ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ จะปะทะกับ แอตเลติโก มาดริด เรียกว่า ตำราเกมรุก กับ เกมรับ ต้องมาเผชิญหน้ากัน

ส่วนอีก 2 คู่ เชื่อว่า มีดี๊ด๊ากันแน่นอน โดยเฉพาะ ลิเวอร์พูล กับ บาเยิร์น มิวนิค เพราะคู่แข่งในรอบ 8 ทีมสุดท้าย พวกเขาดูเหนือกว่า ซึ่ง หงส์แดง จะเจอกับ เบนฟิก้า ส่วน เสือใต้ ไปดวล บียาร์เรอัล เมื่อผลจับสลากมาเป็นเช่นนี้ ไปดูกันว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจเกิดขึ้นบ้างในแต่ละคู่

เรอัล มาดริด VS เชลซี

เป็นการโคจรกลับมาพบกันอีกครั้ง สำหรับ เชลซี และ เรอัล มาดริด เพราะซีซั่นก่อนทั้งคู่เคยปะทะฝีเท้ากันมาแล้ว ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ เมื่อซีซั่นก่อน ซึ่งคราวนั้นเป็น สิงห์บลูส์ ที่ปราบ ราชันชุดขาว มาได้ ด้วยการบุกไปเสมอ 1-1 และ กลับมาชนะที่ สแตมฟอร์ด บริดจ์ 2-0 ก่อนจะต่อยอดคว้าแชมป์มาครอง

ครั้งก่อนว่าเดือดขนาดไหน เชื่อเถอะว่าศึกนี้ ต้องเดือดกว่าเดิมเป็น 10 เท่า เพราะอยู่ในช่วงฟอร์มที่ยอดเยี่ยมทั้งคู่ ต่อให้ เชลซี จะมีปัญหาเรื่องนอกสนาม โดนตัดช่องทางธุรกรรมการเงิน ซึ่งดูเหมือนจะส่งผลต่อสภาพจิตใจ แต่เปล่าเลย พวกเขายังเดินหน้าคว้าชัยชนะอย่างต่อเนื่อง ตอนนี้ก็เข้าวิน 5 นัดติดต่อกันแล้ว

ขณะที่ เรอัล มาดริด กำลังอยู่ในช่วงที่กำลังเข้าฝักแบบสุดๆ หลังจากเพิ่มขวัญกำลังใจด้วยการพลิกนรกกลับมาเอาชนะ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ด้วยสกอร์ 3-1 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ด้วยความฮึกเหิม จากนั้นต่อยอดด้วยการบุกไปถล่ม เรอัล มายอร์ก้า 3-0 เก็บชัยชนะ 5 นัดรวดทุกรายการเช่นกัน พร้อมกับขึ้นจ่าฝูง ลา ลีกา สเปน ด้วยการฉีกหนี เซบีย่า อันดับ 2 แบบทิ้งห่างถึง 10 คะแนน

ดังนั้นคู่ระหว่าง เรอัล มาดริด กับ เชลซี รับรองว่าซิ่งแน่นอน โดยสถิติคู่นี้ต้องบอกว่า สิงห์บลูส์ ไม่เคยพ่ายให้กับ ราชันชุดขาว ตลอด 5 นัดหลังสุด แบ่งเป็นชนะ 3 นัด และ เสมอ 2 นัด อีกทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล กุนซือชาวเยอรมัน ไม่เคยแพ้ต่อ มาดริด ในการเผชิญหน้ามาแล้ว 6 นัด ซึ่งชนะไป 2 นัด และ เสมอ 4 นัด

แต่สถิตี้มันจะคงกระพันอีกหรือเปล่า ต้องมารอดูกันว่า จะเป็น เชลซี ของ ทูเคิ่ล ได้ย้ำแค้น หรือ เป็น เรอัล มาดริด ที่จะล้างตาได้สำเร็จ โดย สิงห์บลูส์ ก็มี ไค ฮาแวร์ตซ์ กับ เมสัน เมาท์ เป็นตัวทีเด็ด ส่วนทาง คาริม เบนเซม่า กับ วินิซิอุส จูเนียร์ สองคู่หู ราชันชุดขาว กำลังโดดเด่นสุดๆ โดยทั้งคู่มีส่วนร่วมทำประตูให้ทีมมากกว่า 70 ลูก เข้าไปแล้ว

ลิเวอร์พูล VS เบนฟิก้า

เชื่อว่าเมื่อผลจับสลากออกมา สาวก หงส์แดง คงยิ้มแก้มปริเลยใช่มั้ยล่ะครับ เพราะคู่แข่งเป็น เบนฟิก้า ซึ่งเป็นทีมที่หลายสโมสรคงอยากดเผชิญหน้ามากที่สุด เพราะดูจากความแข็งแกร่งแล้ว เบนฟิก้า เป็นรอง ลิเวอร์พูล ทุกกระบวนท่า

ด้วยความที่ เครื่องจักรสีแดง เคยปะทะกับทีมจากลีกโปรตุเกส มาบ่อยๆ และ มีผลงานอันยอดเยี่ยม เอาชนะได้แบบสบายๆอยู่ตลอด โดยเฉพาะกับ เอฟซี ปอร์โต้ ซึ่งนับตั้งแต่ที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ เข้ามากุมบังเหียน ลิเวอร์พูล ไม่เคยแพ้สโมสรจากแดนฝอยทอง เลยสักครั้งเดียว โดยเอาชนะไปถึง 5 นัด เสมอ 1 นัด ยิงไป 18 ประตู เสียแค่ 2 ลูก พร้อมกับเก็บคลีนชีตถึง 4 นัด ด้วยกัน

เห็นไหมครับว่า ลิเวอร์พูล มีสถิติเหนือกว่า เหยี่ยวลิสบอน อยู่หลายขุม อย่างไรก็ตาม เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือใหญ่ ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย และ ใครที่คิดว่า หงส์แดง จะผ่านไปแบบสบายๆ ถือว่าคุณคิดผิดแล้ว เพราะต้องให้ความเคารพกับ เบนฟิก้า มากๆ เนื่องจากผลงานไม่ธรรมดา ปราบเอาชนะ อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม ทีมฟอร์มแรงมาได้ ที่สำคัญตอนรอบแบ่งกลุ่ม ก็เคยเขี่ย บาร์เซโลน่า ตกรอบมาแล้ว

ดังนั้น เบนฟิก้า ไม่ใช่หมูในอวย รอให้ ลิเวอร์พูล มาเคี้ยวง่ายๆแน่นอน หากจำกันได้ ย้อนกลับไปสู่การแข่งขัน ยูซีแอล เมื่อปี 2006 ตอนนั้น หงส์แดง มาเล่นในฐานะแชมป์เก่า แต่ก็มาร่วงตกรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยการแพ้ เหยี่ยวลิสบอน นี่แหละครับ ซึ่งตอนนั้น ลิเวอร์พูล โดนตบทั้งเหย้าและเยือน ช็อตที่โดน ซิเมา ซาโบรซ่า ยิงฟรีคิกแบบเหนือชั้น ยังจำฝังใจ

แมนเชสเตอร์ ซิตี้ VS แอตเลติโก มาดริด

น่าเสียดายที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ ย้ายออกจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปแล้ว และ ต้องแขวนสตั๊ดด้วยปัญหาสุขภาพ มิเช่นนั้นเขาจะได้กลับมาไปเจอทีมเก่า ที่เขาสร้างชื่อขึ้นมาบนโลกลูกหนัง นั่นก็คือ แอตเลติโก มาดริด

ถึงแม้ว่า เรือใบสีฟ้า กับ ตราหมี จะผ่านเข้าสู่รอบลึกๆ บนสังเวียน ยูซีแอล ได้อยู่บ่อยๆ แต่เชื่อไหมครับว่าทั้ง 2 ทีม ไม่เคยจับสลาก หรือ โคจรมาฟาดแข้งกันเลยสักครั้ง ดังนั้นนี่จะเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ที่ทั้งคู่มาเจอกันบนเวทียุโรป ซึ่งจะเป็นการดวลกันของโคตรเกมรุกของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า  มาเจอกับทีมโคตรเกมรับอย่าง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ บอกเลยว่าแท็คติคต่างๆใส่กันเต็มแน่นอน

