ในระยะหลังวงการหนังมักหยิบยกเรื่องราวการเดินทางของนักบินอวกาศมาสร้างสู่จอเงินมากขึ้น อาจเป็นเพราะมันมีความแปลกใหม่มอบให้แก่คนดู และผลงานเรื่องล่าสุดเจ้าเทพบุตรผู้ที่ไม่ยอมแก่อย่าง แบรด พิตต์ ก็สามารถสร้างความรู้สึกให้ชมได้ว่า มันครบเครื่องเอามาก

. จุดเด่น ผมชอบความพิถีพิถันในการเล่าเรื่องนะ มันค่อนข้างมีความชัดเจนไม่ซับซ้อนดูง่าย ไม่ได้มีทิศทางเหมือนหนังเรื่องไซไฟอวกาศแบบเรื่องอื่นๆ ที่พยายามจะนำเสนอไปในแนวทางเก่าๆ ทีมงานสร้างประเด็นใหม่ที่ทำให้มีผู้คนอาศัยอยู่นอกโลกจริงๆ พร้อมกับปมประเด็น รอย แม็คไบรด์ ที่ตามหาพ่อของตัวเองในทีแรก มันมีเครื่องหมายคำถามอยู่มากมายในทีแรก แต่สุดท้ายหนังค่อยๆเฉลยปมต่างๆ จากเพื่อนร่วมทางของพระเอกในแต่ละสถานที่ที่เขาได้เดินทางไป ซึ่งงานสร้างเนี๊ยบมากสำหรับดวงดาวนอกโลก เพราะนี่คือการขายมุมภาพจากทีมงานผู้สร้างโดยเฉพาะ หากใครคิดว่าแบรด แค่ตามหาพ่อแล้วต้องเล่นบทแอ็คชั่นละก็ เรื่องนี้คุณคงไม่ได้เห็นหลอกนะ เพราะมีแต่ความดราม่าเพรียวๆ และหนังค่อนข้างเล่นประเด็นที่เข้าลึกของคนเหงาได้ดีพอสมควร ซึ่งประเด็นนี้มันตรงจุดแบบจุกอกเลย . นักแสดง น้ำหนักและทิศทางหนังคงอยู่ที่ แบรด พิตต์ 99 เปอร์เซนต์ เรื่องนี้เราได้เห็นเขาในบทบาทนักบินอวกาศ ซึ่งเล่นได้สมจริงมาก เขาปล่อยพลังความดราม่าได้สุดพลังจริงๆ หลั่งน้ำตา, โมโห ในการปะทะกับทอมมี่ ลี โจนส์ ซึ่งมันเป็นทางถนัดของพ่อหนุ่มวัย 55 ปี . จุดอ่อน หนังแสดงตัวประกอบนี่แหละ เพราะสถานที่ที่ แบรด พิตต์ บทถูกเขียนมาให้พวกเขาน้อยมาก ไปดาวอังคาร เปลี่ยนคน ไปดาวพฤหัสเปลี่ยนอีกกลุ่มหนึ่ง, ไปดวงจันทร์ก็เปลี่ยนคนอีกละ มันน่าจะเขียนบทเพื่อนร่วมงานให้พระเอกเป็นกลุ่มเดียวกันไปเลยที่เดินทางออกมาจากโลก มันจะได้มีน้ำหนักให้ดูเข้าที่เข้าทางซะหน่อย และหนังมีการเล่าเรื่องที่ดูยังไงก็ไม่ใช่หนังแมสที่ดูสนุกแบบหนังอวกาศเรื่องอืนๆ คือหากใครคิดว่ามันจะอารมณ์แบบ interstellar คงต้องบอกว่า interstellar มันมีความแมสและย่อยง่ายกว่ามากๆ . สรุป นี่คือหนังที่งานสร้างในอวกาศค่อนข้างสมจริงและ แบรด พิตต์ เท่ในบทบาทนักบินแสดงเอามาก คอหนังที่หลงรักแนวทางวิทยาศาสตร์และนอกโลกน่าจะชอบไม่ยาก ที่สำคัญให้มาดูเวอร์ชั่นไอแมกซ์เพราะสัดส่วนภาพละเอียดและคมชัดมาก แจกคะแนนรีวิว 8.5/10
logoline