ส่วนทางฝั่งเจ้าบ้านอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกมที่น่าผิดหวัง โดยเฉพาะพื้นที่ในแดนกลางที่ต้องบอกเลยว่าต่ำกว่ามาตรฐานแทบทุกคน รวมถึงผู้เล่นในแนวรุกในวันนี้เหมือนโดนวิญญาณสากกะเบือเข้าสิงร่างอย่างไงอย่างั้น
เอาเป็นว่าเกมนี้จะมีประเด็นอะไรที่น่าสนใจกันบ้าง ขอบสนาม รวมรวบให้ทุกท่านได้รับชมกันครับ
[ เชลซี มาดีเกินคาด ]
การมาเยือนในถิ่น เอติฮัด เสเตเดี้ยม แน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่าย ที่จะมาเก็บแต้มที่สนามแห่งนี้ ยิ่งไปกว่านั้นฟอร์มโดยรวมในช่วงหลังของ ทัพสิงห์บลูส์ เหมือนผีเข้าผีออกเอาแน่เอานอนอะไรไม่ได้ แต่วันนี้ เชลซี ภายใต้การคุมทัพของ โปเช็ตติโน่ กลับมาสร้างเซอร์ไพร์ต่อกรกับทางฝั่งเจ้าบ้านได้อย่างสูสีจนเกือบได้ 3 แต้มกลับบ้าน
เรื่องแรกที่ต้องชื่นชมเลยก็คือ การวางหมากเล่นเกมรับของ เชลซี ในเกมนี้ ต้องบอกเลยว่าทำได้ดีโคตรๆ ปิดพื้นที่ทุกตารางนิ้วของสนามจน แมนฯ ซิตี้ หาทางเจาะแทบไม่ได้
โดยเฉพาะฟอร์มการเล่นของ อักเซล ดิซาซี่ ที่วันนี้เล่นโดดเด่นจริงๆ นึกว่า จอห์น เทอร์รี่ ลงมาเล่นเอง ทั้งการสกัดในจังหวะสำคัญ รวมไปการเล่นลูกกลางอากาศที่เก็บกินแทบทุกดอก
รวมไปถึงการเล่นของแผงมิดฟิลด์ ทัพสิงห์บลูส์ ในวันนี้ถือว่าทำหน้าที่ได้อย่างยอดเยี่ยมแทบทุกคน ช่วยกันไล่บดบี้ทำลายจังหวะการเล่นของ แมนฯ ซิตี้ ได้อยู่หมัด แถมเปลี่ยนจังหวะจากรับเป็นรุกได้ดี จนทีมเกือบได้ประตูอยู่หลายต่อหลายครั้ง แต่น่าเสียดายที่จังหวะจบสกอร์ยังทำได้ไม่เฉียบคมพอ
ส่วนในครึ่งหลังเหมือน พอช จะวางแผนให้ทีมเน้นเกมรับมากเกินไปหน่อย ปล่อยให้ ซิตี้ กดอยู่ฝ่ายเดียว อีกทั้งยังเปลี่ยนนักเตะที่เปรียบเสมือนมันสมองของทีมอย่าง โคล พาลเมอร์ ออกไปทำให้มิติการเล่นเกมสวนกลับของ เชลซี ดูอันตรายน้อยลงอย่างชัดเจน สุดท้ายก็มาโดนยิงในช่วงท้ายเกม
[ สเตอร์ลิ่ง ใช้กฎยิงประตูทีมเก่า ]
เรียกได้ว่าการกลับมาเยือนทีมเก่าในครั้งนี้ของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ทำเอาทางฝั่ง แมนฯ ซิตี้ เจ็บแสบอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ด้วยการซัดประตูช่วยให้ เชลซี ออกในนำท้ายครึ่งแรก
แม้ว่าโดยรวม สเตอร์ลิ่ง จะไม่ได้สร้างปัญหาให้กับแนวรับของ ซิตี้ ได้มากมาย แถมยังจ่ายบอลเสียจนน่าหงุดหงิดอยู่หลายครั้ง แต่สิ่งที่เขามักโชว์ให้เห็นอยู่เสมอเลยก็คือ การสร้างความแตกต่างในยามที่ทีมต้องการประตู
ทั้งนี้ สเตอร์ลิ่ง ยังสร้างสถิติยิงประตูในถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม ได้มากที่สุดเหนือทุกคนในสนามที่ 52 ประตู เป็นรองเพียงแค่ กุน อเกวโร่ เท่านั้น
[ ฮาแลนด์ ฟอร์มฝืด ]
ต้องบอกเลยว่าเป็นอีกวันที่ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ตีนบอดอย่างน่าเหลือเชื่อจริงๆ เพราะเขามีโอกาสทองที่บอลมาประเคนถึงตีนแบบเน้นๆ 2-3 ครั้ง แต่วันนี้กลับเปลี่ยนโอกาสให้เป็นประตูไม่ได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว เรียกได้ว่ายิงนกตกปลาไปซะหมด ถ้าเกมนี้พี่แกคมๆหน่อยเผลอๆ แมนฯ ซิตี้ ไม่ต้องลุ้นเหนื่อยจนท้ายเกม น่าจะเก็บ 3 แต้มได้เลยด้วยซ้ำ
ด้วยเหตุนี้ ฮาแลนด์ จึงมีถิติที่ไม่ค่อยจะโสภาสถาพรซักเท่าไหร่ในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา เขามีโอกาสง้างประตูไปถึง 9 ครั้ง แต่ส่งบอลเข้าปะทะตาข่ายไม่ได้เลยซึ่งเป็นจำนวนตัวเลขที่มากที่สุดในหนึ่งเกมของเขาในทุกรายการ
[ ทิ้งโอกาสกุมชะตาแชมป์พรีเมียร์ลีก ]
การที่ "ทัพเรือใบสีฟ้า" ไม่สามารถเอาชนะในเกมนี้ ส่งผลให้พวกเขาพลาดโอกาสในการกุมชะตา ในการคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ไว้ได้อีกครั้ง
เพราะต่อให้ไปคว้าชัยในเกมตกค้างที่เหลือที่จะพบกับ เบรนท์ฟอร์ด ในกลางสัปดาห์หน้า พวกเขาก็จะตามหลังที่จ่าฝูงอย่าง ลิเวอร์พูล อยู่ 1 คะแนน
นอกจากนั้น 6 เกม พรีเมียร์ลีก ของ แมนฯ ซิตี้ นับจากนี้เรียกได้ว่างานหินแทบทุกนัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จะมีคิวต้องบุกไปเยือน ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ และ เปิดบ้านรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล ซึ่งเป็นสองแมตซ์ชี้ชะตาเลยว่าเส้นทางการลุ้นแชมป์ พรีเมียร์ลีก ของทั้งสามทีมใครจะเป็นฝ่ายกุมความได้เปรียบกันแน่










