อีกทั้งกุนซือโดนแฟนบอลไล่ตะเพิด ตั้งแต่ต้นซีซั่นอย่าง อาร์เซน่อล จะขยับขึ้นมาสู่ตำแหน่งท็อปโฟร์ มีโอกาสคัมแบ็กไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี
หลายๆปัจจัย ช่วยให้ ไอ้ปืนใหญ่ จากทีมที่เป็นยักษ์หลับ ให้ก้าวขึ้นมาเป็นทีมหัวตารางท็อปโฟร์ของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คงจะเป็นไปดังนี้ครับ
- ฟอร์มการเล่นของนักเตะรายบุคคล
กว่า อาร์เตต้า จะตั้งตัวกับ อาร์เซน่อล ได้ในซีซั่นนี้ เลือดตาแทบกระเด็นจริงๆครับ เพราะเขาต้องร้องขอให้เวลาได้พิสูจน์ตัวเอง ทั้งต้องยอมโดนวิจารณ์ว่าเป็นกุนซือ "หัวสูง" ไม่ยอมใช้นักเตะซุปตาร์ ในช่วงทีมผลงานแย่ๆ สมัยเมื่อครั้งมี เมซุต โอซิล หรือ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง อยู่ในทีม แน่นอนว่า หน้าฉาก เขาโดนด่าเต็มๆ
แต่หลังม่าน อาร์เตต้า พยายามตัดนักเตะที่เป็นเนื้อร้ายของทีมออกไป เพื่อสร้างสปริตที่ดีขึ้นมาใหม่ โดยไม่หวังพึ่งพาใครเพียงแค่คนเดียว และ มันก็ได้ผลจริงๆ เพราะดาวรุ่งที่รอโอกาสขึ้นมา อย่าง กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ หรือ เอมิล สมิธ โรว์ ก็ขึ้นมาแทนที่ได้อย่างไร้ที่ติ
ขณะที่ มาร์ติน โอเดการ์ด นี่คือผู้เล่นคนสำคัญในเกมรุกของ ไอ้ปืนใหญ่ เจ้าตัว มีสถิติจ่ายบอลแม่นยำสูงมาก ระดับ 90 เปอร์เซ็นต์ ต่อเกม, สร้างสรรค์โอกาสให้เพื่อนทำประตู ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 2.4 ครั้ง ต่อเกม แต่ที่มันอิมแพ็คกว่านั้นก็คือ โอเดการ์ด ช่วยยกระดับฝีเท้าเพื่อนร่วมทีมที่อยู่รอบๆ โดยเฉพาะ บูกาโย่ ซาก้า
และ การมีอยู่ของ โอเดการ์ด ก็ส่งให้ 2 มิดฟิดล์ตัวกลาง อย่าง กรานิต ชาก้า และ โธมัส ปาร์เตย์ โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น พัฒนาเป็นมิดฟิลด์ร่างทองทันที เพราะไม่ต้องบุกขึ้นข้างหน้ามากไป ได้โฟกัสกับการเชื่อมเกม พร้อมช่วยเกมรับได้มากขึ้น
ที่สำคัญเมื่อไม่มีซูเปอร์สตาร์อยู่ในทีม ทำให้นักเตะ อาร์เซน่อล เฉลี่ยช่วยกันยิงประตูอยู่ตลอดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
⚽ เอมิล สมิธ โรว์ 9 ประตู
⚽ บูกาโย่ ซาก้า 9 ประตู
⚽ มาร์ติน โอเดการ์ด 5 ประตู
⚽ กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ 5 ประตู
⚽ อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ 4 ประตู
ส่วนแอสซิสต์ของทีม
🎯 อเลซ็องดร์ ลากาแซ็ตต์ 7 ครั้ง
🎯 บูกาโย่ ซาก้า 5 ครั้ง
🎯 กาเบรียล มาร์ติเนลลี่ 3 ครั้ง
🎯 คีแรน เทียร์นี่ 3 ครั้ง
🎯 มาร์ติน โอเดการ์ด 3 ครั้ง
เห็นไหมครับว่า นักเตะหลายๆคนในทีม เฉลี่ยช่วยกันทำประตู ช่วยกันแอสซิสต์ ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะอย่างน้อยๆมันก็บ่งบอกถึงทีมเวิร์ค ไม่ต้องฝากผีฝากไข้กับใครสักคน เหมือนที่สมัยหนึ่ง ต้องรอพึ่งแค่ความเก่งของ ปิแอร์-เอเมอริค โอบาเมยอง เหมือนก่อนเท่านั้น
- การต่อบอลอันแม่นยำ
ด้วยความที่ มิเกล อาร์เตต้า มี DNA ความเป็น ไอ้ปืนใหญ่ สูงมาก เคยเป็นลูกศิษย์ อาร์แซน เวนเกอร์ สมัยเป็นนักเตะ / เคยเป็นมือขวาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือ ติกิ-ตาก้า แห่งค่าย แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ พี่ต้า จะซึมซับการเล่นฟุตบอลสวยงาม, เน้นต่อบอลบนพื้น ด้วยความรวดเร็ว และ แม่นยำ
แต่ก่อนหน้านี้ การต่อบอลของ อาร์เซน่อล ก็เป็นภัยร้ายฆ่าตัวเองเหมือนกัน เพราะด้วยความที่ อาร์เตต้า จะไม่ให้ลูกทีมโยนมั่วซั่ว ต้องเริ่มต่อบอลกันตั้งแต่ในกรอบเขตโทษ ต่อให้จะโดนคู่แข่งวิ่งเข้ามาบีบก็ตาม ซึ่งการตะพึดตะพือทำลักษณะแบบนั้นซ้ำๆ ก็มีหลายหนที่พวกเขาทำผิดพลาด ลนลานจนเสียการครองบอล และ มีถึงขั้นเสียประตูด้วยซ้ำ เชื่อว่าแฟนบอล ต้องมีคิดในใจกันมั่งแหละครับว่า "มึงโยนยาวบ้างก็ได้ ไม่มีใครว่า"
อย่างไรก็ตาม การต่อบอลบนภาคพื้นดินของ อาร์เซน่อล พัฒนาขึ้นมากเลยครับ การเล่นบอลแค่ไม่กี่จังหวะ ไหลกันไปตามช่อง แนวทางการวิ่งของแต่ละคน รู้ว่าต้องอยู่ตรงไหน ต้องไปทางใด มันทำให้การเล่นดูลื่นหูลื่นตา อีกทั้งนักเตะชุดนี้ส่วนใหญ่ อยู่ในรุ่นราวคราวเดียวกัน ดังนั้นมันเหมือนได้เล่นฟุตบอลกับเพื่อน
ช็อต Build up จากแดนหลัง ไม่พลาดง่ายๆอีกแล้ว มันเนียนตากว่าเดิมหลายเท่า การออกบอลจังหวะเดียวแบบแม่นยำ มันทำให้พวกเขาสามารถแกะเพรสซิ่งได้อยู่ตลอด ซึ่งนี่แหละครับคือสิ่งที่เห็นได้จากหลายๆเกมที่ผ่านมา ล่าสุดคือบุกไปเอาชนะ แอสตัน วิลล่า
- เกมรับไม่เสียง่ายเหมือนเดิม
แนวรับ คือตำแหน่งที่ มิเกล อาร์เตต้า ทุ่มทุนลงแรงแก้ไขมากที่สุด เพื่อทำให้หลังบ้านของ อาร์เซน่อล กลับมาแข็งแกร่งเหมือนเดิม เพราะก่อนหน้านี้ เปื่อยยุ่ยเป็นกระดาษทิชชู่เปียกน้ำ ดังนั้นจึงเห็นการเปย์เงินแบบมหาศาล มากกว่า 100 ล้านปอนด์ ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา
1. เบน ไวท์ จาก ไบรท์ตัน : 50 ล้านปอนด์
2. อาร่อน แรมส์เดลย์ จาก เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด : 30 ล้านปอนด์
3. ทาเคฮิโร โทมิยาสุ จาก โบโลญญ่า : 17 ล้านปอนด์
4. นูโน ตาวาเรส จาก เบนฟิก้า : 7.2 ล้านปอนด์
แต่แรกเริ่มเดิมที การใช้จ่ายเงินขนาดนั้น ต้องแลกมาด้วยถ้อยคำอันรุนแรง ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน หากได้ยิน ได้ฟัง มันรู้สึกทำร้ายจิตใจมากเหลือเกิน เพราะเม็ดเงิน 100 ล้านปอนด์ กลับได้นักเตะระดับเกรด B เกรด C มาอยู่กับทีม ดูชื่อชั้นแล้ว แทบไม่มีใครขึ้นมาแบกทีมได้เลย
ช่วงต้นซีซั่น เบน ไวท์ โดนวิจารณ์แบบจัดเต็ม บ้างก็ว่าฟอร์มการเล่นไม่น่าคุ้มค่าตัว บ้างก็ว่าเหวอแดก มีช็อตผิดพลาดให้เห็น แฟนบอลหลายๆคนมีการแซวกันว่า หรือนี่จะเป็นร่างทรงของ ชโคดราน มุสตาฟี่ พร้อมเคยถูกโหวตให้เป็นการซื้อขายที่แย่ที่สุดของผู้เชี่ยวชาญด้านตลาดนักเตะ มาแล้วด้วย
หรือ ตอนที่ อาร่อน แรมส์เดลย์ ย้ายมาใหม่ๆ ก็ถูกตราหน้า ว่าโดนหลอกขาย เนื่องจากเป็นนักเตะตกชั้น จะมีดีกรีอะไรมาสู้ แบรนท์ เลโน่ แต่คำวิจารณ์เหล่านั้น เกิดขึ้นในตอนที่เขายังไม่ได้พิสูจน์อะไรให้เห็นเลย
แต่แล้วจากทีมที่เสีย 9 ประตู จากการลงเล่น 3 นัดแรก ค่อยๆพิสูจน์ให้เห็นว่า อาร์เซน่อล กำลังมาถูกทาง นักเตะที่ซื้อเข้ามาด้วยเงินมหาศาล กำลังโชว์ให้เห็นว่า พวกเขาเข้ามายกระดับให้กับทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ได้อย่างแท้จริง เพราะในบรรดาท็อป 7 อาร์เซน่อล โดนยิงไปแค่ 31 ลูกในลีก เป็นรองแค่ แมนเชสเตอร์ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และ เชลซี เท่านั้น
