6 แข้ง อาร์เจนติน่า ที่เคยขายวิญญาณให้ ปีศาจแดง

6 แข้ง อาร์เจนติน่า ที่เคยขายวิญญาณให้ ปีศาจแดง

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังตกเป็นข่าวอย่างหนักว่ากำลังใกล้คว้าตัว เปาโล ดิบาล่า ศูนย์หน้า อาร์เจนไตน์ มาร่วมทัพ ด้วยการสลับขั้วกับ โรเมลู ลูกากู แม้ว่าเจ้าตัวดูเหมือนไม่อยากย้ายออกจาก ยูเวนตุส ก็ตามที วันนี้จะพามาย้อนรอย 6 แข้ง อาร์เจนติน่า ที่ขายวิญญาณให้ ปีศาจแดง มีใครกันบ้าง

1. มาร์กอส โรโฮ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ตัดสินใจคว้าตัว มาร์กอส โรโฮ เสริมแกร่งในแนวรับ หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2014 โรโฮ เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับ เอสตูเดียนเตส ก่อนย้ายซบ สปาร์ตัก มอสโก และ สปอร์ติ้ง ลิสบอน จนสุดท้ายได้ใส่เสื้อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในเวลาต่อมา แต่ทว่านับตั้งแต่ย้ายมา เขาก็เป็นได้เพียงอะไหล่สำรองเท่านั้น รวมไปถึงโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานอย่างต่อเนื่อง กระทั่งส่งผลต่อตำแหน่งตัวจริงในทีม ล่าสุดก็มีข่าวว่า โรโฮ อาจตัดสินใจย้ายออกจากโอลด์ แทรฟเฟิร์ด หากไม่ค่อยได้รับโอกาสมากขึ้นกว่าเดิมในฤดูกาลหน้า เนื่องจากในตำแหน่งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ต้องขับเคี่ยวกับเพื่อนร่วมทีมอีกหลายราย ขณะที่ในตำแหน่งแบ็กซ้ายก็มี ลุค ชอว์ จับจองพื้นที่อยู่แล้ว สำหรับ โรโฮ ลงสนามรับใช้ปิศาจแดงไปเพียงแค่ 113 นัดเท่านั้น นับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อปี 2014

2. เซร์คิโอ โรเมโร่

เป็นนักเตะที่ผ่านมาทั้งช่วงขาขึ้น และขาลงตลอดอาชีพค้าแข้ง แต่หนึ่งในไฮไลท์สำคัญของเขาก็คือการเขี่ยทีมของ หลุยส์ ฟาน กัล ตกรอบในการเตะฟุตบอลโลก 2014 รอบรองชนะเลิศ ย้อนไปในอดีต ฟาน กัลได้คว้าตัวนักเตะวัย 20 ปีที่ยังไม่ได้ผ่านการพิสูจน์ตัวเองในยุโรปมาจาก ราซิ่ง คลับ ในอาร์เจนติน่า และเขาก็ได้กลายมาเป็นผู้รักษาประตูมือหนึ่งของ อาแซด อัลค์มาร์ เป็นส่วนสำคัญในทีมชุดที่คว้าแชมป์เอเรดิวิซี่อย่างสุดเซอร์ไพรส์ในปี 2009 จากนั้นเขาก็สร้างชื่อด้วยการไม่เสียประตูยาวนาน 950 นาทีในฤดูกาลถัดมา ซึ่งเป็นรองสถิติตลอดกาลของฟุตบอลดัตช์เพียงแค่ 107 นาทีเท่านั้น โรเมโร่ ย้ายออกจากเนเธอร์แลนด์ หลังจากที่ ฟาน กัล ย้ายไปคุมทีมบาเยิร์น มิวนิค เขาไปเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ในเซเรีย บี อิตาลีกับ ซามพ์โดเรีย ซึ่งสโมสรจากเมืองเจนัวนี้ก็สามารถเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ในปีถัดมาโดยมีเขายืนเฝ้าเสา เขาได้ลงเล่นเป็นตัวจริงสม่ำเสมอ ก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับ โมนาโก แบบยืมตัวระยะยาว 1 ฤดูกาล และในปี 2015 ก็ตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในที่สุด แต่มว่า 4 ฤดูกาลของเขาในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด เขากลับได้เป็นเพียงแค่สำรอง ดาบิด เด เกอา เท่านั้น

