ใครใช้สนามไหน? ไปดู 12 รังเหย้า สังเวียนแข้งซูซูกิ คัพ 2018

อีกไม่กี่วันแล้วศึกฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ก้จะเปิดฉากฟาดแข้งกัน นัดเปิดสนาม 8 พ.ย.นี้ ในสายเอ และสายบี ที่ไทยเราอยู่ด้วยจะประเดิมสนามในวันที่ 9 พ.ย.นี้

อย่างที่หลายๆ คนคงทราบดีว่าฟุตบอลอาเซียน คัพ หนนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน จากเดิมที่จะมีเจ้าภาพร่วมสองชาติในรอบแรก ก็เปลี่ยนมาเป้นทุกชาติจะได้เป็นเจ้าภาพเหมือนกันหมด คือจะได้เล่นในบ้านของตัวเองสองนัด และออกไปเยือนสองนัดในรอบแรกเท่าๆ กัน โดยไม่มีเจ้าภาพเหมือนแต่ก่อน

สาเหตุก็มาจากการที่เวลามีเจ้าภาพนั้นพอทีมที่ไม่ใช่เจ้าภาพลงเตะสนามก็แทบจะไม่มีคนดูเลย ซึ่งมันก็เป็นภาพที่ไม่ค่อยจะสวยงาม และทำให้รายได้หายไปเยอะด้วย แต่เมื่อมาเตะบ้านใครบ้านมัยแบบนี้ก็การันตีได้ว่าทุกๆ เกมจะมีแฟนบอลเต็มสนามแน่นอน

ในเมื่อทุกชาติจะได้เล่นในบ้านของตัวเอง ดังนั้นทุกทีมก็จะต้องมีรังเหย้าเตรียมเอาไว้เพื่อการเเข่งขัน ซึ่งบางชาติก้เตรียมไว้ 1 สนาม บางทีมก็สองสนาม แล้วแต่ใครจะเตรียมไว้ยังไง แต่ก้มีเหมือนกันที่ไม่มีสนามของตัวเองและต้องไปใช้สนามประเทศอื่นลงเตะ เดี๋ยวเราคงได้มาว่ากัน

ดังนั้นก่อนที่ฟุตบอลซูซูกิ คัพ จะเริ่มขึ้น เราจึงอยากจะพาทุกท่านไปดูกันสักหน่อยว่า 10 ชาติที่มาโม่แข้งอาเซียน คัพ ครั้งนี้ เข้าส่งชื่อสนามอะไรเป็นรังเหย้ากันบ้าง ไปดูกัน

เริ่มกันที่ 5 ชาติ สาย เอ

เวีดยนาม

ทีมสกุลเหงียนมาแบบพิเศษใส่ไข่เตรียมรังเหย้าไว้ถึงสองสนามในรอบแรก ใช้เตะสนามละแมตช์ สนามแรกคือ สนามกีฬาแห่งชาติหมีดิ่ญ อยู่ในกรุงฮานอย มีความจุอยู่ที่ 40,000 ที่นั่ง โดยจะใช้ในเกมที่เวียดนาม เปิดบ้านเจอกับมาเลเซีย วันที่ 16 พ.ย.61

อีกสนามคือ ห่างเด๋ย สเตเดี้ยม เป็นสนามประจำเมืองฮานอย มีความจุ 22,500 ที่นั่ง เป็นรังเหย้าของทีมฮานอย เอฟซี ในศึกวีลีก ของเวียดนามด้วย โดยสนามแห่งนี้จะใช้ในเกมพบกับกัมพูชา วันที่ 24 พ.ย.61

มาเลเซีย

ทีมชาติมาเลเซีย เลือกใช้สนามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศของพวกเขา นั่นคือสนามบูกิต จาลิล สนามกีฬาแห่งชาติของพวกเขาที่แฟนบอลชาวไทยคุ้นชื่อคุ้นหูกันดี เราเคยไปคว้าแชมป์ที่สนามแห่งนี้มาแล้วเมื่อปี 2014 มีความจุเรือนแสนแต่ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 87,000 ที่นั่ง ตั้งอยู่ที่เมืองหลวงกัวลาลัมเปอร์ โดยจะใช้ในเกมที่มาเลเซีย พบกับ ลาว วันที่ 12 พ.ย. และเกมะบ เมียนมา วันที่ 24 พ.ย.นี้

เมียนมา

เมียนมา เป็นอีกชาติที่ใช้ 2 สนามในรอบแรก สนามแรกคือ สนามกีฬามันดาลาร์ธีรี ตั้งอยู่ในเมืองมัณฑะเลย์ เป็นรังเหย้าของยาด­านาบอน เอฟซี มีความจุอยู่ที่ประมาณ 30,000 ที่นั่ง จะใช้ในเกมที่เมียนมา พบกับ กัมพูชา วันที่ 12 พ.ย.นี้

อีกสนามคือสนามกีฬาตูวันนา อยู่ในเมืองย่างกุ้ง เป็นสนามที่อเยยาวดี ยูไนเต็ด ใช้เป็นรังเหย้าในลีกเมียนมาด้วย มีความจุอยู่ที่ประมาณ 32,000 ที่นั่ง จะใช้ในเกมที่เมียนมาพบกับ เวียดนาม ในวันที่ 20 พ.ย.61