- เบน ไวท์ พอจับคู่กับ กาเบรียล มาร์กัลเญส กลายเป็นคู่ที่แข็งแกร่ง ผิดพลาดยากมาก ก้าวขึ้นมาเป็นหัวใจสำคัญของ ไอ้ปืนใหญ่ เรียบร้อย หากตัดคำถามที่ว่าคุ้มค่าตัว 50 ล้านปอนด์ หรือไม่ ออกไปก่อน ก็ต้องบอกเลยว่าฟอร์มของ เบน ไวท์ ผ่านครับ !! เพราะ 8 เดือนผ่านไป ไม่ค่อยมีใครออกมาตั้งคำถามเกี่ยวกับการเซ็นสัญญา เบน ไวท์ อีกแล้ว
- อาร่อน แรมส์เดลย์ นี่ไม่ต้องพูดถึงครับ เขาเบียด เลโน่ ให้เป็นสำรอง พร้อมโชว์ช่ำ ป้องกันลูกมหัศจรรย์ได้แบบเกมแล้วเกมเล่า ค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ไม่มีใครพูดถึงมันอีกแล้ว เพราะนี่คือนายทวารที่เข้ามายกระดับทีมอย่างแท้จริง ช่วยทีมเก็บแต้มได้หลายๆนัด
- ทาเคฮิโร โทมิยาสุ คนที่แฟนบอล อาร์เซน่อล ส่ายหัว พร้อมกับอุทานว่า "มันเป็นใคร" แต่เขาก็ทำให้เห็นแล้วว่า ดาวเตะสายเลือดญี่ปุ่น สามารถแจ้งเกิดได้บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นแบ็กขวา ที่แข็งแกร่งและเกมรับเหนียวแน่น เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญช่วย ไอ้ปืนใหญ่ ขยับสู่หัวตาราง
เกมล่าสุดที่บุกไปเฉือน แอสตัน วิลล่า 1-0 จะเห็นเลยว่าครึ่งหลัง ไอ้ปืนใหญ่ โดนบุกหนักมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายเกม หากเป็นเมื่อก่อน พอโดนกดดันหนักๆ มักจะเสียประตู แต่จะเห็นเลยว่าระเบียบเกมรับดีมาก ทุกคนช่วยกันหมด นับเป็นการพัฒนาที่ดีขึ้น และ เห็นได้ชัดจริงๆ
- เกมเยือนกลับมาเป็นจุดแข็ง
ไม่ต้องย้อนไปไหนไกลครับ เอาแค่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ เกมเยือนของ อาร์เซน่อล นับเป็นปัญหาสำคัญ ที่จะทำให้พวกเขาไม่ได้กลับไปยืนอยู่ในตำแหน่งท็อปโฟร์ แบบที่ต้องการ เพราะนอกจากจะไม่ชนะทีมท็อป 5 แล้ว เกมเยือนยังมาเป็นตัวฉุดรั้งเอาไว้อีกระลอก
8 นัดแรก ที่ ไอ้ปืนใหญ่ ออกไปเยือนสังเวียนคู่แข่ง ในเกมลีกซีซั่นนี้ พวกเขาชนะได้แค่ 2 นัด เท่านั้น คือชนะ เบิร์นลี่ย์ 1-0 และ ชนะ เลสเตอร์ ซิตี้ 2-0 แต่ที่เหลือเสมอแค่ 1 นัด โดยแพ้มากถึง 5 เกม ไล่มาตั้งแต่ แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล, แมนฯ ยูไนเต็ด, เอฟเวอร์ตัน หรือ แม้กระทั่ง เบรนท์ฟอร์ด ทีมน้องใหม่ ทำเอาตอนนั้น มิเกล อาร์เตต้า เก้าอี้ร้อน มีทั้งสาวก เดอะ กันเนอร์ส และ เหล่าตำนานหลายๆคน ออกมาเรียกร้องให้ พี่ต้า ยอมสละเก้าอี้เสียเถิด
อย่างไรก็ตาม จากการเก็บได้แค่ 7 คะแนน จาก 8 เกมเยือนแรก แต่ตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้วครับ เพราะ 5 เกมเยือนหลังสุด อาร์เซน่อล ไล่ตบทุกทีม ชนะมา 5 นัดรวด แบบที่เก็บคลีนชีตได้มากถึง 3 นัด เป็นครั้งแรกในรอบ 7 ปี ซึ่งมันก็ต่อยอดมาจากเกมรับที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีไงล่ะครับ และ ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คนที่ได้รับเครดิตไปเต็มๆก็คือ มิเกล อาร์เตต้า
ฮาย ฮาวดี้










