เมื่อ พรีเมียร์ลีก จะปิดซีซั่น ไม่เพียงแค่แชมป์ หรือดาวซัลโว แต่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ก็เป็นที่สนใจไม่น้อย โดยเฉพาะรางวัลจากสมาคมนักเตะอาชีพ หรือ พีเอฟเอ จนตอนนี้มีเพียง 2 คนที่วัดกันจริงจัง คือ ซาลาห์ และ เดอ บรอยน์

รางวัลสุดยอดนักเตะแห่งปีของอังกฤษมีอยู่ 2 รางวัล รางวัลหนึ่งของสมาคมนักข่าว ที่ให้บรรดาสื่อเป็นผู้โหวต ส่วนอีกรางวัลคือของสมาคมนักเตะอาชีพ หรือ พีเอฟเอ ที่นักเตะด้วยกันเองจะเป็นผู้โหวตเลือก ซึ่งรางวัลนี้จะถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งเพราะเป็นรางวัลที่มาจากคนอาชีพเดียวกัน ทำงานด้วยกัน เหนื่อยมาเหมือนกัน ดังนั้นหากได้รับรางวัลนี้ ก็ถือว่าได้รับการยอมรับจากทุกคนในลีกไปโดยปริยายด้วย ตอนนี้นักเตะที่ฟอร์มยอดเยี่ยมเตะตาก็มีเด่นๆ กันอยู่ 2 คน คือ เควิน เดอ บรอยน์ เพลย์เมกเกอร์จากทีมว่าที่แชมป์ลีกอย่าง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แนวรุกดาวซัลโวจาก ลิเวอร์พูล ที่ต่างก็ทำผลงานได้อย่างร้อนแรงไม่แพ้กัน จนเกิดข้อถกเถียงให้เอียงคอสงสัยว่าใครควรได้รางวัลนี้มากกว่ากันกันแน่ นั่นสิใคร วันนี้เรามาวิเคราะห์กันดีกว่า แต่คำเตือนนี่คือความคิดเห็นของทีมงานขอบสนามเท่านั้น ความจริงการทำนายนี้อาจไม่ตรงกับผลจริงก็ได้ ไปติดตามกัน [caption id="attachment_10784" align="aligncenter" width="500"] ซาลาห์ VS เดอ บรอยน์ วัดปอนด์ต่อปอนด์ ใครคู่ควร พีเอฟเอ สถิติการยิงประตูของทั้งสองคน[/caption] [caption id="attachment_10785" align="aligncenter" width="500"] ซาลาห์ VS เดอ บรอยน์ วัดปอนด์ต่อปอนด์ ใครคู่ควร พีเอฟเอ สถิติการจ่ายบอลของทั้งคู่[/caption] ผลงานรายบุคคล แน่นอนรางวัลนี้เป็นรางวัลรายบุคคล เราควรพิจารณาจากผลงานส่วนตัวกันก่อน ทั้งสองคนลงเล่นที่คนละ 31 นัดใน พรีเมียร์ลีก เท่าๆ กัน ซาลาห์ ยิงไปแล้ว 29 ประตู จากโอกาส 122 ครั้ง เข้ากรอบคิดเป็น 62% ส่วน เดอ บรอยน์ ยิงได้แค่ 7 ลูกเท่านั้น จากการหาโอกาส 77 ครั้ง เข้ากรอบคิดเป็น 60% เรื่องประตูมากน้อยกว่ากันแบบเทียบไม่ติด เปลี่ยนไปดูการจ่ายบอลบ้าง ซาลาห์ แอสซิสต์ ไป 9 ลูก เฉลี่ย 0.29 ครั้งต่อเกม ส่วน เดอ บรอยน์ 15 ลูก เฉลี่ย 0.48 ครั้งต่อเกมเป็นอัตราที่สูงเพราะเท่ากับว่าราวๆ 2 เกมจะแอสซิส 1 ครั้งเลยทีเดียว ส่วนเรื่องการผ่านบอลอื่นๆ อย่างจ่ายบอลสำเร็จ เดอ บรอยน์ อยู่ที่ 62.61 ครั้งต่อเกม ซาลาห์อยู่ที่ 