ส่วน สถิตินะเหรอ ? ถึงแม้ว่า แอต. มาดริด จะฟอร์มสะเปะสะปะเหลือเกินในศึก ลา ลีกา สเปน ซีซั่นนี้ สุ่มเสี่ยงหลุดจากท็อปโฟร์ แต่ ยูซีแอล ก็กรุยทางมาได้เรื่อยๆ ซึ่งพวกเขามีผลงานดีสุดๆยามเจอกับทีมจากอังกฤษ โดย 5 ครั้งหลัง ผ่านทีม พรีเมียร์ลีก อังกฤษ มาถึง 4 ครั้ง ซึ่ง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คือเหยื่อรายล่าสุด โดยก่อนหน้านั้นก็เป็น ลิเวอร์พูล แต่ว่าซีซั่นก่อน ก็พ่ายให้กับ เชลซี ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ขณะที่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไม่มีเหตุผลอื่น พวกเขาต้องผ่าน ตราหมี ไปให้ได้ เพราะนี่คือรายการเดียวที่พวกเขายังไม่ได้ถ้วยมาเชยชม ใกล้เคียงที่สุดก็คือผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อซีซั่นก่อน แต่ก็แพ้ให้กับ เชลซี ไป .. โดยครั้งล่าสุดที่ เรือใบสีฟ้า เผชิญหน้ากับทีมจากสเปน ก็คือดวลกับ เรอัล มาดริด เมื่อ 2 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้น แมนฯ ซิตี้ เอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-1 ทั้งเหย้าและเยือน ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย

บาเยิร์น มิวนิค VS บียาร์เรอัล

บียาร์เรอัล น่าจะเป็นทีมเนื้อหอมมากที่สุดในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เพราะมีแต่คนอยากจับสลากเจอกันทั้งนั้น เนื่องจากชื่อชั้นน่าจะดูนุ่มนิ่มมากที่สุด ซึ่งสุดท้ายกลายเป็น บาเยิร์น มิวนิค ที่ดวงสมพงษ์ได้เจอกับ เรือดำน้ำสีเหลือง

แต่กระนั้น บียาร์เรอัล ไม่ได้มีผลงานที่ง่ายต่อการมาเอาชนะนะครับ อย่างน้อยๆพวกเขาก็มีดีกรีเป็นแชมป์ ยูโรปา ลีก เมื่อซีซั่นก่อน และ ผ่านเข้ามายืนตรงจุดนี้ ก็ไม่ธรรมดา เพราะสามารถปราบ ยูเวนตุส ยักษ์ใหญ่จาก กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี มาได้ในรอบที่ผ่านมา ด้วยการบุกไปเอาชนะถึงถิ่น 3-0

อย่างไรก็ตาม การต้องมาเจอ บาเยิร์น มิวนิค บอกเลยว่ามองมุมไหนก็เหนือกว่า เรือดำน้ำสีเหลือง ทุกมุม โดย เสือใต้ มีสถิติดีเหลือเกินเวลาเจอกับทีมจากสเปน ซึ่ง 7 ครั้งหลังสุด พวกเขาเอาชนะมาถึง 5 นัด และ เสมอ 2 นัด ยิงไปมากถึง 23 ประตู นับเป็นสถิติไร้พ่ายนานที่สุดในการเจอกับทีมจากแดนกระทิง

ซึ่งในรอบแบ่งกลุ่ม บาเยิร์น มิวนิค ก็เคยถล่มเอาชนะ บาร์เซโลน่า ยักษ์ใหญ่ ลา ลีกา สเปน มาแล้ว ด้วยสกอร์ 3-0 ทั้งไปและกลับ โดยนักเตะอันตรายที่สุดของ เสือใต้ ก็คงหนีไม่พ้น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หลังซัดไปแล้ว 12 ประตู ในศึก ยูซีแอล ซีซั่นนี้ นำเดี่ยวดาวซัลโว ส่วนคนที่ต้องจับตาของ บียาร์เรอัล ก็คือ อาร์เนาต์ ดันจูม่า กองหน้าชาวดัตช์ ที่ยิงไป 5 ตุง

ฮาย ฮาวดี้-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline