ทีมชาติไทย กลับมาทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอีกครั้งในฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ด้วยการเอาชนะ ฮ่องกง ไปได้แบบหืดจับ 1-0 เมื่อคืนวันจันทร์ที่ 19 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา โดยชัยชนะดังกล่าวถือเป็นการเก็บชัยชนะได้อีกครั้งในรอบ 5 เกมหลังสุด
หากมองถึงความเปลี่ยนแปลงจากเกมที่แล้วเทียบกับเกมนี้ได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างแตกต่างกันไป มีอะไรให้พูดถึงพอสมควร เราจะพามาดูและวิเคราะห์ไปพร้อมกันว่ามีสิ่งใดบ้างที่ได้เห็น
เปลี่ยนแผนตามแฟนเรียกร้อง
มาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่ มีการปรับทัพพอสมควร จากเดิมเกมที่แล้วลองใช้แผน 3-5-2 ซึ่งมองว่าอาจจะไม่ค่อยเข้ากันกับทีมสักเท่าไหร่ จึงเลือกมาใช้แผน 4-2-3-1 ซึ่งเป็นแผนที่หลายคนอยากเห็นมากที่สุด เปลี่ยนนักเตะจากชุดที่แล้ว 4 คน เริ่มตั้งแต่ใช้คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟส่ง เฉลิมศักดิ์ อักขี จับคู่กับ เอเลียส ดอเลาะ ส่วนกองกลางกลับใช้ พิธิวัตต์ สุขจิตธรรมกุล อีกครั้ง และส่ง ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ดาวรุ่งวัย 22 ปี ยืนเป็นริมเส้นกราบขวา
ความกระหายในชัยชนะ
อีกหนึ่งสิ่งแตกต่างจากเกมที่แล้วเห็นได้ชัดคือ “ความกระหาย” ของนักเตะมีมากขึ้น จากสถิติก่อนหน้านี้ 4 เกมหลังสุดแมตช์อุ่นเครื่องของทีมชาติไทย แพ้ 3 เสมอ 1 ยังไม่ชนะใคร แม้เป็นการลองทีม แต่ก็ถึงเวลาแล้วทีมต้องกลับมาเก็บชัยเพื่อทำคะแนนแรงกิ้งฟีฟ่าให้ได้บ้าง สีหน้าของทุกคนแสดงออกให้เห็นถึงความมุ่งมั่น มีกระหายในการคว้าชัย เชื่อว่า “มาโน่” หรือ “มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย อาจมีการปลุกเร้าอะไรบางอย่างให้ทีมกลับมาทำผลงานดีอีกครั้ง
ปรับจังหวะการเล่นตามที่ถนัด
เกมที่แล้วอาจดูเนือยๆ ไปบ้างในครึ่งแรก แล้วเร่งเครื่องในครึ่งหลัง ทว่าเกมนี้นับตั้งแต่เขี่ยบอลเริ่มเกมรูปเกมเป็นฝั่งเราเดินเครื่องบุกอยู่ฝ่ายเดียว การเข้าทำชัดเจนขึ้น แม้ครึ่งแรกจะไม่มีประตูก็ตาม รูปแบบแท็กติกการเล่นยังเล่นได้สนุก มีจังหวะทำชิ่งสวยๆ หลายครั้ง กระทั่งครึ่งหลังมาได้ประตูจาก ธีรศิลป์ แดงดา นาทีที่ 63 หลังจากนั้นมีโอกาสทำสกอร์หนีห่างอยู่หลายครั้งแต่ก็ยังใช้โอกาสเปลือง ดังนั้นเรื่องการจบสกอร์ยังคงเป็นสิ่งที่ต้องปรับปรุงต่อไป
“ลูกโซ่” พาทัวร์ “หนึ่ง” สุดเด่น
ปฏิเสธไม่ได้ว่า นิโคลัส มิคเคลสัน แบ็คขวาลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์ และ ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว คือนักเตะที่ทำผลงานได้ดีตลอด 2 เกมในฟีฟ่าเดย์ สำหรับในรายของ “ลูกโซ่” ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่องในเกมริมเส้นฝั่งขวาขึ้นสุดลงสุดไม่มีหมด แม้เกมนี้เขาจะไม่มีแอสซิสต์แต่ก็คอยสร้างสรรค์เกมรุกเปิดบอลสวยๆ เข้าไปในกรอบเขตโทษได้หลายครั้ง
ขณะที่ “เจ้าหนึ่ง” เกมนี้ได้รับโอกาสออกสตาร์ท 11 ตัวจริงก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เซนต์บอลเล่นได้ทันเข้ากับรุ่นพี่คนอื่นๆ มีคิลเลอร์พาสสวยๆ นำไปสู่การทำแอสซิสต์ให้ “พี่มุ้ย” นำบอลซุกก้นตาข่ายเป็นประตูชัยไปในที่สุด
เกมรับปราศจากข้อผิดพลาด
เกมรับ ช้างศึก คือหนึ่งกุญแจสู่ชัยชนะ ก่อนหน้านี้เมื่อเห็นชื่อ 2 เซ็นเตอร์ฮาล์ฟออกสตาร์ทตัวจริง ทำเอาใครหลายคนตั้งข้อสงสัยและหวั่นใจว่าจะเกิดข้อผิดพลาดหรือไม่ ทว่าพวกเขาก็แสดงให้เห็นแล้วว่ามีความนิ่ง มีวินัยในการเล่นเกมรับไร้ข้อผิดพลาด มี “พิธิวัตต์” คอยช่วยเก็บกวาดอยู่ในแดนบน บวกกับศูนย์หน้าคู่แข่งก็ไม่ได้แสดงพิษสงความอันตรายมากสักเท่าไหร่ จึงเป็นอีกปัจจัยที่นำไปสู่การเก็บคลีนชีตได้
















