จะมีลุ้นให้หวาดเสียวก็คงเป็นแค่ช่วงต้นเกมที่ อลิสซอน เบ็คเกอร์ เกือบทำพลาดแจกโชคให้กับ ยูงทอง แต่หลังจากนั้น ก็ดาหน้าบุกแบบไม่หยุดยั้ง
โดย ลิเวอร์พูล มาได้ประตูจาก 2 จุดโทษ ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ซาดิโอ มาเน่ อีก 2 เม็ด โดยมี โจเอล มาติป กับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ เติมขึ้นมายิงอีก 1 ลูก พร้อมกับทะยานขึ้นไปไล่จี้ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แบบหายใจรดต้นคอ นับเป็นวันสุขใจของแฟนบอล หงส์แดง จริงๆ เอาเป็นว่าเกมนี้มีประเด็นอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ไปติดตามกันครับ
- ลิเวอร์พูล ข่ม ลีดส์ มิดด้าม ตั้งแต่เลื่อนชั้น
ย้อนกลับไปนัดออกสตาร์ทซีซั่น 2020-21 หากยังจำกันได้ ลีดส์ ยูไนเต็ด เคยเกือบทำแสบใส่แชมป์เก่า หลังบุกไปถิ่นแอนฟิลด์ โดยยิงไล่ตามตีเสมอ 3-3 แต่ก็พ่ายไปด้วยสกอร์ 3-4 และ มาจากจุดโทษของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซึ่งนับแต่ตั้งวันนั้น ลูกทีมของ มาร์เซลโล่ บิเอลซ่า ได้ประกาศศักดาว่าเป็นน้องใหม่ ที่ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาเชือดง่ายๆ โดยใช้การเล่นอันสวยงาม และ พลังบู๊บุ๋นที่วิ่งแบบไม่มีหมด
อย่างไรก็ตาม การพบกันระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ ลีดส์ หลังจากนั้น ต้องบอกว่าเป็นทาง หงส์แดง ที่ข่มแบบมิดด้าม เพราะถึงแม้ว่า ยูงทอง จะเคยเปิดบ้านยันเสมอ หงส์แดง มาแล้ว 1-1 ในซีซั่นแรกที่พวกเขาเลื่อนชั้นขึ้นมา แต่ 2 นัดในฤดูกาลนี้ ลีดส์ โดนลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ถลุงตูดไปเละเทะ รวม 9 เม็ด
นัดแรก ลิเวอร์พูล บุกไปเอาชนะมา 3-0 ซึ่งเป็นเกมที่ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ ได้รับบาดเจ็บหนักตรงข้อเท้า นั่นแหละครับ ส่วนเกมที่กลับมาเล่นในถิ่นแอนฟิลด์ ก็ยังเป็น หงส์แดง ที่ยิงกันสนุกเท้า ชนิดที่ ลีดส์ แทบจะไม่มีโอกาสยิงประตู หรือ ตอบโต้อะไรเลย
- ลีดส์ อาหารอันโอชะของ โม ซาลาห์
โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ลงสนามเจอกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อไหร่ ก็มักจะมีชื่อบนสกอร์บอร์ดเมื่อนั้น เรียกว่าเป็นอาหารอันโอชะของ บังโม เลยก็ว่าได้ โดยเกมที่ ลิเวอร์พูล เปิดบ้านเอาชนะไปแบบ สุดมันส์ 4-3 เมื่อซีซั่นก่อน ดาวยิงทีมชาติอียิปต์ ก็กดแฮตทริคประเดิมมันซะเลย
อย่างเกมนี้ ซาลาห์ ก็ซัดไป 2 จุดโทษ ให้ทีมขึ้นนำตั้งแต่ครึ่งแรก พร้อมกับจัดอีก 1 แอสซิสต์ให้กับ โจเอล มาติป แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวมีโอกาสทำแฮตทริคใส่ ลีดส์ ได้อีกครั้ง แต่โดนสกัดบนเส้นเอาไว้ ถึงกระนั้นการพบกัน 4 ครั้งหลังสุด บังโม มีสถิติซัลโวใส่ ยูงทอง ไปถึง 6 ประตู ด้วยกัน
นอกจากนี้ การซัด 2 ลูก ของ โม ซาลาห์ ทำให้เขาเพิ่มสถิตินำเป็นดาวซัลโว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ด้วยจำนวน 19 ประตู ทิ้งห่าง ดิโอโก้ โชต้า เพื่อนร่วมทีม ไปเป็น 7 ลูกแล้ว รวมถึงนำเป็นอันดับ 1 ในชาร์ตแอสซิสต์ ร่วมกับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ที่ 10 ครั้ง นับเป็นอีก 1 ซีซั่น ที่ยังโชว์ฟอร์มแบบติดลมบน ยิ่งฟอร์มแบบนี้ ก็ยิ่งสร้างความกดดันไปถึงเจ้าของสโมสร ในการต่อสัญญาฉบับใหม่กับ "อียิปต์ คิง"
- กองหลัง ลิเวอร์พูล เติมมาซัด 2 ประตู
ถ้า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง มี ลิโอเนล เมสซี่ ฝั่ง ลิเวอร์พูล ก็มี (ลิ)โจเอล มาติป เช่นกันครับ เพราะพี่แกเป็นกองหลังสายขยันเติม เติมเก่งจนคิดว่าเล่นตำแหน่งเป็นเพลย์เมกเกอร์เสียอีก ซึ่งในเกมถล่ม ลีดส์ นั้น เขาไม่ได้ทำประตูจากลูกเซตพีซนะครับ แต่เป็นการลุยขึ้นมาจากกลางสนาม ทำชิ่งกับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนจะหลุดเข้าไปจบสกอร์อย่างเฉียบขาดในกรอบเขตโทษ ด้วยการยิงสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไป นับเป็นสกอร์แรกของเจ้าตัวในลีกซีซั่นนี้ ตามโควต้าปีละลูก
ขณะที่ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ พี่ใหญ่ในแผงแบ็กโฟร์ ก็มาโขกสกอร์ปิดกล่องในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ให้ทีมคว้า 3 คะแนน ด้วยสกอร์ 6-0 ซึ่งการยิงเยอะแบบนี้ มันก็สำคัญเหมือนกัน เพราะมันจะถูกนำมาใช้ในเรื่องของลูกได้-เสีย ช่วงท้ายซีซั่น
ส่วนอีกคนจะพูดไม่ได้ ก็คงเป็น ซาดิโอ มาเน่ ที่กดไป 2 ประตู เช่นกันในเกมนี้ ซึ่งหลังกลับมาจากการคว้าแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ นั้น พ่อณเดชน์แห่งแอนฟิลด์ ฟอร์มเริ่มกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง โดย 2 นัดล่าสุด ทำไป 3 ลูก ด้วยกัน
- ยูงทอง ทำเป็นเล่น มีโอกาสตกชั้น
หลายคนอาจจะจำภาพการเล่นฟุตบอลอันสวยงาม และ มักยิงเยอะ เสียเยอะ ของ ลีดส์ ยูไนเต็ด ซึ่งดูแล้วอาจจะไม่อันตรายกับการตกชั้น แต่ถ้าไปเหลือบมองดูตารางคะแนน ต้องบอกตามตรงครับว่า ซีซั่นนี้ "ยูงทอง" ลุ้นหนีตกชั้นแบบเต็มตัว
เพราะการพ่ายแพ้ในนัดนี้ ทำให้ ลีดส์ หยุดอยู่ที่ 23 คะแนน จาก 25 นัด รั้งอันดับ 15 ของตาราง โดยเหนือโซนตกชั้นอย่าง เบิร์นลี่ย์ แค่ 3 คะแนน เท่านั้น เพราะ เบิร์นลี่ย์ ทำเซอร์ไพรส์ พลิกล็อคเอาชนะ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 1-0 อีกทั้ง เบิร์นลี่ย์ แข่งน้อยกว่าใครเพื่อน เพิ่งเตะไป 23 นัด
ที่บอกว่า ลีดส์ ต้องดิ้นรนหนีตาย ไม่ใช่แค่เรื่องตารางคะแนนเท่านั้นนะครับ แต่พวกเขามีปัญหามากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะสภาพความพร้อมของนักเตะ ทั้งเรื่องอาการบาดเจ็บ และ โควิด-19 ที่เคยระบาดหนักในแคมป์ ซึ่งการขาดทั้ง แพทริค แบมฟอร์ด ดาวซัลโวประจำทีม กับ คัลวิน ฟิลลิปส์ มิดฟิลด์ตัวตัดเกม มันส่งผลมากเหลือเกิน
- หงส์แดง ประกาศศักดากลับมาลุ้นแชมป์เต็มตัว
ก่อนหน้านี้ แฟนบอล ลิเวอร์พูล เกือบจะยกธงขาว ยอมแพ้ยกแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว เพราะมีคะแนนไล่ตามหลังเป็นเลข "หลักสิบ" แต่หลังจากที่ หงส์แดง เปิดบ้านไล่ถล่ม ยูงทอง จนสนุกตีน เท่ากับว่าพวกเขาไล่จี้ เรือใบสีฟ้า เหลือเพียงแค่ 3 แต้ม เท่านั้น พร้อมกับแข่งเท่ากันที่ 26 นัด เรียบร้อย
เป็นดั่งคำที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า บอกไว้เลยครับ โดยเคยมีนักข่าวท่านนึงถามไว้ตอนที่ เรือใบสีฟ้า บุกไล่ยำ สปอร์ติ้ง ลิสบอน 5-0 ว่า ฟอร์มแรงแบบนี้ คิดว่าจะมีทีมไหนมาล้มคุณได้ ? ซึ่ง เป๊ป ตอบกลับทันทีเลยว่า "ลิเวอร์พูล ไงล่ะ พวกเขาสร้างความรำคาญใจให้กับเราอยู่เสมอ" พร้อมกับยกให้เป็นยอดทีมของยุโรป
คำพูดในวันนั้นของ เป๊ป ไม่ได้ไกลจากความจริงเลยแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้ ลิเวอร์พูล ก็ไล่ตามตูด แมนฯ ซิตี้ มาแบบติดๆ อีกทั้งลูกได้-เสียของ หงส์แดง ก็แซงหน้าไปแล้ว โดยดีกว่า 4 ลูก ดังนั้นการลุ้นแชมป์ในอีก 12 นัด ที่เหลืออยู่ สู้กันแบบเอาเป็นเอาตายแน่นอน มารอดูกันว่าสุดท้ายแล้วใครจะได้ครองบัลลังก์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปครอง
ฮาย ฮาวดี้










