เมื่อคืนก่อน (16 มิ.ย.66) ทีมชาติไทย ทำได้แค่บุกไปเสมอกับไต้หวัน 2-2 ในเกมอุ่นเครื่อง ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ เป็นอีกเกมที่ มาโน่ เฮดโค้ชใหญ่โดนเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก กับฟอร์มการเล่น และผลงานของทีมชาติไทย จนมีกระแสถึงขั้นที่ว่าควรจะปลดมาโน่ และหาโค้ชคนใหม่มาทำดีกว่า เพราะเหมือนกับว่าทีมชาติไทยจะไม่มีอะไรใหม่เลย

ขออนุญาตย้อนกลับไปก่อนเกมที่พบกับไต้หวัน ซึ่งผมเองเป็นหนึ่งในคนที่หนุนหลังโค้ชมาโน่ มาโดยตลอดด้วยผลงานการพาทีมช้างศึกคว้าแชมป์อาเซียนได้ถึง 2 สมัย และก็เคยสนับสนุนให้โค้ชมาโน่ ได้พิสูจน์ตัวเองจนถึงเอเชี่ยน คัพ รอบสุดท้าย ต้นปีหน้า อยากจะรอดูว่าจะสอบผ่านไหมในเวทีระดับเอเชีย

แต่ก็เรียนตามตรงว่า ณ ตอนนี้เริ่มไม่มั่นใจแล้วว่าควรจะให้ มาโน่ ทำทีมในเอเชี่ยน คัพ ดีหรือไม่ เพราะหลังๆ มานี้ โดยเฉพาะเกมอุ่นเครื่อง ดูทีมชาติไทยเล่นแล้วไม่ค่อยมีทรงเท่าไหร่ อย่างเกมล่าสุด จริงอยู่ว่าเราครองบอลได้ดีกว่า มีจังหวะเข้าทำมากกว่า ซึ่งมันควรจะเอาชนะได้แบบสบายๆ ไม่ใช่เล่นแล้วโดนง่ายๆ แบบนี้ 

และที่เป็นปัญหาเลยก็คือเหมือนนักเตะไร้แรงจูงใจ เล่นไปตามหน้าที่ คือจริงๆ ก็คงจะอยากจะเล่นเพื่อชนะทุกคนนั่นแหละ แต่ดูๆ ไปมันก็มองออกว่ามันไร้แรงกระตุ้น เอาจริงมีนักเตะอยู่ 2 คนที่เห็นถึงความมุ่งมั่นและเล่นแบบมาตรฐานที่เราต้องการ หนึงคือ กฤษดา กาแมน อีกหนึ่งคือ นโคลัส มิคเคลสัน 

เรื่องของแผนการเล่นก็เป็นอีกเรื่องที่อยากพูดถึง เกมกับไต้หวัน เหมือนจะจัดตัวในระบบ 5-3-2 หรือบางจังหวะเป็น 4-4-2 ไดมอน อยู่ที่จังหวะเล่นเกมรับหรือเกมรุก โดยนักเตะคนสำคัญในแผนนี้ก็คือ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ ที่เหมือนเป็นตัวไฮบริด ที่คอยลงไปเล่นเป็นปราการหลังคนสุดท้ายพอเล่นเกมรับในระบบหลัง 3 แต่พอเกมรุกก็จะขยับขึ้นไปทำเกม เหมือนเป็นตัวดีพ ไลอิงเพลย์เมกเกอร์

เข้าใจว่า วีระเทพ เล่นได้ทั้งกองหลังและกองกลาง แต่ในความคิดผมเกมในระดับแบบนี้มันไม่เวิร์ค ซึ่งเราเห็นได้จากผลของการแข่งขัน เท่าที่ดูมันไม่จำเป็นเลยที่ต้องเอา วีระเทพ ไปเล่นแบบนั้น สมมติตัด ฐิติพันธ์ ออก แล้วเอา วีระเทพ มายืนคู่ สารัช ตรงกลาง แล้วเติมริ้มเส้นมาอีกคน น่าจะเวิร์คกว่า เกมรุกก็น่าจะมีมิติมากกว่านี้

