จากเคยเป็น "เดอะ แบก" เชลซี พาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ว่ากันว่าใครที่โด่งดังผ่านประสบการณ์จากลีกสูงสุดแดน "ผู้ดี" ไปเล่นที่ไหนก็ไดในโลก แต่ตอนนี้กลายเป็นสำรอง ที่ไม่ถูกเลือกใช้งาน ทั้งๆที่ทีมต้องการตัวเปลี่ยนเกม หรือ สร้างสรรค์เพื่อประตู 

ดังนั้นเรื่องที่จะพูดถึงกันต่อไปนี้ คือนักเตะที่เคยโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมบนสังเวียน พรีเมียร์ลีก แต่ดันไปเสียทรง เมื่อย้ายไปเล่นลีกอื่น ฉะนั้นมาดูกันว่านักเตะปัจจุบันคนไหนที่ยังไม่แขวนสตั๊ด ย้ายจาก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ แล้วไปดับกับลีกอื่น มาดูกันครับ

1. เอแด็น อาซาร์

5 แข้งดังย้ายผิดชีวิตเปลี่ยน จาก พรีเมียร์ ไปเสียกับลีกอื่น

เอแด็น อาซาร์ ตำนาน เดอะ แบก แห่ง เชลซี เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ตัวรุกที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร เพราะนับตั้งแต่ที่เจ้าตัวย้ายจาก ลีลล์ มาค้าแข้งในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ ก็ทำผลงานได้อย่างสุดติ่งกระดิ่งแมว คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทั้งสิ้น 2 สมัย พร้อมซัลโวให้กับสโมสรแห่งนี้ไปทั้งหมด 110 ประตู จากการลงสนาม 352 นัด

อาซาร์ ในสีเสื้อ สิงห์บลูส์ เขาคือคนที่จะขาดไปไม่ได้ ด้วยเทคนิคอันแพรวพราว และ ลีลาอันน่าตื่นตาตื่นใจ ทำให้ อาซาร์ กลายขึ้นมาเป็นตัวท็อปของยุโรป ถึงแม้ในวันที่เขาอยากย้ายไป เรอัล มาดริด ใจจะขาด แต่สโมสรไม่ปล่อยตัว เขาก็แสดงความเป็นมืออาชีพอยู่ตลอด ไม่มีงอแงให้เห็น ก่อนจะอำลาทีมไป ก็ยังอุตส่าห์ช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก มาครอง

ด้วยความที่ฝีเท้าชั้นเลิศ ทำให้ มาดริด ยอมทุ่มเงินซื้อด้วยเม็ดเงิน 100 ล้านยูโร กับชายวัย 30 ปี เพราะมันการันตีว่าดาวเตะทีมชาติเบลเยี่ยม รายนี้ คือของจริง อีกทั้งยังได้รับมอบหมายสวมเสื้อเบอร์ 7 ซึ่งเป็นหมายเลขตำนานของสโมสร ทั้ง ราอูล กอนซาเลซ หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ใครจะเชื่อล่ะครับว่า จาก อาซาร์ จอมพริ้ว กลายเป็นต้าวอ้วนไปในพริบตา น้ำหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ถึงแม้นักฟุตบอล จะมีโปรแกรมเรื่องฟิตหุ่น แต่มันก็แสดงให้เห็นถึงวินัยการรับประทานอาหารเหมือนกัน ที่สำคัญ อาซาร์ มาเจออาการบาดเจ็บเล่นงานอยู่ตลอด ไม่ใช่พักแค่ 1-2 สัปดาห์ แต่หายหน้าหายตาไปหลายเดือนอยู่ตลอด

พอหายกลับมาลงสนาม อาซาร์ ก็ไม่อาจโชว์ฟอร์มเหมือนสมัยอยู่ เชลซี ได้อีกแล้ว โดย 3 ซีซั่นที่ผ่านมา เพิ่งยิงไปแค่ 6 ประตู จากจะเอามาเป็นคนสำคัญ กลายเป็นตัวสำรองถาวรในยุค คาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งตัวอย่างชัดเจนคือในเกม เอล กลาซิโก้ นัดล่าสุด ที่ มาดริด แพ้คาบ้านให้ บาร์เซโลน่า 0-4 .. อันเช่ ก็ยังเลือกให้ โรดริโก้ เด็กวัย 21 ปี ลงสนามก่อนเขา ทั้งๆที่ คาริม เบนเซม่า มีอาการบาดเจ็บ จึงไม่แปลกที่ อาซาร์ มีข่าวอยากกลับ พรีเมียร์ลีก เพราะความสำคัญคงหมดแล้วจริงๆ ต่อให้เกมตามหลังแค่ไหน ก็ไม่ถูกส่งลงสนาม

2.ฟิลิปเป้ คูตินโญ่

5 แข้งดังย้ายผิดชีวิตเปลี่ยน จาก พรีเมียร์ ไปเสียกับลีกอื่น

"ถ้าคุณอยู่ที่นี่ต่อไป สุดท้ายแล้วพวกเขาจะสร้างรูปปั้นเพื่อเป็นเกียรติแก่คุณ แต่ถ้าย้ายไปอยู่ทีมอื่นอย่าง บาร์เซโลน่า, บาเยิร์น มิวนิค หรือ เรอัล มาดริด คุณจะกลายเป็นแค่นักเตะธรรมดาคนนึง" นี่คือประโยคอมตะของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ที่พยายามโน้มน้าวให้ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ อยู่กับทีมต่อไป และ ทำให้เห็นว่า คูตี้ สำคัญกับ ลิเวอร์พูล มากเพียงใด

เพราะในวันที่ คล็อปป์ กำลังก่อรากสร้างฐาน เพื่อพา ลิเวอร์พูล ประสบความสำเร็จ ไล่ล่าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่พวกเขาตามหามาทั้งชีวิต แต่คนที่เป็นหัวใจของทีมอย่าง คูตี้ กลับเลือกที่จะเดินหนี และหักหาญน้ำใจสาวก เดอะ ค็อป ด้วยการแกล้งเจ็บ ไม่ขอลงสนาม เพื่อไปตามหาความฝันกับสโมสร บาร์เซโลน่า

แต่หลายๆครั้ง เส้นทางความฝัน ก็ไม่เป็นไปตามดั่งใจหวัง การไป บาร์ซ่า ของ คูตี้ นั้น ในความเป็นจริงกลับตรงกันข้าม จากที่เขาเคยเป็นคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล แต่กลายเป็นแค่นักเตะธรรมดาคนนึงของ บาร์ซ่า เหมือนที่ คล็อปป์ เคยบอกไว้ ถึงแม้เขาจะได้แชมป์ลีกตามต้องการ แต่ฟอร์มการเล่น มันคนละเรื่อง

คูตินโญ่ ไม่ได้มีอิสระในเกมรุก ไม่ได้เล่นในแบบที่เขาเคยทำกับ ลิเวอร์พูล ทำให้จากตัวจริง โดนลดบทบาทมาเป็นสำรอง จากเคยค่าตัว 145 ล้านปอนด์ โดนตั้งราคาขายแบบถูกๆ ก็ยังไม่มีใครสนใจ เพราะฝีเท้าตก แถมมีประวัติอาการบาดเจ็บเป็นประจำ โดยตลอด 4 ปี กับ เจ้าบุญทุ่ม ลงเล่นไป 106 นัด ยิงไปเพียง 26 ประตู เท่านั้น ก่อนจะระหกระเหินกลับมาอยู่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ กับ แอสตัน วิลล่า ซึ่งเป็น สตีเว่น เจอร์ราร์ด คอยชุบเลี้ยง และ กลับมาโชว์ฟอร์มดีอีกครั้ง

3. จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม

5 แข้งดังย้ายผิดชีวิตเปลี่ยน จาก พรีเมียร์ ไปเสียกับลีกอื่น

หนึ่งในมิดฟิลด์ที่มีผลงานสม่ำเสมอ ได้ลงสนามเป็นประจำให้กับ ลิเวอร์พูล ตลอดหลายซีซั่นที่ผ่านมา ก็คือ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ แต่ด้วยรายละเอียดการต่อสัญญาไม่ลงตัว ทำให้เขาตัดสินใจย้ายทีมไปแบบฟรีๆ และ ไปอยู่กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ไวจ์นัลดุม มีทุกอย่างเพียบพร้อม ที่จะเล่นให้กับทีมไหนก็ได้ในโลก ฝีเท้าของ จีนี่ อาจไม่ได้หวือหวา แต่นี่คือมิดฟิลด์ที่พร้อมทำตามคำสั่งแบบไม่อิดออด เป็นตัวเชื่อมเกมชั้นดี ทั้งกับเกมรุก และ เกมรับ การจ่ายบอลของ จีนี่ เข้าขั้นแม่นยำ พร้อมกับวิ่งพล่านแบบไม่หยุดหย่อน