20.74 ครั้งต่อเกม ขณะที่การจ่ายลูกแบบได้เสีย เดอ บรอยน์ 2.65 ครั้งต่อเกม ซาลาห์ 1.48 ครั้งต่อเกม เรื่องการจ่ายบอล ดาวเตะ "เรือใบ" ก็แล่นฉิวกว่าอย่างเห็นได้ชัดเหมือนกัน วัดกันแบบนี้ มันก็ดีกันคนละแบบ เล่นกันคนละตำแหน่ง สถิติก็เทียบกันลำบาก มีอิทธิพลต่อทีมด้วยกันทั้งคู่ เป็นนักเตะสำคัญทั้งคู่ เก่งทั้งคู่ แล้วทีนี้จะตัดสินยังไงต่อ ปัจจัยภายนอก หากวิเคราะห์ดูที่ผลงานรายบุคคล ก็บอกตามตรงจะตัดสินว่าให้มอบรางวัลให้ใครก็คงตัดสินไม่ถูก ตีคู่สูสีกันขนาดนี้ คนหนึ่งก็ตัวยิง คนหนึ่งก็ตัวจ่าย เลือกยาก ดังนั้นเราลองแวะดูปัจจัยภายนอกกัน ในกรณีที่นักเตะหลายคนผลงานพอๆ กัน สิ่งที่กรรมการตัดสินมักหยิบมาเป็นปัจจัยเพิ่มเติมคือผลงานของทีมที่สังกัด พูดกันตามตรงอาจไม่ถูกใจบรรดา "เดอะ ค็อป" นัก แต่ก็ต้องยอมรับว่า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีผลงานที่คงเส้นคงวามากกว่า และกำลังจะคว้าแชมป์ลีกในอีกนัดหรือสองนัดนี้แล้ว นั่นทำให้ เดอ บรอยน์ ดูมีภาษีดีกว่า ซาลาห์ เล็กน้อย และมองว่านี่อาจเป็นจุดสำคัญที่รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมจะเป็นของแข้ง "เรือใบสีฟ้า" มากกว่า "หงส์แดง" ซาลาห์ VS เดอ บรอยน์ วัดปอนด์ต่อปอนด์ ใครคู่ควร พีเอฟเอ เหตุผลสนับสนุน บางคนอาจไม่ชอบใจนักกับเหตุผลเรื่องแชมป์ ขออนุญาตย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2015-16 ที่ เลสเตอร์ ซิตี้ ได้แชมป์ลีก มีนักเตะฟอร์มดี 2 คนที่ตีคู่กันมาในทีม คนหนึ่งเป็นตัวยิง เจมี่ วาร์ดี้ ขณะที่อีกคนแม้จะยิงได้เยอะเหมือนกัน แต่เล่นในลักษณะตัวทำเกมหรือตัวจ่ายมากกว่านั่นคือ ริยาด มาห์เรซ และปีนั้นคนที่คว้ารางวัลไปคือ มาห์เรซ คนที่เป็นคนจ่ายบอลนั่นเอง เป็นไปได้ว่าบรรดานักเตะที่ร่วมกันโหวตมองว่าคนจ่ายบอล คือคนที่สำคัญกว่าหรือไม่? อันนี้คือคำถามที่คิดว่าพอมีมูล ข้อสรุป ทีมงานของสนามเชื่อว่า รางวัลนักเตะยอดเยี่ยม น่าจะเป็นของนักเตะทีมแชมป์อย่าง เดอ บรอยน์ มากกว่าจะเป็นของ ซาลาห์ ด้วยเหตุผลที่อ้างมาทั้งหมด ซึ่งอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคาดการณ์ก็ได้ มารอดูกันดีกว่าว่าจะเป็นอย่างนั้นไหม แต่ไม่ว่ารางวัลจะเป็นของใคร เชื่อว่าอีกคนจะต้องได้รางวัลจากสมาคมนักข่าวแน่นอน และไม่ว่ารางวัลจะเป็นของใคร ทั้งสองคนก็คือสุดยอดในฤดูกาลนี้อย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

- เทพเฟี๊ยต -

logoline