ประเทศในแทบยุโรป ประณามการกระทำ และ เริ่มคว่ำบาตรประเทศรัสเซีย แล้ว ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลเสียหายอย่างหนักเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก อย่างหุ้น คริปโต ราคาร่วงระนาว โดยเฉพาะ บิตคอยน์ ร่วงลงมาอยู่ที่ 35,009.17 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ ลดลง 7.84 % เรียกว่าเยอะมากจนน่าตกใจ
ในเมื่อเศรษฐกิจโลกได้รับผลกระทบมากเช่นนี้ วงการฟุตบอลก็ไม่แตกต่างกัน เพราะมีส่วนเกี่ยวกับข้อง รัสเซีย และ ยูเครน ไม่มากก็น้อย โดยเฉพาะในแทยบยุโรป เอาเป็นว่าวิกฤติโลกจากสงคราม ยูเครน-รัสเซีย มันส่งผลเสียอย่างไรกับวงการลูกหนังบ้าง แบ่งไว้เป็นข้อๆให้แล้วครับ
- เปลี่ยนสนามนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
เดิมที สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) ได้ออกกฎว่า สโมสรจากลีกรัสเซีย และ ยูเครน จะไม่จับสลากเจอกัน ในการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และ รายการเล็กของยุโรป รวมถึง ฟุตบอลโลก กับ ยูโร รอบคัดเลือก ก็จะไม่ให้มาโคจรพบกันโดยเด็ดขาด เพราะป้องกันเหตุสุดวิสัย เนื่องจากความขัดแย้งของทั้ง 2 ประเทศ รุนแรงมากเหลือเกิน ไม่มีใครสามารถการันตีความปลอดภัยได้เลย ถ้าหากมีพลเมือง ยูเครน เข้าไปใน รัสเซีย หรือ รัสเซีย เข้าไป ยูเครน
และ ด้วยสถานการณ์ล่าสุดที่มันตึงเครียดมากขึ้น มีการประกาศทำสงคราม รัสเซีย ส่งกองทัพเข้าไปในประเทศยูเครน ดังนั้น อเล็กซานเดอร์ เซเฟริน ประธาน สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) เรียกประชุมด่วน เป็น “วาระพิเศษ” เมื่อวานที่ผ่านมา ซึ่งหัวข้อที่ต้องรีบเจรจา “คือเปลี่ยนสังเวียนนัดชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก”
ก่อนหน้านี้ สนาม เครสตอฟสกี้ สเตเดี้ยม หรือ กาซพรอม อารีน่า ในเมืองเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ประเทศรัสเซีย ได้ถูกวางแพลนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน แต่ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ ไม่เหมาะเดินทางไปแข่งขันแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะสวัสดิภาพความปลอดภัยของแฟนบอล ขนาด โปแลนด์, สวีเดน และ เช็ก แสดงจุดยืนว่า จะไม่ขอไปแข่งฟุตบอลในแดนหมีขาว แล้ว
สุดท้าย บทสรุปก็ออกมาแล้วครับ ยูฟ่า จะเปลี่ยนไปใช้สังเวียน สต๊าด เดอ ฟร้องซ์ สนามกีฬาแห่งชาติของฝรั่งเศส ซึ่งมีความจุประมาณ 8 หมื่นที่นั่ง
- ยูเครน สั่งพักเกมลีก 30 วัน แต่กระทบถึงทีมชาติ
ตอนนี้อะไรที่เกี่ยวข้องกับ ยูเครน และ รัสเซีย จะโดนจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะสามารถเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้ทุกวินาที โดยเฉพาะฝ่ายตั้งรับอย่าง ยูเครน ซึ่งดูไม่มีความปลอดภัยในชีวิตเอาเสียเลย
ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ พรีเมียร์ลีก ยูเครน ซึ่งมีกำหนดกลับมาเตะ หลังพักเบรกหนีหนาว ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา จะประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไปอีกอย่างน้อย 30 วัน ซึ่งก่อนหน้านี้ ทุกสโมสร ก็ได้เปลี่ยนสีของโลโก้ของตัวเอง มาเป็นสีฟ้า-เหลือง ซึ่งเป็นสีธงชาติ ยูเครน เพื่อแสดงจุดยืน ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
การเลื่อนเกมฟาดแข้งออกไป 1 เดือนของยูเครน ชีวิตของนักเตะ และ แฟนบอล จะปลอดภัยมากขึ้น แต่กระนั้นมันจะส่งผลกระทบมากมายเหลือเกิน โดยเฉพาะโปรแกรมทีมชาติ เพราะ ยูเครน มีโปรแกรมไปเยือน สก็อตแลนด์ ในศึก ฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ วันที่ 24 มีนาคม นี้ ดังนั้นถ้านักเตะไม่ได้สัมผัสสนามแข่งเลย จะมีเรี่ยวมีแรง ไปสู้เพื่อตั๋ว "เวิลด์ คัพ" ได้อย่างไรกัน ส่วน รัสเซีย ก็ไม่รู้จะเตะกับใคร เพราะ โปแลนด์ ประกาศบอยคอตต์ ไม่ขอเตะกับทัพ หมีขาว ในการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2022 รอบเพลย์ออฟ เพื่อต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้น บอกเลยงานนี้วุ่นแน่นอน