อีกทั้ง ไวจ์นัลดุม ยังเป็นนักเตะที่มักสอดขึ้นไปทำประตูได้บ่อยๆ เหมือนอย่างที่เคยลงมาเป็นฮีโร่ ซัลโว 2 ประตู ในเกมโคตรพลิกนรก ที่ หงส์แดง กลับมาเอาชนะ บาร์เซโลน่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ พร้อมเป็นชิ้นส่วนสำคัญช่วยพา หงส์แดง คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ตามหา

อย่างไรก็ตาม การย้ายไปอยู่กับ ปารีส มันทำให้โอกาสลงสนามของ จีนี่ ลดน้อยถอยลงไป เพราะที่นั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยตัวท็อป อาทิ มาร์โก แวร์รัตติ, เลอันโดร ปาเรเดส หรือ อันเดร์ เอร์เรร่า เป็นต้น ทำให้ตอนนี้ ไวจ์นัลดุม เพิ่งได้ลงเล่นเป็นตัวจริงในศึก ลีก เอิง ฝรั่งเศส ไปเพียง 16 นัด จาก 24 เกมที่เขามีชื่อ ซึ่งมันไม่เพียงพอต่อความต้องการของเขา เพราะกับ ลิเวอร์พูล เขาคือตัวหลัก แต่ที่ ปารีส นั้น เป็นเพียงแค่อะไหล่ของทีม นี่แหละครับจึงเป็นสาเหตุที่ ไวจ์นัลดุม คิดย้ายทีมในซัมเมอร์นี้เลย

4. คริสเตียน อีริคเซ่น

5 แข้งดังย้ายผิดชีวิตเปลี่ยน จาก พรีเมียร์ ไปเสียกับลีกอื่น

คริสเตียน อีริคเซ่น กำลังถูกจดจำว่าเป็นหนึ่งในแข้งสู้ชีวิต ที่เกือบหมดลมหายใจคาสนาม บนสังเวียน ยูโร 2020 แต่ก็ต่อสู้ผ่านเรื่องราวร้ายๆ กลับมาลงสนามได้อีกครั้งให้กับ เบรนท์ฟอร์ด หลังจากรักษาตัวเป็นเวลากว่า 1 ปี จากโรคหัวใจวายเฉียบพลัน

อย่างไรก็ตาม อีริคเซ่น เป็นหนึ่งในนักเตะที่ย้ายทีมแล้ว ชีวิตไม่ได้ดีขึ้นไปกว่าเดิม แถมยังต้องเจอกับความยากลำบากเสียด้วย เพราะตอนที่ยังค้าแข้งอยู่กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ดาวเตะรายนี้ นับเป็นกำลังสำคัญร่วมกับ ซน ฮึง-มิน และ แฮร์รี่ เคน เป็นคนคอยบัญชาการเกมรุก โดยเคยมีส่วนพา ไก่เดือยทอง ผ่านเข้าชิงชนะเลิศ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาแล้ว

แต่ด้วยความที่ อีริคเซ่น อยู่กับ สเปอร์ส มายาวนานถึง 7 ซีซั่น ยังไม่มีแชมป์ติดมือสักรายการเดียว ด้วยอายุหัวเลี้ยวหัวต่อในวัย 28-29 ปี ทำให้เขาตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับทีม และ เลือกย้ายไปอยู่กับ อินเตอร์ มิลาน เพื่อหวังคว้าแชมป์ให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ประสบความสำเร็จ เพราะอยู่ในชุดแชมป์ สคูเด็ตโต้ เมื่อซีซั่น 2020-21

ทว่าจริงๆแล้ว อีริคเซ่น เป็นนักเตะเหมือนอะไหล่ของทีมมากกว่า อันโตนิโอ คอนเต้ ไม่ค่อยเลือกใช้เขาลงสนาม โดยซีซั่นแรกกับ งูใหญ่ เขาลงเล่นเป็นตัวจริงไปแค่ 8 เกมเองครับ เป็นจำนวนที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน ส่วนในฤดูกาลที่คว้าแชมป์ ได้ลงสนาม 26 นัด แต่มีชื่อเป็น 11 คนแรก แค่ 17 นัด เท่านั้น ถึงขั้นที่เจ้าตัวออกปากเลยว่า "มันไม่ใช่อย่างที่ผมฝันไว้"

อีกทั้งตอนที่ อีริคเซ่น ย้ายทีมนั้น มันเป็นช่วงที่ โควิด-19 ระบาดหนัก เจ้าตัวต้องกักตัวอาศัยอยู่ที่โรงยิมสโมสร นอนบนโซฟา รวมกับเจ้าหน้าที่ทีม 4-5 คน เพราะหาที่พักไม่ทัน จะไปขอ โรเมลู ลูกากู กับ แอชลี่ย์ ยัง (สมัยอยู่ อินเตอร์) ก็เกรงใจ เรียกว่าเป็นช่วงเวลาเลวร้าย และ ไม่ค่อยดีนักสมัยไปอยู่ อินเตอร์ มิลาน

5. อเล็กซ์ ซง

5 แข้งดังย้ายผิดชีวิตเปลี่ยน จาก พรีเมียร์ ไปเสียกับลีกอื่น

อเล็กซ์ ซง ชื่อนี้ไม่ใช่ เชิญยิ้ม แค่เห็นก็อาจจะฮาแล้ว เพราะภาพจำของแฟนบอลมองว่าเขาดูเป็นตัวตลกมากกว่า แต่เอาจริงๆ สมัยที่เจ้าตัวก้าวขึ้นมาเป็นตัวหลักให้กับ อาร์เซน่อล ในยุคที่ อาร์แซน เวนเกอร์ ต้องปั้นเด็ก และ ซง ถือเป็นนักเตะที่ดูมีแววจะก้าวขึ้นมาเป็นตัวเอ้ของ พรีเมียร์ลีก เลยนะครับ

อเล็กซ์ ซง ถือว่าเป็นนักเตะที่แข็งแกร่งมากๆ เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ ที่ไม่ได้เก่งแค่เรื่องตัดบอล แต่เขายังโดดเด่นในเรื่องการเติมเกมรุก โดยเฉพาะการจ่ายบอลทะลุช่อง ถือว่าเป็นอีกหนึ่งท่าไม้ตายของนักเตะรายนี้เลยก็ว่าได้ สุดท้ายมันก็เป็นไปตามอีหรอบเดิม เมื่อ อาร์เซน่อล ปั้นจนเก่ง จะมี บาร์เซโลน่า มาซื้อไปร่วมทีม

เวนเกอร์ ยอมขาย ซง ให้กับ บาร์ซ่า ในราคา 15 ล้านปอนด์ ว่ากันว่าการขายนักเตะรายนี้ออกไป เป็นหนึ่งในความผิดพลาดครั้งสำคัญของ เวนเกอร์ เหมือนกัน เพราะ อาร์เซน่อล ก็แทบไม่มีมิดฟิลด์ตัวรับแบบจริงจังอีกเลย

อย่างไรก็ตาม การย้ายไป บาร์ซ่า ของ อเล็กซ์ ซง มันทำให้เขาเสียทรงไปจริงๆ เพราะไม่สามารถแย่งตำแหน่งจาก เซร์คิโอ บุสเก็ตส์ ไปได้เลย ไม่ใช่ว่าเขาไม่เก่ง แต่ บุสเก็ตส์ คือคนที่เข้าขารู้ใจ อันเดรส อิเนียสต้า กับ ชาบี เอร์นานเดซ มากกว่า ขนาด ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ ยังต้องถอยไปเล่นเซ็นเตอร์ โดยอยู่ได้แค่ 2 ปี ก็ต้องย้ายออกไปพเนจรกับทั้ง เวสต์แฮม ยูไนเต็ด, ไปลีกรัสเซีย และ สวิตเซอร์แลนด์ 

ปัจจุบัน อเล็กซ์ ซง ชีวิตผกผัน จากอนาคตที่จะเป็นดาวเด่น พรีเมียร์ลีก อังกฤษ พอย้ายทีมชีวิตเปลี่ยนทันที โดยปัจจุบันไปเล่นอยู่กับ เอเอส โซลาร์ เซเวน สโมสรในลีกจิบูติ ประเทศในทวีปแอฟริกา ดังนั้นแฟนบอลบ้านเราไม่มีทางได้เห็นหน้าค่าตาแน่นอน

ฮาย ฮาวดี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline