อีกทั้งทีมของ เดวิด มอยส์ กำลังต่อสู้เพื่อลุ้นพื้นที่ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เช่นกัน

ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเปลี่ยน 8 ตำแหน่ง จากเกม เอฟเอ คัพ ที่เฉือนเอาชนะ นอริช ซิตี้ 2-1 ด้วยการส่งตัวจริงลงมาอย่างครบครัน โดยเฉพาะ 3 ประสานแดนหน้า ที่ใช้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ หลุยส์ ดิอาซ โดยดรอป ดิโอโก้ โชต้า เป็นสำรอง

ตลอด 90 นาที เรียกว่าเป็นไปอย่างสนุกตื่นเต้น และ สุดท้ายก็เป็น หงส์แดง มาล้างแค้นสำเร็จ หลังเฉือนเอาชนะไปด้วยสกอร์หวุดหวิด 1-0 แต่เป็น 3 แต้ม ที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ลุ้นกันแบบเยี่ยวเหนียวอยู่ตลอด เนื่องจากหวุดหวิดจะโดนตีเสมอเหมือนกัน เอาเป็นว่าเกมนี้มีประเด็นสำคัญอะไรให้พูดถึงกันบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

- ตั้งแต่เป็นแชมป์แอฟริกา มาเน่ ฮอตจริงๆ

หลายๆคนจับจ้องไปที่ฟอร์มการเล่นของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แต่กระนั้นเกมกับ เวสต์แฮม ต้องบอกเลยว่าความคมของ บังโม ในการจบสกอร์ แค่ 50 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้น หลุดเดี่ยวต้นเกมก็ยิงไปติดเซฟ ที่เหลือก็ยิงนกตกปลาออกไปเองหลายครั้ง ก่อนจะโดนเปลี่ยนตัวออกไปราวๆ 15 นาทีสุดท้ายของเกม ด้วยสีหน้าอันหงุดหงิด

แต่ถ้าใครสังเกต จะเห็นเลยว่าต่อให้ ซาลาห์ จะไม่ยิง ก็ยังมีอีกหนึ่งคนในแนวรุกของ หงส์แดง ที่ฟอร์มร้อนแรงไม่แพ้ใครเช่นกัน นั่นก็คือ ซาดิโอ มาเน่ ไงล่ะครับ เพราะนับตั้งแต่ที่พ่อณเดชน์ คว้าแชมป์ แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ กับ เซเนกัล มาครอง เจ้าตัวก็กลับมาซัลโวไม่หยุดบนสังเวียน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดย 4 นัดหลังสุด กดไป 4 ลูก

และ ประตูชัยที่ มาเน่ ซัดให้ หงส์แดง เอาชนะ เวสต์แฮม กลายเป็นประตูที่ 12 ในลีกซีซั่นนี้ ขยับขึ้นมาเป็นรองดาวซัลโวเทียบเท่ากับ ดิโอโก้ โชต้า เรียบร้อย 

ส่วน คนแอสซิสต์อย่าง เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ก็จ่ายให้เพื่อนยิงในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ไปแล้ว 11 ครั้ง และ เป็นแอสซิสต์ที่ 16 รวมทุกรายการ นี่ซินะที่เค้าให้นิยามกันว่า "ฟูลแบ็ก เพลย์เมกเกอร์" พร้อมกับได้โหวตให้เป็น แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ด้วย เพราะยังมีช็อตช่วยชีวิต หงส์แดง ได้อีก

- เวสต์แฮม เล่นอย่างดี แต่ไม่คม

ขอปรบมือดังๆให้กับผลงานของ เวสต์แฮม ในเกมบุกมาเยือนแอนฟิลด์ โดยแท็คติคที่ เดวิด มอยส์ วางมานั้น นับว่าเล่นงานแนวรับ ลิเวอร์พูล ได้พอสมควร และ มีโอกาสยิงหลายจังหวะ เพียงแค่พวกเขาจบสกอร์กันไม่คมแค่นั้น

คือ ขุนค้อน บุกมาเยือน หงส์แดง ด้วยความไม่ประมาทเลยสักนิด พวกเขารู้ดีว่าพิษสง ลิเวอร์พูล มันน่ากลัวขนาดไหน ดังนั้นแนวรับต้องเหนียวแน่นเป็นพิเศษ ต้องทำทุกอย่างให้พวก โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่,หลุยส์ ดิอาซ หรือคนอื่นๆที่มีส่วนร่วมในเกมรุก เจองานลำบากมากที่สุด

