ถ้าฟุตบอลไทยลีก จะย้ายหนีฝน เปลี่ยนช่วงเวลาไปเตะเหมือนลีกยุโรปแบบข้ามปี คุณเห็นด้วยไหม และมันมีข้อดี ข้อเสีย อย่างไร ไปว่ากัน

ฟุตบอลไทยลีก 2020 ยังไม่มีทีท่าว่าจะกลับมาแข่งขันได้เร็วๆ นี้ และยังไม่รู้อีกว่าซีซั่นนี้ จะจบแบบไหนอย่างไร แต่มีหนึ่งประเด็นที่น่าสนใจและถูกพูดถึงกันพอสมควร กับการเปลี่ยนช่วงเวลาเตะ ย้ายหนีหน้าฝน ไปเตะแบบข้ามปีเหมือนลีกยุโรป มันจะโอเคไหม แล้วมีข้อดีข้อเสียอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแนวทางมาจากสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แต่ก็ยังไม่รู้ว่าจะมีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วสโมสรสมาชิกจะเห็นด้วยหรือเปล่า แต่วันนี้เรามาดูข้อดี ข้อเสีย กันดีกว่า ถ้าจะต้องย้ายช่วงเวลาจริงๆ โดยตามข่าวก็กะว่าจะเริ่มเปิดฤดูกาลกันช่วง สิงหาคม-กันยายน และไปจบในช่วง เมษายน-พฤษภาคม ของอีกปี ซึ่งถ้าหากสถานการณ์โควิด ยังไม่คลี่คลาย ก็เป็นโอกาสดีที่จะเริ่มต้นในปีนี้เลย เพื่อให้ไปจบก่อนกลางปีหน้า แต่มันจะเวิร์ค หรือเปล่า แล้วมีเงื่อนไขอะไรบ้าง ไปว่ากัน ข้อดี 1.ไม่ต้องแข่งหน้าฝน ข้อดีอย่างแรกเลยก็คือบอลไทยลีกจะไม่ต้องเจอฝนกระหน่ำอีกแล้ว หรือจะมีบ้างก็คงไม่มาก แต่ที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่าเราจะเจอปัญหาฝนกตกหนัก น้ำท่วมสนาม จนเป็นเหตุให้เลื่อนการแข่งขันอยู่เป็นประจำในหน้าฝน 2.อากาศดี ปฟนบอลเยอะขึ้น ข้อดีต่อมา ในช่วงปลายปีบอลไทยก็จะมีลงแข่ง ซึ่งเป็นช่วงที่อากาศดีสำหรับเมืองไทย โดยเฉพาะ ตุลา พฤศจิกา ยาวไปถึง ธันวา มกรา ของอีกปี ก็จะทำให้แฟนบอลออกมาดูบอลเยอะขึ้นได้ เพราะอากาศเย็นสบาย 3.เปิด-ปิด ตลาดพร้อมยุโรป ข้อดีอีกข้อก็คือตลาดนักเตะมันก็จะเหมือนกับลีกยุโรป ทำให้บางทีอาจจะมีนักเตะจากยุโรป ที่ไม่ใช่พวกสแกนติเนเวี่ยน อาจจะมีนักเตะอย่างเบลเยี่ยม, ฮอลแลนด์, อังกฤษ, เยอรมัน, อิตาลี, สเปน อะไรพวกนี้ย้ายมาเตะบ้านเรากันเยอะขึ้น ข้อเสีย 1.กระทบโปรแกรมฟุตบอลอาเซียน ข้อเสียอย่างแรกเลยก็คือจะกรัทบกับพวกโปรแกรมฟุตบอลของอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพวก ซีเกมส์ และซูซูกิ คัพ ที่จะสลับกันเตะทุกๆ สองปี ซึ่งมันจะมีขึ้นช่วงธันวาคม คราวนี้ก็อาจจะต้องหลบโปรแกรม หรือหาทางออกอื่นๆ ในตรงนี้ให้ได้ เพราะไม่ว่าจะส่งทีมไหนไปเล่น มันก็กระทบบอลลีกทั้งนั้น 2.การส่งทีมลงเตะ ACL ข้อเสียต่อมาคือ ทีมที่จะไปเตะเอเอฟซี ชปล. สมมติว่าเราจะเริ่มกันปีนี้เลย ไทยลีกก็จะไปจบ เม.ย. หรือ พ.ค.ปีหน้า แต่ เอซีแอล เขาเริ่มเตะตั้งแต่เดือน ก.พ. แล้วเราจะส่งทีมไหนไปเล่น ไม่งั้นก็ต้องเตะให้จบปีนี้ก่อน แล้วเอาทีมแชมป์ของแต่ละฤดูกาล ไปเตะ ACL อีกปี หรือไม่ก็ต้องให้เอซีแอล ปรับเวลาแข่งขันใหม่ด้วย ซึ่งก็ยาก 3.โปรแกรมไม่สอดคล้องเอเชียน คัพ อีกรายการที่จะมีปัญหา แต่ก็นานๆ เตะที 4 ปีมีครั้งอย่างเอเชี่ยน คัพ แต่ก็อย่าลืมว่าบางปีก็มีของ ยู23 ด้วย ซึ่งมันจะเตะกันช่วง มกราคม คราวนี้ก็ต้องหลบโปรแกรมกันอีก 4.สัญญานักเตะต้องเปลี่ยนใหม่ เรื่องของสัญญานักเตะก็เป็นอีกเรื่อง แต่สำหรับปีนี้อาจจะไม่มีปัญหาถ้าจะเริ่มเพราะฟีฟ่า บอกว่าจะเข้ามาช่วยจัดการ แต่สำหรับฤดูกาลต่อไปก็ต้องปรับเรื่องสัญญาอะไรกันใหม่ จากเดิมที่เซ็นกันแบบปีต่อปี เริ่มต้นปี จบปลายปี ก็ต้องเป็นการเซ็นแบบข้ามปี แต่ถ้าทุกอย่างเข้าที่มันก็คงไม่มีปัญหา ท้ายที่สุดจะเตะช่วงไหน ก็คงไม่มีปัญหา เอาให้ทุกอย่างลงตัว ถ้าเตะข้ามปีได้ก็ดี เพราะช่วงปลายปีเป็นอะไรที่น่าดูบอลที่สนามมากสำหรับแฟนบอล แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องจัดการเรื่องโปรแกรมแข่งขันที่มันไม่สอดรับกับเอเอฟเอฟ และเอเอฟซี เท่าไหร่

โดยเฉพาะทีมที่จะไปเตะ ACL ในแต่ละฤดูกาล แต่ปัญหามันก็จะมีขึ้นเพียงแค่ตอนเริ่มต้นเท่านั้น ถ้าหาทางออกที่ลงตัวได้ ปีต่อๆ ไปก็ไม่มีปัญหา จะอย่างไรก็ดีเรื่องนี้รอดูบทสรุปในที่ประชุม ส.บอล กับสโมสรสมาชิก 14 เม.ย.นี้ ว่าจะเอาอย่างไร

logoline