3. อังเคล ดิ มาเรีย

ดิ มาเรีย เริ่มต้นค้าแข้งในบ้านเกิดของตัวเอง ก่อนย้ายมายุโรปค้าแข้งให้กับ เบนฟิก้า ใน โปรตุเกส ด้วยวัยเพียง 19 ปี เขามีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ในปี 2010 ก่อนที่จะเป็น เรอัล มาดริด ที่ดึงตัวเขาไปร่วมทีมในปีต่อมา แม้ว่าเขาจะช่วยทัพ ราชันชุดขาว คว้าแชมป์ได้หลายรายการ แม้ว่าเขาจะโชว์ฟอร์มโคตรเทพที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว แต่ เรอัล กลับไม่เห็นค่า โลส บลังโกส ต้องการที่จะขายสตาร์รายนี้ออกจากทีม ทั้งนี้ ปีศาจแดง ในยุค เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ตามจีบ ดิ มาเรีย ตั้งแต่สมัยอยู่กับ เบนฟิก้า แต่ทว่าเจ้าตัวกับเลือกไป เรอัล มาดริด อย่างไรก็ตามท้ายที่สุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็จัดการคว้าปีกมากพรสวรรค์รายนี้ด้วยค่าตัวมหาศาลถึง 59.7 ล้านปอนด์ ค่าตัวสถิติสโมสรในเวลานั้น พร้อมสวมเสื้อหมายเลข 7 มาร่วมทีม ในช่วงแรกเขาโชว์ฟอร์มได้ดี แต่ต้องโชคร้ายที่ต่อมาเขามักจะมีอาการบาดเจ็บเล่นงานต่เนื่อง จนกระทั่งช่วงท้ายของฤดูกาลเขามักจะถูกกุนซือจอมปรัชญาอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล จับไปเล่นเป็นศูนย์หน้าจนทำให้ฟอร์มของเขาเริ่มดิ่งลงเหว แถมหลังจบฤดูกาลก็ถูกสื่อขนานนามว่าเป็นการซื้อตัวที่แย่ที่สุดในปีนั้น นั่นทำให้เขาไร้ความสุขกับการค้าแข้งในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด กระทั่งช่วงปรีซีซั่นต่อมา ดิ มาเรีย กลับบ้านไม่ได้มาเข้าแคมป์กับทีม ฟาน กัล ให้สัมภาษณ์แบบงง ๆ ไม่รู้ว่า ดิ มาเรีย หายตัวไปไหน กระทั่งท้ายสุด เปแอสเช ยื่นข้อเสนอเข้ามา ยูไนเต็ด ตัดสินใจขายอย่างไม่มีทางเลือก และทีมขาดทุนไปราว 16 ล้านปอนด์

4. คาร์ลอส เตเวซ

คาร์ลอส เตเบซ เริ่มต้นการเป็นนักฟุตบอลกับทีม โบคา จูเนียร์ส ในปี 2001 และประสบความสำเร็จอย่างสูงที่นั่น จากนั้นย้ายไปเล่นที่ บราซิล กับ โครินเธียนส์ และพาทีมคว้าแชมป์ลีกได้ในปี 2005 ก่อนจะเป็น เวสต์แฮม ดึงตัวกองหน้าร่างเล็กรายนี้สู่เกาะอังกฤษในปีต่อมา กองหน้าชาวอาร์เจนติน่า เป็นนักเตะคนหนึ่งที่ปิดเกมได้ดี เขาเป็นนักเตะที่มีความมั่นใจ และมีทักษะในการครองบอล ด้วยส่วนสูง 5 ฟุต 7 นิ้วเขาจึงไม่ใช่นักเตะที่สูงที่สุดในตำแหน่งกองหน้าของทีมปีศาจแดง แต่นั่นก็ทำให้เขามีความสามารถในการบังบอลได้ดี เขาได้รับการตั้งชื่อโดย ดีเอโก้ มาราโดน่า ว่าเป็น “Argentine prophet” ของศตวรรษที่ 21 และเขาก็ยังเป็นนักเตะคนหนึ่งที่เตะฟรีคิกได้ดีทีเดียว เตเวซ มีส่วนช่วยให้ ทัพขุนค้อน รอดพ้นจากการตกชั้นได้สำเร็จ ก่อนที่ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน จะดึงเขามาร่วมทีมในปีถัดมาด้วยสัญญายืมตัว 2 ฤดูกาล และแน่นอนไม่ทำให้ทีมผิดหวัง เขากลายเป็นความหวังใหม่ในการจบสกอร์ให้กับทีม แต่ทว่าจากนั้น สโมสรมีปัญหากับเอเย่นต์ในการตกลงเรื่องการซื้อขาดศูนย์หน้า อาร์เจนไตน์ รายนี้ จนถึงขั้นมีการฟ้องร้องขึ้นศาล และท้ายที่สุดเจ้าตัวตัดสินใจเลือกย้ายไปร่วมทีมอริร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แทนในปี 2009 สร้างความไม่พอใจให้กับสาวกปีศาจแดง จนถึงขั้นมีการเอาเสื้อของเขามาเผากันเลยทีเดียว

5. กาเบรียล ไฮน์เซ่

กาเบรียล ไฮน์เซ่ เริ่มเข้าสู่วงการฟุตบอลในยุโรปเมื่ออายุได้ 20 ปี เมื่อเขาย้ายจาก นีเวลล์ส โอลด์ บอยส์ ไปเล่นให้กับ เรอัล บายาโดลิด ของสเปน ในปี 1997 และการที่ต้องจากบ้านเกิดตั้งแต่อายุยังน้อยเช่นนี้ ก็ทำให้แบ็คซ้ายผู้นี้ไม่ค่อยมีใครรู้จักมากนักในอาร์เจนติน่า แต่หลังจากที่เขามีชื่อติดทีมชาติชุดเล็ก และลงเล่นให้กับทีมเป็นนัดที่ 5 ซึ่งพบกับ เอกวาดอร์ ก็ทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น ในปี 1998 เขาย้ายไปเล่นให้กับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยสัญญายืมตัว ก่อนที่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะเห็นฟอร์มของเขาและดึงตัวไปร่วมทีมในปี 2001 เขากลายเป็นตัวหลักของ เปแอสเช แทบจะทันที จนกระทั่งหน้าร้อนปี 2004 ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้เซ็นสัญญากับแบ็คซ้ายชาว อาร์เจนไตน์ รายนี้มาร่วมทีม ตลอดเวลาที่ค้าแข้งอยู่ในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ไฮน์เซ นับว่าโชว์ฟอร์มได้อย่างสม่ำเสมอแม้จะเคยมีอาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องพักยาว แต่แฟน ปีศาจแดง ก็ยังสนับสนุนแบ็คซ้ายรายนี้จนหายเจ็บกลับมาและเป็นกำลังสำคัญของทีมในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2006/2007 อีกด้วย ก่อนที่ ไฮน์เซ่ จะปิดฉากการค้าแข้ง 3 ปีที่โรงละครแห่งความฝันและย้ายไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในปีต่อมา

6. ฮวน เซบาสเตียน เวรอน

เวรอน เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งด้วยการเป็นเด็กฝึกของเอสตูเดียนเตสที่ประเทศอาร์เจนตินาบ้านเกิด ปี 1995 เขาพาต้นสังกัดเลื่อนชั้นขึ้นสู่ลีกสูงสุดภายในประเทศก่อนที่จะย้ายไปเล่นกับโบคา จูเนียร์ส ในปีต่อมา ซึ่งภายในปีเดียวกันนั้นเอง เขาได้ประเดิมสนามกับทีมชาติอาร์เจนตินาในเกมกับโปแลนด์ และ สเวน โกรัน อีริกส์สัน ก็ซื้อตัวเขามาเล่นกับซามพ์โดเรีย หลังจากติดทีมชาติไปเตะฟุตบอลโลก 1998 เวรอน ก็ย้ายไปร่วมทีม ปาร์ม่า ด้วยค่าตัว 15 ล้านปอนด์ ซึ่งปีต่อมาเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ได้ทั้ง โคปปา อิตาเลีย และ ยูฟ่า คัพ จากนั้น อีริกส์สัน ก็เซ็นสัญญากับเขาอีกครั้ง คราวนี้เป็นการเล่นให้กับ ลาซิโอ้ ด้วยค่าตัว 18.1 ล้านปอนด์ ซึ่งเขาก็พาทีมคว้าแชมป์ได้ทั้ง เซเรีย อา, โคปปา อิตาเลีย และอิตาเลียน ซูเปอร์ คัพ จนกระทั่ง ฤดูกาล 2000/2001 เขาย้ายมาร่วมทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 28.1 ล้านปอนด์ ถือเป็นนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในวงการฟุตบอลอังกฤษเวลานั้น แต่การค้าแข้งในถิ่นผู้ดีดูจะไม่ค่อยเหมาะกับเขาสักเท่าไหร่ เวรอน ไม่สามารถปรับตัวเข้ากับเกมที่รวดเร็วของพรีเมียร์ลีกได้

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS