ไม่รู้ว่าเป็นความคิดใคร แต่ขอบอกตรงนี้เลยว่า ไทยลีก 4 เกมแรก ของปี 2020 จะโมฆะไม่ได้ และไม่ควรโมฆะด้วย ยังไงก็ต้องเตะต่อนัดที่ 5 จนจบฤดูกาล ถึงจะถูกต้อง และยุติธรรมที่สุด

ตอนนี้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าฟุตบอลไทยลีก 2020/21 จะไปเตะกันอีกครั้งเดือน ก.ย.63 ทั้งนี้ก็เพื่อจะย้ายช่วงเวลาไปเตะแบบข้ามปีเหมือนลีกดังในยุโรป เรื่องของเหตุผล ข้อดี-ข้อดี ต่างๆ เราว่ากันไปแล้วนะครับ ไปหาอ่านย้อนหลังได้ในเพจขอบสนามบอลไทย ซึ่งเรื่องนี้คงไม่ต้องมาถกมาเถียงกันแล้วว่าเห็นด้วยหรือไม่ เพราะเป็นมติในที่ประชุมร่วมของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และสโมสรสมาชิก เมื่อวานนี้ (14 เม.ย.63) ซึ่งเสียงจากสโมสรส่วนใหญ่ก็มาจากเจ้าของเงิน หรือประธานสโมสรทั้งนั้น ดังนั้นทุกสโมสรโอเค เราก็ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก แต่คราวนี้ประเด็นที่มันยังไม่สรุป และก็มีดราม่าเล็กๆ ก็คือ ไอ้ที่จะกลับไปเตะเดือน ก.ย.นี้นั้น จะเริ่มเตะนัดที่ 1 ใหม่เลย หรือจะเตะต่อจากเดิมนัดที่ 5 ต่อไป เพราะเตะมาแล้ว 4 เกม ขออนุญาตใช้คำของ "พี่ปูเป้" จากเพจฟุตบอล 108 ว่า เรื่องนี้จริงๆ ไม่ควรหยิบยกมาเป็นประเด็น และไม่ควรพูดถึงในที่ประชุมด้วย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ที่มันมีประเด็นนี้ออกมาก็เพราะปัญหาเรื่องการส่งทีมไปเตะ ACL 2021 นี่แหละ ที่เรารอจบฤดูกาลคงไม่ทัน เพราะไปปิดกันเดือน พ.ค.2021 แต่เอซีแอล เขาเตะเพลย์ออฟ ตั้งแต่มกราคม ซึ่งทางสมาคมฯ ก็มีทางออกว่าจะเอาทีมอันดับ 1-4 ของเลกแรก ซึ่งน่าจะจบภายในเดือนธันวาคมปีนี้ ไปเตะเอซีแอล 2021 ส่วนแชมป์ของฤดูกาลนี้ค่อยไปเตะปี 2022 ซึ่งตรงนี้เข้าใจได้ไม่มีปัญหา แต่ประเด็นก็คือมีบางทีมที่พอรู้ว่าจะเอาอันดับ 1-4 ของเลกแรกปีนี้ ไปเตะเอซีแอลปีหน้า ซึ่งปัจจุบันทีมของตัวเองนั้นผลงานไม่ดีใน 4 เกมแรก ก็มองว่าไม่ยุติธรรม และอยากจะให้เริ่มต้นกันใหม่ เพื่อทุกทีมจะได้มีโอกาสเท่าๆ กัน (ฟังดูก็เข้าท่าดี โอกาสได้เท่าๆ กัน) แต่ถ้าคิดในมุมกลับกัน แล้วทีมที่เขาผลงานดี อย่าง แบงค็อก, ราชบุรี, การท่าเรือ ที่นำโด่งอยู่หัวตารางใน 4 เกมแรก มันก็ไม่ยุติธรรมกับเขาเช่นกัน จากที่พี่ปูเป้บอกในไลฟ์สด ผมต้องขออนุญาตเอ่ยถึงเพราะผมไม่ทราบข้อมูลที่แท้จริง โดยตัวเลขในที่ประชุมบอกว่ามีอยู่ 9 สโมสร ที่อยากจะให้แข่งต่อนัดที่ 5 และมี 7 สโมสรที่จะให้แข่งใหม่ หลายคนก็เดาไปต่างๆ น่าๆ ว่าเป็นทีมนู้นบ้าง ทีมนี้บ้าง แต่ผมไม่อยากให้ไปเจาะจงหรือไปว่าทีมไหน เพราะเราไม่รู้ว่าทีมไหนกันแน่ที่อยากจะให้แข่งใหม่ บางทีทีมที่คุณคิดอาจจะไม่ใช่ก็ได้ โอเคละ แต่มันก็พอจะเดาได้อยู่ว่า ทีมที่ผลงานไม่ดี ก็คงอยากจะให้แข่งใหม่แน่นอน คราวนี้พอมันตกลงไม่ได้ จริงๆ ก็สรุปในที่ประชุมได้เลยนั่นแหละ แต่ท่านนายก ส.บอล ก็กลัวลูกเกรงใจกัน กลัวจะไม่กล้าบอกกันตรงๆ ก็เลยให้เวลาทุกสโมสรในไทยลีก ไปคิดทบทวนและส่งหนังสือกลับมาให้สมาคมฯ ว่าจะเอายังไง ภายในวันที่ 22 เม.ย.นี้ และมติออกมายังไงก็ต้องยอมรับ ถ้าตัวเลขเป็นอย่างที่ว่าจริง ก็คงจะต้องเตะต่อเกมที่ 5 ซึ่งมันยุติธรรมที่สุด แต่ถ้าผลออกมาอีกแบบ สุดท้ายทุกคนก็ต้องยอมรับ เพราะเป็นมติสโมสร แฟนบอล หรือนักข่าว ไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไร ก็แค่รอต่อไป 5 เดือน และก็ทำข่าวเมื่อเขากลับมาแข่งขัน ตราวนี้ในเมื่อมันยังไม่มีข้อสรุป ในฐานะสื่อมวลชล เราก็ย่อมที่จะวิพากษ์วิจารณ์และ แสดงความเห็นได้กับเรื่องนี้ แน่นอนเราไม่มีส่วนได้เสียกับเรื่องนี้ เราย่อมคิดว่ามันไม่สมควรโมฆะเด็ดขาด เพราะบอลก็เตะมาแล้ว ไม่ได้มีอะไรผิดพลาด นักเตะลงเล่นไปแล้ว ยิงกันไปแล้ว โดนไปแดงกันไปแล้ว แฟนบอลก็เสียตังค์ซื้อตั๋วไปแล้ว กรรมการก็ได้ค่าเป่าไปแล้ว สปอนเซอร์ของทีมก็จ่ายไปแล้ว โปรแกรมถ่ายทอดสดก็ถ่ายไปแล้ว ทุกอย่างมันจบไปแล้ว จะโมฆะได้ไง มันต้องเตะต่อถึงจะถูก แล้วอีกอย่างว่ากันตามตรง เตะไปแค่ 4 เกม เหลืออีกตั้ง 11 เกม คิดเป็น 33 คะแนน มันยังมีโอกาสทุกทีมนั่นแหละ คือมันได้ตั้ง 1-4 อย่างน้อยสมมติว่าทีมอย่างตราด และ ระยอง ที่เป็นบ๊วยอยู่ตอนนี้ ดันทะลึ่งชนะ 11 เกมรวด ยังไงก็ติด 1 ใน 4 แน่นอน ทางทฤษฎี มันยังไม่หมดโอกาส แล้วถามว่าคุณกะว่าจะให้ได้แชมป์กับรองแชมป์เลกแรกเลยเหรอเพื่อที่จะไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ ก็แล้วทำไมไม่ทำผลงานให้ดีตั้งแต่แรกละ ถ้าอยากไปเอซีแอล ขนาดนั้น คุณก็ต้องเน้นตั้งแต่นัดแรกแล้ว แล้วถ้าสถานการณ์ไม่เป็นแบบนี้ ไทยลีกได้แค่ 1-2 เองนะที่ไปรอบแบ่งกลุ่ม ส่วนอันดับ 3 ต้องไปเพลย์ออฟ นี่เขาเพิ่มทีมในลีกให้อันดับ 4 อีกทีม โอกาสเยอะกว่าเดิมอีก หรือตอนแรกคิดว่ากะจะไปแซงเลกสองเพื่อคว้าแชมป์อย่างนั้นเหรอ คิดแบบนี้มันเข้าข้างตัวเองและเห็นกับได้ไปหน่อย ซึ่งสุดท้ายทีมไหนจะได้ไปเอซีแอล ทุกทีมก็ต้องยอมรับ แต่ไม่ใช่จะคิดเข้าข้างตัวเอง และทำให้ทีมส่วนใหญ่เขาเสียผลประโยชน์ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดไม่ได้

อย่างที่บอกเรื่องนี้จะจบยังไงก็อยู่ที่มติสโมสรในวันที่ 22 เม.ย.นี้ แต่ ณ ตอนนี้บอกได้คำเดียวว่า "ไม่ควรโมฆะ" เด็ดขาด

logoline