ส่วนตำแหน่งเซ็นเตอร์ ผมไม่มีปัญหากับการเอา กฤษดา มาเล่น เพราะเขาเล่นได้ แต่ กฤษดา ก็ดูจะไม่เหมาะกับหลังสาม เอาเล่นแบบหลังคู่ไปเลย จะคู่กับใครก็เลือกเอา

ผมเองไม่ได้เก่งกว่าโค้ช และไม่ได้มีไลเซนส์อะไร แต่ก็พอจะรู้เรื่องฟุตบอลและดูบอลเป็นอยู่บ้าง ก็พอจะวิเคราะห์เอาเองได้ในความคิดของผมเอง

คือถ้าสิ่งที่มาโน่ ทำมันเวิร์ค มันเล่นดี ชนะสวยงาม มันก็คงไม่มีปัญหาอะไร และเราเองก็คงจะชื่นชมและยกย่อง มาโน่ ว่าสุดยอด แต่เท่าที่ดูแผนการเล่นแบบนี้ที่ทำมาหลายครั้งแล้ว ยังไม่มีเกมไหนที่เล่นแล้วประทับใจคนดูเลย

เข้าใจละว่าอุ่นเครื่องมันเป็นการลองทีม ลองแผนใหม่ๆ ลองนักเตะต่างๆ แต่ก็ถือว่าลองมาเยอะละ แล้วมันก็คือไม่เวิร์คอะโน่ โน่ลองเปลี่ยนมาจัดทีมแบบธรรมดาๆ ที่เคยเล่นก็ได้ จะ 4-2-3-1, 4-3-3 หรือ 4-4-2 อะไรก็ได้

เอานักเตะเล่นตามตำแหน่งที่ถนัด ปีกริมเส้นเอามาตั้งหลายตัวก็ใช้ให้เป็นประโยชน์ เกมที่แล้วใช้แบ็กเล่นเกมรุก แล้วจะเอาปีกมาทำไมเยอะแยก 

เกมกับไต้หวันถือว่าคุณได้ลองทีมไปแล้ว เกมกับฮ่องกง ลองเอาจริงดูหน่อย เล่นเสมือนเป็นเกมสำคัญ ลองเล่นให้ชนะเพื่อเอาใจแฟนบอลส่งท้ายหน่อย บางทีมันอาจจะออกมาดีกว่าที่ผ่านมาก็ได้

ที่เขียนไป บ่นไป ก็รู้แหละว่ามันไม่ถึง มาโน่ หรอก ต่อให้ถึงก็คงไม่เชื่อผมหรอก แต่ยังไงผมก็อยากเห็นทีมชาติไทยชนะแหละ แม้จะเป็นเกมอุ่นเครื่อง ผลแพ้ ชนะ ไม่ได้สำคัญอะไรนาดนั้น แต่ก็ช่วยเล่นให้ชนะเถอะ หรือไม่ชนะก็เล่นให้มันสนุก ให้แฟนบอลได้เห็นถึงความตั้งใจ ความมุ่งมั่นหน่อย 

เกมที่ไม่ได้สำคัญอะไรแบบนี้ลองเล่นให้ชนะ เราจะได้มั่นใจว่าเมื่อถึงทัวร์นาเม้นท์สำคัญคุณจะทำได้ แต่ถ้าเป็นแบบนี้ เผลอๆ อาจอยู่ไม่จบสัญญา และอาจจะไม่ได้คุมทีมในเอเชี่ยน คัพ ก็เป็นได้ ยังไงแล้วเกมกับฮ่องกง ไม่มีช้อยส์อื่น คุณต้องชนะเท่านั้น มาโน่

#ชิชาริเต่า

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline