อเมริกาและโซเวียต (รัสเซีย) แย่งชิงความเป็นมหาอำนาจมายาวนาน มุมมองทางการเมืองที่บริหารแตกต่างกัน กลับกลายเป็นประเด็นที่ถูกนำมาสร้างเป็นหนังแนวสายลับอยู่เรื่อยๆ
กาย ริชชี่ ผู้กำกับที่ชอบสร้างสตอรี่หนังแนวมาเฟีย ตัดสินใจเดินหน้าปัดฝุ่นเอาซีรีย์ดังยุค 60s เรื่องราวในยุคสงครามเย็น มาทำให้หนังดูสนุกมีความคอเมดี้อยู่กลายนำความขัดแย้งมาสร้างเป็นมิตรภาพที่ต้องช่วยกันทำภารกิจเพื่อยับยั้งนิวเคลียร์ของนาซีที่หลงเหลืออยู่
.
ข้อดี
แม้จะใช้สงครามเย็นมาเป็นตัวนำเรื่อง แต่หนังไม่ได้พถึงประเด็นนี้แต่อย่างใด หลักๆแล้วมันคือเรื่องทัศนคติของคนอเมริกันและโซเวียต ที่มีความบาดหมางเพราะถูกปลูกฝังให้ไม่ถูกกันในเรื่องของอุดมการณ์มาแต่ไหนแต่ไร ต่างฝ่ายต่างคิดว่าตัวเองเป็นชาติมหาอำนาจ และหวังเอาดิสก์ผลิตนิวเคลียร์มาเพื่อประกาศว่าตัวเองเจ๋งกว่าในยุคสงครามเย็น
รายละเอียดของหนังคือการทำงานร่วมกันของชาติที่มีมุมมองการเมืองคนละด้าน เผด็จการ และประชาธิปไตยแบบเสรี แต่ก็ได้เห็นว่ามันเต็มไปด้วยการวางแผนดัดหลังอีกฝ่าย ทั้งที่ร่วมมือกันแท้ แต่กลับไม่วางใจซึ่งกันและกัน หวังจะเล่นตุกติกกับอีกฝากหนึ่ง
สายลับอย่าง โซโล่ และอิลิย่า คือมือหนึ่งที่ทางการของอเมริกัน และโซเวียตไว้เนื้อเชื่อใจ แต่หนังก็เล่าเรื่องราวลึกๆว่าทั้ง 2 ก็ไม่ได้อยากปกป้องประเทศตัวเอง แต่จำใจต้องมาเป็นเพราะไม่มีทางเลือก การเดินหน้าทำภารกิจจึงเกิดความรู้สึกที่ไม่ได้บาดหมางหรือไม่ชอบขี้หน้าแต่อย่างใด บทหนังเลือกทำให้เห็นพฤติกรรมของคนทั้ง 2 ชาติ ที่แตกต่างกัน มีแนวทางของตัวเองซึ่งเป็นการดีไซต์ให้ดูสนุกเน้นตลกมากกว่าจะไปคาดหวังโทนแอ็คชั่น ซึ่งตรงนี้คือจุดนี้คือเอกลักษณ์ของกาย ริชชี่ เขาเลยละ แม้ว่าบทนำจะสื่อถึงสายลับ 2 ชาติ แต่ก็มีมุมประเด็นการหลอกล่อของสุภาพสตรีเข้ามาทั้งตัวร้ายและตัวดีเป็นเครื่องมือบอกให้รู้ว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน ผู้หญิงยังมีความอันตราย มารยาหญิงน่ากลัว ผู้ชายหลงกลตกเป็นเหยื่อแทบทุกที
ประเด็นสุดท้ายที่ขอชื่นชมคือเรื่องการวางเฟรมภาพ โลเคชั่นการถ่ายทำ และคอสตูมที่เนี้ยบให้อารมณ์เหมือนอยู่ในยุค 60 จริงๆ ซึ่งภาพที่ปรากฏสู่สายตามันสวยงามมากๆ
.
นักแสดง
เรื่องนี้เราได้เห็น เฮนรี่ คาวิลล์ ในลุคสายลับที่ดูสมาร์ท จนหลายๆคนออกปากเชียร์ให้คนได้ทำตามความฝันเป็นเจมส์ บอนด์ ต่อจากดาเนียล เคร็กเสียที เรื่องนี้เขาได้เล่นเป็นสายลับจอมกวนตีนเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว แต่บทไม่ได้เด่นมากพอๆกับ อาร์มี แฮมเมอร์ ที่ผลัดกันโชว์ความหล่อ ความเท่ห์ ยามที่ทำภารกิจ
ด้านอลิเซีย วิกานเดอร์ ก็ดูใสๆแสบสันต์กว่าที่คิด เป็นจอมป่วน 2 สายลับ เธอมีอยู่ 1 ซีนในหนังที่น่ารักมากๆ ส่วนเอลิซาเบธ เดบิคกี้ ตัวร้ายลุคไฮไซ ที่บทบาทมีไม่เยอะ ไม่น่าจดจำเลย ออกน้อย ไร้ซึ่งความน่ากลัว
.
ข้อเสีย
เนื้อหาของตัวหนังเปราะบางเกินไป มันเกิดจาก กาย ริชชี่ วางแผนหักมุมให้มีความซับซ้อน แต่เขาลืมไปว่าหนังสายลับสงครามมันควรจะมีฉากแอ็คชั่นที่เล่าเรื่องได้ ส่วนตัวร้ายน้ำหนักมันขาดหายไปไม่น่ากลัวทั้งที่เป็นผู้ก่อการร้ายหวังใช้นิวเคลียร์ทำลายโลกแท้ ความรู้สึกมันไม่เจ๋งเหมือนงานเก่าๆของเขาเลยสักนิด อันนี้ผมรู้สึกเอง และไม่แปลกใจเลยที่โปรเจ็คนี้ยังลูกผีลูกคนในเรื่องการทำภาคต่อ ทั้งที่ปูเนื้อเรื่องรอไว้แล้ว
.
สรุป
ชอบโทนหนังที่ได้อารมณ์ยุค 60 โปรดักชั่นดูเท่ห์ ละเมียดละไมทุกด้านภาพ แถมใช้ประเด็นอุดมการณ์ความเป็นชาตินิยม สอดแทรกเอาไว้ในตัวหนังอย่างแนบเนียน แม้ว่ามันจะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ความสนุกที่กาย ริชชี่ จัดมาอัดแน่นไปด้วยความคอเมดี้ตลอดทั้งเรื่อง
แจกคะแนนรีวิว 7.5/10
หนังมีให้ชมแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทาง Amazon และItunes