โคโรน่า หรือ โควิด-19 ยังพ่นพิษใส่โลกลูกหนังไม่หยุด ลีกดังๆ ของยุโรป ก็ประกาศเลื่อนการแข่งขันออกไปเพียบ ไม่เว้นแม้แต่ลีกเบอร์ 1 ของโลกอย่าง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
ฟุตบอลลีกอังกฤษ หรือ อีเอฟแอล ประกาศเลื่อนการแข่งขัน ลีกอังกฤษทั้งชายและหญิง ทุกดิวิชั่นออกไป จนถึงวันที่ 3 เมษายน แต่หลายคนก็ยังคิดว่าถึงตอนนั้นอาจจะต้องเลื่อนต่อไปอีก เพราะดูทรงแล้วสถานการณ์น่าจะยังไม่ดีขึ้น ทว่าวันนี้ "ขอบสนาม" ขอปรับมุมมอง มาลองวิเคราะห์ถึงสาเหตุกันหน่อยดีกว่าว่า มันจะมีอะไรบ้างน้าที่จะทำให้ พรีเมียร์ลีก กลับมาเตะได้ตามกำหนดนั้นคือ 4 เมษายน และนี่คือ 4 เหตุผลที่พอจะสนับสนุนเรื่องนี้ได้ 1.พรีเมียร์ลีก มีมูลค่าสูง ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คือลีกเบอร์ 1 ของโลก ที่มีแฟนๆ ติดตามชมมากที่สุด และยังเป็นลีกที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องค่าจ้างนักเตะ ภาพลักษณ์ สปอนเซอร์ โฆษณา ค่าลิขสิทธิ์ต่างๆ นาๆ มันเหนือกว่าทุกลีกบนโลก ซึ่งการหยุดแข่งขัน เลื่อนออกไปเกือบเดือนแบบนี้ ไม่ส่งผลดีอย่างมหันต์ ต่อมูลค่าทางการตลาด ฉะนั้น พรีเมียร์ลีก คงดิ้นรนทุกวิถีทางให้กลับมาแข่งได้โดยเร็วที่สุด 2.กล้ากำหนดวันคัมแบ็ก นอกจากเรื่องมูลค่าทางการตลาดที่สูงสุดแล้ว การที่พวกเขามั่นใจในการกำหนดวันที่แน่นอนว่าเลื่อนไปจนถึงวันที่ 3 เมษา ก็ดูเหมือนว่าจะมั่นใจในระดับนึงว่าจะแก้ไขสถานการณ์ได้ภายใน 3 สัปดาห์นี้ ไม่งั้นคงไม่กล้าที่จะประกาศวันชัดเจนขนาดนี้ ไม่เหมือนกับลีกจีน หรือหลายๆ ลีกที่ใช้คำว่า "เลื่อนออกไป ไร้กำหนด" อีกอย่าง อังกฤษ ก็ไม่ใช่ประเทศต๊อกต๋อย เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก คงมีอิทธิพลและพาวเวอร์มากพอที่จะรักษาและป้องกันเชื้อไวรัสร้ายนี้ได้ดีกว่าประเทศเล็กๆ 3.ตอนนี้นักเตะเริ่มระวังตัวกันมากขึ้น ว่ากันตามตรงเดิมทีพวกประเทศทางฝั่งยุโรป แทบไม่ได้สนใจใยดดีกับเชื้อไวรัสห่าเหวนี่เลย เพราะมองว่ามันไกลตัว เลยไม่ได้สนใจระมัดระวังตัวอะไรกัน ไม่กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หน้ากากก็ไม่ใส่ เพราะคิดว่าชิวๆ สิวๆ อยู่ห่างกันคนละซีกโลกคงไม่เป็นอะไร ทว่าตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว สถานการณ์รุนแรงขึ้นจนถึงขั้น 5 ลีกกดังของยุโรป ต้องเลื่อนออกไป ส่วนคนอังกฤษเองที่เดิมทีคิดว่าตัวเองเจ๋งตัวเองแน่ ก็เริ่มจะป้องกันกันบ้างแล้ว นักเตะหลายรายเริ่มหาแมสมาใส่ เริ่มกักตัว ระมัดระวังตัวกันมากขึ้น ซึ่งมันก็ดีเพราะจะทำให้เชื้อไม่แพร่กระจายต่อไป และน่าจะทำให้ พรีเมียร์ลีก กลับมาฟาดแข้งได้อีกครั้งตามกำหนดที่ตั้งไว้ 4.ระบบจัดการกักตัวดี มีความรับผิดชอบ ต้องยอมรับว่า พรีเมียร์ลีก และสโมสรต่างๆ ที่อยู่ในกลุ่มสุ่มเสี่ยงมีมาตรการการกักตัวนักเตะ รวมถึงทีมงานสต้าฟฟ์โค้ชที่ดีมากๆ ทีมอย่าง อาร์เซน่อล กับ เชลซี ไม่ต้องพูดถึง เพราะ มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ "ปืนใหญ่" กับ คัลลั่ม ฮัดสัน โอดอย กองกลาง "สิงห์บลูส์" ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อ ก็ต้องเป็นธรรมดาที่นักเตะทั้ง 2 ทีมจะต้องไปตรวจและถูกกักตัวรอดูอาการ ส่วน เอฟเวอร์ตัน นี่น่าชื่นชมใหญ่ เพราะถึงขั้นออกแถลงการณ์ด่วน บอกว่าได้ั่สั่งให้นักเตะและทีมงานทุกคน กักตัวอยู่ที่บ้าน ห้ามออกไปไหน หลังสงสัยว่ามีนักเตะชุดใหญ่ 1 ราย ส่อแวจะติดเชื้อ ขณะที่ อาร์เธอร์ โบรุค ผู้รักษาประตู บอร์นมัธ, เบนจามิน เมนดี้ แบ็กซ้าย แมนฯ ซิตี้ และนักเตะ เลสเตอร์ ซิตี้ อีก 3 คน ที่มีอาการเข่าข่ายติดเชื้อ “โควิด-19” ก็ถูกต้นสังกัดสั่งแยกไปกักตัวรอดูอาการแล้วเช่นกัน บอกตรงๆ ขนาดยังไม่ฟันธงว่าเป็น ยังมีมาตรการที่เข้มงวดกวดขันกันได้ดีเหลือเกิน ต่างจากบางประเทศแถบนี้ที่ปล่อยให้ผีน้อยวิ่งกันว่อนจะทั่วประเทศอยู่แล้ว เห้อ.. . แต่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ก็เป็นแค่การวิเคราะห์ว่า เหตุผลกลใดบ้างที่จะทำให้เชื่อว่าวันเสาร์ที่ 4 เมษายนนี้ พรีเมียร์ลีก จะสามารถกลับมาฟาดแข้งห้ำหั่นกันได้อีกครั้ง ทว่าหากสถานการณ์ทุกอย่างย่ำแย่ลง หรือไม่ตรงไปตาม 4 ข้อที่วิเคราะห์มา โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ามีใครในแดนผู้ดีเสียชีวิต ดูทรงแล้วก็น้่าจะพักต่ออีกยาว นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูล ก็ต้องเลื่อนการฉลองแชมป์ พรีเมียร์ลีก ครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสรออกไปอีกชิน ชินพัฒน์










