กกท.ชู“ นิวนอร์มอล สปอร์ตส”ขับเคลื่อนมหกรรมกีฬา สู้ โควิด-19

กกท.ชู“ นิวนอร์มอล สปอร์ตส”ขับเคลื่อนมหกรรมกีฬา สู้ โควิด-19

การแพร่ระบาดของ”โควิด-19″ เปลี่ยนแปลงโลกไปทุกมิติรวมถึงกีฬา ที่จะต้องปรับตัวสู่ความปกติวิถีใหม่ หรือ New Normal :นิว นอร์มอล  เพื่อให้กิจกรรมต่างๆ สามารถเดินหน้าต่อไปได้  กกท.ได้ประสานความร่วมมือกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทาง และรูปแบบปฎิบัติในการดำเนินกิจกรรมกีฬา นิวนอร์มอล สปอร์ต: New Normal Sports สร้างบรรทัดฐานใหม่วงการกีฬาไทย

ปี 2564 วงการกีฬาของไทย จะมีการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาหลากหลายมหกรรม อาทิ กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 36 “ช้างขาวเกมส์” ระหว่างวันที่ 23 พฤษภาคม -5 มิถุนายน  , กีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 3 “ตราดเกมส์” ระหว่างวันที่ 8 -14 มิถุนายน 2564 ,กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 “ศรีสะเกษเกมส์” ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 5 กันยายน ,กีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “นครลำดวนเกมส์” ระหว่างวันที่ 18 – 22 กันยายน

ขณะที่ปี 2565 จะมีการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 37 “พัทลุงเกมส์”   , กีฬาอาวุโสแห่งชาติ ครั้งที่ 4 “เสกักเกมส์” , กีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 48 “กาญจนบุรีเกมส์” และกีฬาคนพิการแห่งชาติ ครั้งที่ 38 “เมืองกาญจน์เกมส์” ในปี  2566  มหกรรมกีฬาในประเทศเหล่านี้ถือเป็นการจัดการแข่งขันกีฬาที่มีความสำคัญ ต่อการพัฒนาศักยภาพของนักกีฬาไทยแต่ละกลุ่ม

ดังนั้นการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงวางแนวทางป้องกัน และมาตรการการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬาในประเทศรูปแบบ “นิว นอร์มอล” ท่ามกลางการแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด-19” อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักกีฬา กลุ่มผู้ปกครอง รวมถึงบุคลากรทางการกีฬาทุกองคาพยพ ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องเข้าร่วมแข่งขันมหกรรมกีฬารายการต่างๆ

 ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)  ให้ข้อมูลว่า  รูปแบบปฎิบัติในการดำเนินกิจกรรมกีฬา นิวนอร์มอล สปอร์ต: New Normal Sports  เป็นการพิจารณาบนพื้นฐานที่ว่า   กีฬาประกอบไปด้วย ผู้เล่น ผู้ชม ผู้เชียร์ แต่หลังจากที่เกิดเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส “โควิด-19”  คำว่า นิว นอร์มอล เกิดขึ้นกับทุกๆวงการ สำหรับกีฬาก็เช่นเดียวกัน ไม่ได้แตกต่าง มีวิถีกีฬาใหม่ หรือว่า นิวนอร์มอล ในการจัดการแข่งขันกีฬาซึ่งมีพัฒนาการเกิดมาจากโควิด-19  เดิมไม่เคยมีความคิดเรื่องของการจำกัดคนดู  ไม่มีความคิดเรื่องการจะต้องใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลา เรื่องของมาตรการสาธารณสุขต่างๆ

ดังนั้นจึงต้องปรับตัวเพื่อให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้ การจัดการแข่งขันกีฬาจะมีความซับซ้อนแตกต่างกันไป บางชนิดกีฬาสัมผัสกันโดยตรง บางชนิดกีฬาไม่ต้องสัมผัส สิ่งเหล่านี้จะอยู่ในกฎ กติกา บางกีฬาจัดในแบบมหกรรม บางกีฬาจัดแบบเดี่ยวๆ จะอยู่ภายใต้กฎ กติกา  เพราะฉะนั้นสิ่งที่ยากลำบากพอสมควร ในการจัดทำคู่มือแต่ละชนิดกีฬาแตกต่างกันไป

ทั้งนี้มีกีฬาในความรับผิดชอบภายใต้สมาคมกีฬา “แห่งประเทศไทย” 80 กว่าชนิดกีฬา เพราะฉะนั้นจะมีคู่มือ 80 กว่าคู่มือ ทางหน่วยงาน กกท. กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงสาธารณสุข มาวิเคราะห์จนได้คู่มือแต่ละชนิดกีฬา นอกจากคู่มือแต่ละชนิดกีฬาแล้ว  ก็ต้องปฏิบัติตามภายใต้มาตรการประกาศต่างๆ ของภาครัฐซึ่งมีอยู่ 4-5 ฉบับ และประกาศของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย  นอกเหนือจากกฎ กติกาสากลที่กำหนดจากสหพันธ์กีฬานานาชาตินั้นๆ แล้ว ผู้จัดกีฬาต้องคำนึงถึงรายละเอียดต่างๆ ตามคู่มือที่ได้ผลิตกันขึ้นมาภายใต้สถานการณ์โควิด-19

“คอนเซ็ปต์ในการใช้กับการจัดมหกรรมกีฬานั้น ต้องยอมรับปัจจุบันไม่เคยมี เราจะมีรูปแบบของการจัดกีฬาเดี่ยวๆ เช่น การจัดวิ่ง การจัดแบดมินตัน การจัดฟุตบอล ประเทศไทยเราจัดไปแล้วภายใต้การระบาดของโควิด-19 หรือแม้กระทั่งมวยก็เริ่มจัดแล้ว แต่สำหรับในแบบที่เป็นมหกรรมกีฬา กำลังจะจัดในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 36 “ช้างขาวเกมส์” เป็นที่แรก ซึ่งจะมีความซับซ้อนกว่าการจัดกีฬาทั่วๆไป”

“เนื่องจากมหกรรมกีฬาจะมีการรวมตัวกันของคนจำนวนมาก ทุกชนิดกีฬาจะมาแข่งขันในห้วงเวลาเดียวกันทั้งหมด เพราะฉะนั้นต้องวางมากตรการเฉพาะสำหรับการจัดมหกรรมกีฬา ซึ่งตอนนี้มีคู่มือเรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เน้นคือ ทำอย่างไร ไม่ให้มีการรวมตัวกันในจังหวะเดียวกัน เช่น พิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน ซึ่งเดิมไม่ได้จำกัด แต่คราวนี้ได้จำกัดแล้ว จะมีมาตรการเรื่องของการเว้นระยะ  มีเรื่องการใช้แอลกอฮอล์ เรื่องของการกำชับการใส่หน้ากากอนามัย รูปแบบก็จะเรียบง่ายขึ้น ลดการสัมผัส รวมถึงเรื่องของการกินอยู่ด้วย”

ผู้ว่าการ กกท. กล่าวว่า  มหกรรมกีฬานั้น นักกีฬาทุกจังหวัดเดินทางมารวมตัวกัน  มีมาตรการเรื่องของการขยายห้วงเวลาแข่งออกไปแทนที่ เดิมจัด 7-10 วัน  ก็ขยายออกไปเพื่อลดการแออัด นอกจากนั้นสถานที่แข่งขัน พยายามใช้มาตรการใหม่ สนามแข่งขันกับสถานที่พัก  ให้อยู่ใกล้ๆ กัน ไม่ต้องมีการเดินทางมาก ไม่ต้องมีการไปสัมผัสสิ่งต่างๆ มาก  จัดระเบียบใหม่แบ่งกลุ่มชนิดกีฬาประเภททีม กีฬาต่อสู้ กีฬาบุคคล เพื่อให้มีการกระจายระยะเวลาไป  ช่วงแรกอาจจะแข่งกีฬาประเภททีม

ช่วงที่สองแข่งกีฬาบุคคล ช่วงที่สามแข่งกีฬาต่อสู้ เป็นต้น ซึ่งจะมีการจัดระบบใหม่ รวมไปถึงการกระจายไปจังหวัดในพื้นที่ใกล้เคียงด้วย เช่น จังหวัดตราด ที่จะเป็นเจ้าภาพกีฬาเยาวชนแห่งชาติ  ก็ได้รับความร่วมมือจากจังหวัดต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเช่นจังหวัดจันทบุรี  รับเป็นเจ้าภาพในหลายชนิดกีฬา  กล่าวคือแบ่งไปจัดที่จังหวัดจันทบุรี  จังหวัดระยอง, กรุงเทพมหานคร, จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อลดความเสี่ยงต่างๆ สิ่งต่างๆ เหล่านี้คือ การจัดมหกรรมกีฬาในวิถีใหม่นิวนอร์มอล

“หัวใจหลักเลยคือ กระทรวงสาธารณสุข ซึ่ง กกท.ได้พูดคุยกับทางจังหวัดตราด รวมถึงท้องถิ่นตราด และสาธารณสุขตราด ซึ่งเราถามไปก่อนเลยว่า  ตราด มีศักยภาพด้านสาธารณสุขที่จะรองรับคนในเวลาเดียวกันในปริมาณเท่าใด ถ้าสาธารณสุขตราดบอกว่า มีความเสี่ยงที่จะรับคนได้เยอะๆ เช่นบอกว่า รับได้ครั้งละ 2,000 คน เราก็ต้องกลับมาวางแผนกัน เพราะเราไม่สามารถให้คนหมื่นกว่าคนมาในจังหวะเดียวกัน มากิน มาอยู่ มาใช้ชีวิตในจังหวัดตราดพร้อมกัน เพราะจะไปเพิ่มความเสี่ยง เลยเป็นที่มาของการวางแผนกันจัดระเบียบใหม่ ยืดเวลาออกไป กระจายพื้นที่ออกไป จัดกลุ่มกีฬาให้เป็นหมวดหมู่ในการจัดแข่งขัน สำหรับกีฬาเยาวชนแห่งชาติค่อนข้างมีความซับซ้อน    สิ่งที่เราทำก็ต้องทำความเข้าใจ   คราวนี้เราอาจต้องขอความร่วมมือในการจำกัดคน  เดิมเคยมากันเป็นครอบครัวใหญ่ คราวนี้ก็อยากให้ลดจำนวนลง”

ดร.ก้องศักด  กล่าวด้วยว่า   หวังว่าการจัดการแข่งขันมหกรรมกีฬารายการต่อไปในกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 47 “ศรีสะเกษเกมส์” ระหว่างวันที่ 15 สิงหาคม – 5 กันยายน  จะมีการฉีดวัคซีนกันมากขึ้นหลังจากประเทศไทยเริ่มมีการฉีดวัคซีนกันไปบ้างแล้ว เพราะฉะนั้นความเสี่ยงก็จะลดลงไปด้วย มาตรการสาธารณสุขหย่อนไม่ได้  จะต้องเข้มข้นเหมือนเดิม ไม่อยากจะเห็นภาพว่ากีฬาไปก่อให้เกิดปัญหาระดับชาติ เพราะฉะนั้นมาตรการต่างๆ ด้านสาธารณสุข ยังต้องยึดเป็นลำดับแรก แต่หวังว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ

ถึงจะมีสถานการณ์โควิด-19  แต่ถ้าเราไม่มีกิจกรรมอะไรเลย ความต่อเนื่องในการพัฒนานักกีฬาจะหยุดชะงักไป เช่น นักกีฬาได้แต่ซ้อมอยู่ที่บ้าน จะไม่เหมือนได้ลงสนามแข่งจริง ทั้งเรื่องของบรรยากาศ ประสบการณ์ต่างๆ ไม่สามารถที่จะเกิดขึ้นได้เลย ถ้าเราไม่สามารถจัดมหกรรมกีฬา เพราะฉะนั้นสิ่งที่มหกรรมกีฬาจะเป็นประโยชน์อย่างชัดเจนต่อวงการกีฬาคือ เรื่องของการพัฒนานักกีฬาซึ่งเราตั้งเป้าว่าเราจะต้องช่วงชิงอันดับ 1 ในอาเซียนให้ได้   จะต้องเป็นประเทศชั้นนำในทวีปเอเชีย ติดอันดับ 6 ของเอเชียให้ได้”

 

“สิ่งเหล่านี้จำเป็นต้องมีมหกรรมกีฬา มีรายการแข่งขัน แม้แต่เราไปแข่งที่ปรับรูปแบบมาเป็นแบบออนไลน์ความรู้สึกจะไม่เหมือนกัน บรรยากาศภายใต้การแข่งขันจริง  เราใช้มาตรการภายใต้นิวนอร์มอลแบบนี้ แต่พยายามจัดอีเวนต์กีฬา  มหกรรมการแข่งขันให้ได้  ซึ่งก็ได้ประโยชน์ทางด้านกีฬาแล้วสิ่งที่ชัดเจนก็คือ เรื่องของมูลค่าทางเศรษฐกิจ เรื่องการสร้างงาน สร้างรายได้ เพราะจะเกิดการหมุนเวียนของเงินทันที เช่น กีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ผ่านมาเรามีเงินหมุนเวียนประมาณ 800-900 ล้านบาท ถ้าเป็นกีฬาแห่งชาติ จะขยับตัวเลขขึ้นไปอีกเป็นหลักพันล้าน ตรงนี้คือ ประโยชน์ที่ได้จากการจัดมหกรรมกีฬา”

ดร.ก้องศักด กล่าวด้วยว่า   กกท. มีแผนในการจัดตั้ง “สปอร์ต ควอรันทีน” สถานที่สำหรับนักกีฬาที่ต้องเดินทางไปแข่งขันในต่างประเทศ และเมื่อเดินทางกลับเข้ามาต้องทำการกักตัว 14 วัน ก็สามารถกักตัว และทำการฝึกซ้อมได้ต่อเนื่อง ที่ศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี โดยจะเปิดให้บริการสำหรับบุคลากรทางการกีฬาเท่านั้น    โดยการจัดตั้ง “สปอร์ต ควอรันทีน” ได้รับความร่วมมือจากกระทรวงสาธารณสุข และอยู่ในช่วงการตรวจความเรียบร้อย เตรียมพร้อมที่จะเปิดใช้งาน โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการประมาณเดือนพฤษภาคมนี้    โดย  กกท.จะจัดคิวและลำดับของนักกีฬาแต่ละประเภทแต่ละชนิด ที่จะต้องเดินทางออกไปแข่งที่ต่างประเทศ   เพราะจะได้รองรับนักกีฬาได้อย่างเพียงพอ   ดร.ก้องศักด  กล่าว

RELATED NEWS