ลาว

ทีมชาติลาวใช้ สนามกีฬาแห่งชาติลาว เป็นรังเหย้า ซึ่งเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับการเป็นเจ้าภาพซีเกมส์เมื่อปี 2009 ที่นครหลวงเวียงจันทน์ มีความจุอยู่ที่ประมาณ 25,000 ที่นั่ง โดยจะใช้ในเกมที่ ลาวเปิดบ้านพบกับเวียดนาม วันที่ 8 พ.ย. และพบกับเมียนมา วันที่ 16 พ.ย.นี้

กัมพูชา

ทีมสุดท้ายในสายเอ กัมพูชา ใช้สนามกีฬาโอลิมปิกในกรุงพนมเปญ เป็นรังเหย้า สนามแห่งนี้มีความจุอยู่ที่ 50,000 ที่นั่ง โดยจะใช้ในเกมที่กัมพูชา เปิดบ้านรับมือมาเลเซีย วันที่ 8 พ.ย. และ พบกับลาว ในวันที่ 20 พ.ย.61

ต่อกันที่ 5 ชาติ สายบี

ไทย

ทีมชาติไทย ของเราใช้สนามในเมืองหลวงเป็นรังเหย้าเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา นั่นก็คือ ราชมังคลากีฬาสถาน ปัจจุบันความจุอยู่ที่ประมาณ 49,000 ที่นั่ง โดยครั้งนี้ทีมชาติไทยได้เล่นที่ราชมังฯ ถึง 3 นัด สองนัดเป็นเกมเหย้า ส่วนอีกเกมเป็นเกมเยือนแต่ได้เล่นในบ้านงงไหมละ ก็คือเกมนัดเปิดสนาม 9 พ.ย.นี้ ที่จะพบกับ ติมอร์ เลสเต ซึ่งเจ้าถิ่นนั่นไม่พร้อมจัดการแข่งขัน เราจึงขอเป็นเจ้าภาพให้ ส่วนอีกสองเกมในฐานะเจ้าบ้าน ไทย จะพบกับ อินโดนิเซีย วันที่ 17 พ.ย. และนัดสุดท้ายรอบแรกะบ สิงคโปร์ วันที่ 25 พ.ย.61

ฟิลิปปินส์

ทีมชาติฟิลิปปินส์ เลือกใช้สนาม ปานาด สเตเดี้ยม ซึ่งเป็นสนามที่มีจุดเด่นคืออยุ่ในสวนป่ายูคาลิปตัสกว่า 60,000 ต้น ชื่อเต็มคือ ปานาด ปาร์ค แอนด์ สเตเดี้ยม อยู่ในเมืองบาโคลอค มีความจุอยู่ที่ 20,000 ที่นั่ง จะใช้เล่นในเกมพบกับสิงคโปร์ วันที่ 13 พ.ย. และ พบไทย วันที่ 21 พ.ย.นี้

สิงคโปร์

ทีมชาติสิงคโปร์ ก็ใช้สนามประจำของพวกเขาคือ สิงคโปร์ สปอร์ต ฮับ หรือสนามกีฬาแห่งชาติสิงคโปร์ นั่นเอง เป็นสนามที่น่าจะสวยและไฮเทคที่สุดในอาเซียน โดยมีมาตรฐานเทียบเท่ากับสนามฟุตบอลโลกเลยทีเดียว มีความจุอยู่ที่ 55,000 ที่นั่ง โดยจะใช้ในเกมที่พบกับ อินโดนิเซีย วันที่ 9 พ.ย. และพบติมอร์ เลสเต วันที่ 21 พ.ย.61

อินโดนิเซีย

มาที่ทีมชาติอินโดนิเซีย ที่เลือกใช้สนามเกโลร่าบังการ์โน่ หรือชื่อเก่าเสนายัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสนามที่สวยและใหญ่ในอาเซียน และเป็นสนามที่ทีมชาติไทยไม่ค่อยชอบไปเยือนสักเท่าไหร่ สนามแห่งนี้ตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา มีความจุ 77,000 ที่นั่ง ใช้ในเกมพบติมอรื เลสเต วันที่ 13 พ.ย. และพบฟิลิปินส์ วันที่ 25 พ.ย.61

ติมอร์ เลสเต

มาที่ทีมชาติสุดท้ายซึ่งแต่เดิมจะใช้สนามในประเทศของตัวเองแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถปรับปรุงให้แล้วเสร็จได้ทันจึงต้องมาเล่นที่ไทยหนึ่งนัด ส่วนอีกเกมพวกเขาไปใช้สนามที่ประเทศมาเลเซีย อย่างสนาม กัวลาลัมเปอร์ สเตเดี้ยม เป็นรังเหย้า มีความจุ 18,000 ที่นั่ง ในเกมพบ ฟิลิปินส์ วันที่ 17 พ.ย.นี้

RELATED NEWS