จากนั้นพอเหนียวแน่น และ ตัดบอลได้ เวสต์แฮม ก็จะหาโอกาสจ่ายตัดแนวรับ หรือ แทงทะลุช่องใส่กองหลัง ลิเวอร์พูล เพราะรู้ดีว่า หงส์แดง ชอบเล่นแบบ HIGH LINE หรือ เช็คล้ำหน้าสูงนั่นเอง ซึ่ง ขุนค้อน ก็ได้ลุ้นจากการทำสิ่งเหล่านี้แหละครับ แต่น่าเสียดายที่จบสกอร์กันไม่คม โดยเฉพาะช็อตที่ ปาโบล ฟอร์นัลส์ หลุดเดี่ยวไปดวลกับ อลิสซอน แต่จังหวะชิพข้ามตัว ดันน้ำหนักเบา ก่อนจะโดน เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ มาสกัดทิ้งก่อนข้ามเส้น พอจะซ้ำก็ไปติดเซฟอีก

รวมถึงจังหวะที่ มานูเอล ลานซินี่ ได้เกี่ยวบอลในกรอบเขตโทษ ยึกหลอก เทรนท์ หนึ่งจังหวะ ได้โอกาสซัดเหน่งๆกลางประตู ระยะแค่ 6-7 หลา แบบไม่มีใครรบกวนแล้ว แต่เหลือเชื่อว่าพี่แก จะกระดกข้ามคาน หลุดออกไปไกล เหมือนยิง "ฟิลด์ โกล" ยังไงอย่างงั้น

- แอนฟิลด์ นรกทีมเยือน

แอนฟิลด์ ยังเป็นสังเวียน "นรกของทีมเยือน" ได้อยู่เสมอ เพราะพวกเขายังคงเป็นหนึ่งเดียวในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ ที่ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้านของตัวเอง โดย เวสต์แฮม เป็นเหยื่อรายล่าสุดที่โดนเก็บไป และ โดนล้างแค้นคืนเรียบร้อย เท่ากับว่า 14 นัด ที่ หงส์แดง ลงเล่นบนสังเวียนของตัวเอง เก็บชัยชนะไป 11 นัด และ หลุดเสมอแค่ 3 นัด

นอกจากนี้ อีกหนึ่งสถิติที่ทำให้แอนฟิลด์ ยังคงไร้พ่าย ก็คงมีส่วนสำคัญมาจาก เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังคนสำคัญ ที่แทบไม่เจอปัญหาอาการบาดเจ็บอีกแล้ว โดยถ้าหาก พี่เบิ้ม ได้ลงสนามเป็นภูผาน้ำแข็งให้กับ หงส์แดง ที่แอนฟิลด์ ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้วล่ะก็ ทีมไม่แพ้ใครมาแล้ว 60 นัดติดต่อกัน แบ่งเป็นชนะ 52 นัด และ เสมอ 8 นัด เรียกว่า เป็นบุคคลสำคัญ อย่างแท้จริง

- ฝากด้วย ผีแดง เพื่อนรัก

ถึงแม้ว่า ลิเวอร์พูล จะไม่มีวันญาติดีกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปตลอดกาล แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าจะต้องมีแฟนบอล หงส์แดง แอบเอาใจช่วย ปีศาจแดง ในเกมแมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เหมือนกัน เพราะตอนนี้ไม่ว่า เรือใบสีฟ้า จะเจอกับทีมไหน ก็อยากแช่งให้จ่าฝูงสะดุดทั้งนั้น

ซึ่งช่วงเวลามันช่างประจวบเหมาะเหลือเกิน เพราะหลังจาก ลิเวอร์พูล หยุด เวสต์แฮม ให้แล้ว นั่นหมายความว่าถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด เก็บแต้มได้ ก็มีโอกาสรักษาอันดับ 4 เอาไว้อีก 1 สัปดาห์ ดังนั้นคราวนี้ก็ต้องผลัดกัน ที่ เดอะ ค็อป จะฝากความหวังไปถึง ปีศาจแดง บ้าง โดย หงส์แดง คงไม่ได้ถึงขั้นเชียร์ให้คู่อริตลอดกาลเก็บ 3 แต้มหอกครับ เพราะแค่ เร้ด เดวิลส์ สามารถยันเสมอกับ แมนฯ ซิตี้ ได้ล่ะก็ แฟนบอล หงส์แดง ก็กระโดดโลดเต้นกันแล้ว 

เนื่องจากตอนนี้ ลิเวอร์พูล รั้งรองจ่าฝูง ขยับทำคะแนนไล่ตาม แมนฯ ซิตี้ มาเหลือเพียงแค่ 3 คะแนน และ แข่งเท่ากันที่ 27 นัด ซึ่งการไล่ทำแต้มแบบหายใจรดต้นคอ จะเป็นการกดดันลูกทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไปในตัว เพราะลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ กวาด 4 แชมป์ในซีซั่นเดียว ซึ่งตอนนี้สำเร็จไปแล้ว 1 รายการ ฉะนั้นมารอดูกันว่าคืนนี้ ปีศาจแดง จะสามารถทำตามความหวังของเหล่า หงส์แดง ได้หรือไม่ 

ฮาย ฮาวดี้-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline