนที่ดูจะค่อนข้างถูกใจกับตัวกุนซือรายนี้ก็คือ "โค้ชเฮง" วิทยา เลาหกุล ประธานเทคนิค ของทีมที่ออกมาบอกว่าโค้ชคนนี้ใช่เลย ดูจะตรงสเป็กของอาจารย์เฮงมากที่สุด
ซึ่งก่อนหน้านี้ชลบุรี ก็เคยใช้งานโค้ชชาวญี่ปุ่นมาแล้ว และเป็นคนที่เฮงซังดึงเข้ามา นั่นคือ "มาซาฮิโระ วาดะ" ซึ่งก็พาชลบุรี เอฟซี ไปได้ไกลถึงการเป็นรองแชมปืไทยลีก
ไม่แน่ว่ากุนซือชาวญี่ปุ่นคนที่สองของชลบุรี เอฟซี จะเป็นคนที่นำพาความสำเร็จมาสู่ทัพชลบุรี เอฟซี ในซีซั่นหน้าก็เป็นได้
