- ถอดสปอนเซอร์แบรนด์ รัสเซีย
ในวงการฟุตบอล เริ่มมีนักเตะหลายๆคน ออกมาแสดงถึงจุดยืน เกี่ยวกับสงครามระหว่าง รัสเซีย ที่บุกไปจู่โจม ยูเครน ไม่ว่าจะเป็น อังเดร เชฟเชนโก้ ตำนานหัวหอกทีมชาติยูเครน, อเล็กซานเดอร์ ซินเชนโก้ แบ็กซ้าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ฟีโอดอร์ สโมลอฟ ดาวยิงขุนพล หมีข่าว ซึ่งก็แสดงจุดยืนว่า "ไม่ต้องการสงคราม"
รวมถึงอีกหลายๆสโมสรก็ต่อต้าน และ อยากให้โลกใบนี้สงบสุข
ส่วนสโมสรที่ไม่ได้อยู่ในดินแดนทั้ง 2 ประเทศ แต่มีความเกี่ยวข้องกันในเรื่องสปอนเซอร์ ก็เริ่มมีถอดตราสินค้าออกแล้ว โดยเฉพาะแบรนด์ที่มาจาก รัสเซีย อย่าง ชาลเก้ 04 ได้ตัดสินใจถอดสปอนเซอร์คาดอก "ก๊าสพรอม" แบรนด์รัฐวิสาหกิจพลังงานของแดนหมีขาว ออกจากชุดการแข่งขันเรียบร้อยแล้ว และ จะใช้ 'Schalke 04' มาอยู่ตรงหน้าอกแทน
ล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ประกาศยกเลิกการเป็นพาร์ทเนอร์กับ แอร์โรฟล็อต (Aeroflot) สายการบินของประเทศรัสเซีย แล้ว หลังจาก บอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้ออกคำสั่งห้ามสายการบินดังกล่าว ลงจอดในพื้นที่สหราชอาณาจักร ตามมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ เพื่อต่อต้าน รัสเซีย ที่บุกเข้าไปใช้ความรุนแรงใส่ ยูเครน
เชื่อว่าจะมีเอฟเฟ็กต์ตามมาอีกเยอะแน่นอนครับ การคว่ำบาตรครั้งนี้ เหมือนต้องการบีบให้ รัสเซีย คืนอิสรภาพให้กับ ยูเครน
- ผลกระทบถึง เชลซี โดยตรง
หากจะถามว่าสโมสรยักษ์ใหญ่ทีมไหนใน 5 ลีกใหญ่ยุโรป ดูจะงานเข้ามากที่สุด คงหนีไม่พ้น เชลซี สโมสรชั้นนำในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เนื่องจากพวกเขามีเจ้าของทีม เป็น โรมัน อบราโมวิช เสี่ยหมีชาวรัสเซีย ผู้มีความใกล้ชิดสนิทสนมกับ วลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำประเทศ
ก่อนหน้านี้ เสี่ยหมี เคยถูกแบนห้ามเข้าประเทศอังกฤษ และ ไม่ได้รับการต่อวีซ่า โดยมีสันนิษฐานว่าอาจเป็นเรื่องข้อพิพาทระหว่างประเทศ อังกฤษ กับ รัสเซีย เมื่อราวๆ 10 ปีก่อน ทำให้แทบไม่เห็นหน้าคร่าตาของ โรมัน อบราโมวิช เวลา เชลซี ทำศึกฟาดแข้งบนเวที พรีเมียร์ลีก
คดีเก่ายังไม่จางหาย ก็ต้องมาโดนหางเร่จากเหตุการณ์ที่ รัสเซีย ประกาศสงครามกับ ยูเครน และ ทำให้ชีวิตผู้บริสุทธิ์ตกอยู่ในอันตราย ดังนั้น สหภาพยุโรป หลายๆชาติ เริ่มมีมาตรการคว่ำบาตรแดนหมีขาว ซึ่งประเด็นนี้แหละครับ ส่งผลให้ เชลซี โดนผลกระทบที่อาจจะหนักหนาสาหัสเลยก็ว่าได้
เพราะ มีสื่อหลายสำนัก รายงานกันไปทั่วแล้วว่า คริส ไบรอันท์ ส.ส. พรรคฝ่ายค้านของประเทศอังกฤษ เรียกร้องให้ โรมัน อบราโมวิช ยุติบทบาทการเป็นเจ้าของทีม เชลซี (คือบีบให้ขายนั่นแหละครับ) และ ให้ยึดบ้านพักของ เสี่ยหมี ในอังกฤษ ซึ่งมีมูลค่า 152 ล้านปอนด์ (ประมาณ 6,600 ล้านบาท) ด้วย โดยทิ้งเหตุผลว่า "โรมัน อบราโมวิช ไม่สมควรจะเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในประเทศนี้อีกต่อไป"
บทสรุปสุดท้ายแล้วจะเป็นอย่างไร เราไม่อาจทราบได้ แต่เชื่อเถอะว่าข่าวนี้สั่นสะเทือนถึงสาวก สิงห์บลูส์ อย่างแน่นอน เพราะ เสี่ยหมี สร้างความสำเร็จมาประดับไว้ในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ มากมาย ถ้าหากขาดเขาไปจะเป็นอย่างไร
เพราะมันไม่ใช่แค่ว่าจะต้องมาแยกแยะเรื่องการเมือง กับ กีฬา แล้วล่ะครับ ถ้าหากอยากจะคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจใส่ รัสเซีย วิธีนี้ย่อมสร้างแรงกระเพื่อมจริงๆ
ฮาย ฮาวดี้-










