หลายๆคนคงประทับใจกับหนังเพลงรักชองผู้กำกับชาวไอริช อย่าง จอห์น คาร์นีย์ ที่ผลิตออกมา 3 เรื่องที่ครองใจผู้คนมากมาย ทั้ง Once, Begin Again หรือ Sing Street ซึ่งถ้าหากใครอยากหาหนังในแนวทางแบบนี้มาดูเพิ่ม ผมขอแนะนำอีกเรื่องที่เคยไปฉายในเทศกาลหนังซันแดนซ์ เมื่อปี 2018 มาแล้ว อย่าง Hearts Beat Loud
แม้ว่าหนังจะฟอร์มเล็กนักแสดงนำอาจไม่ได้เป็นแม่เหล็กเชื้อชวนให้มาดู พล็อตอาจจะไม่ได้เป็นความรักหนุ่มสาว แต่ก็ดำเนินเรื่องเรียบง่ายทำได้น่าประทับใจ คุณพ่อเจ้าของร้ายขายแผ่นเสียงที่พยายามโน้มน้าวลูกสาวตัวเองทำเพลง แต่เธอกลับไม่ได้เต็มใจอยากจะทำสักเท่าไหร่ ทั้งที่มีเสียงร้องที่ไพเราะซุกซ่อนอยู่
ข้อดี
ไดอาล็อคหนังดูเรียบง่ายไม่มีอะไรมาก ออกไปในทิศทางดนตรีสานสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกคู่หนึ่งที่แทบไม่ได้รู้จักหรือใช้ชีวิตร่วมกับอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เห็นได้จากการที่พ่อไม่สามารถเปิดประเด็นสนทนาได้อย่างเต็มปากเต็มคำ ออกแนวทำตัวน่าเบื่อจนลูกสาวรู้สึกรำคาญจึงตัดสินใจมาร้องเพลงบันทึกเสียงให้ โดยที่ไม่รู้ว่าพ่อตัวเองนำเพลงไปลง Spotify คลังเพลงออนไลน์ที่มีเพลย์ลิสต์เป็นล้านๆแทร็ค
ลูกสาวไม่ได้มีความคิดอยากจะร้องเพลงมากสักเท่าไหร่ทั้งที่มีเสียงไพเราะ เธอออกแนวจริงจังในการเรียนเพื่ออยากที่จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยให้ได้และใช้ชีวิตวัยรุ่นกับแฟนสาวๆ ตัวละครพ่อเหมือนคนมีปัญหาเขาเข้ากับใครไม่ได้ เปิดร้านขายเพลงจรรโรงปมในใจที่ไม่สามารถเป็นศิลปินได้อย่างที่ฝัน จึงมาชดเชยในสิ่งที่ใกล้เคียงกับเสียงเพลงในอีกรูปแบบหนึ่ง
จากความรู้สึกที่ไม่ผูกพันธ์กับพ่อตัวเอง แต่เมื่อเพลงที่ร้องออกไปใน Spotify มีกระแสตอบรับที่ดีเหลือเชื่อ ทำจึงอยากมอบสิ่งดีสัก 1 อย่าง เพื่อตอบแทนพ่อบังเกิดเกล้า โดยการร้องเพลงในร้านขายซีดีแผ่นเสียง เพราะอย่างน้อยๆเธอก็เติบโตมาจากเสียงเพลง
ปมในหนังสะท้อนความรู้สึกของพ่อลูกที่อยากพูดคุยกันแต่กันมีปมในใจเส้นบางๆที่ข้างกันเอาไว้ คืออยู่บ้านเดียวกันแต่ดันไม่ได้กลมเกลียวสามัคคีกันเลย แต่เพราะเสียงเพลงความผูกพันธ์กับร้านซีดีคือกราวใจที่ทำให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจกัน
อีกจุดหนึ่งที่ชอบในหนังคือประเด็นที่คนยุคใหม่แปรเปลี่ยนวิธีการฟังเพลงไป จากซีดีหรือแผ่นเสียง หันไปซื้อและฟังผ่าน Itunes หรือ Spotify ทำให้ธุรกิจแบบนี้ค่อยกลืนหายไปจากสารบบโลกเราเสียแล้ว
นักแสดง
เคียร์ซีย์ เคลมอนส์ ที่รับบทสาวน้อยที่มีเสียงร้องพรสวรรค์ คือชอบที่เธอแสดงเป็นแซม คือร้องเพลงเพราะมาก เรื่องนี้เธอปล่อยพลังการแสดงออกมาได้หลากหลายอารมณ์ทั้งดราม่าและมีความสุข
นิค ออฟเฟอร์แมน คุณพ่อลูกแคบผู้มีดนตรีในหัวใจแต่กลับไม่เข้าลูกสาวตัวเอง หลายๆครั้งไม่ชอบหมอนี่รู้สึกว่าทำตัวเป็นพ่อที่วุ่นวาบรบเร้าในสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่ลูกกลับไม่ได้อยากไปจริงจังกับดนตรี คือยอมรับว่าเขาแสดงดี เป็นคนไม่แคร์อะไรนอกจากความรู้สึกตัวเอง
ข้อเสีย
หนังดำเนินเรื่องรวดเร็วจบไวไปหน่อย ทั้งที่สามารถหาปมมาขยายความได้มากกว่านี้
สรุป
หนังเล็กๆที่มอบความไพเราะทางเสียงเพลงเชื่อมต่อความสัมพันธ์ในครอบครัวให้แน่นแฟ้นดียิ่งขึ้น คนมีดนตรีในหัวใจเรื่องนี้น่าจะชอบ และเราอยากแนะนำให้คุณดูครับ ไม่ผิดหวังแน่นอน
หนังหาชมได้แบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทาง Itunes และ Google Play