“ไอ้บ้า ไอ้บี้ ไอ้โบ้ ไอ้เบ๊ ไอ้บ้า ไอ้บี้ ไอ้โบ้ ไอ้เบ๊ ไอ้โบ้ ไอ้บ้า” หนึ่งในแทร็คที่ถูกดัดแปลงมาจากเพลง abanibi ศิลปินจากอิสราเอล และถูกใส่ในหนังเรื่อง The Possible เก๋า เก๋า เมื่อ 14 ปีก่อน
หนังเพลงคอเมดี้โทนย้อนยุคที่เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับวงดนตรีแนวสตริงคอมโบ้ชื่อดังในช่วงปลายยุค 60 สมัยนั้นวงดนตรีส่วนมากจะถนัดในการนำเพลงฮิตจากต่างประเทศมาแปลงเป็นเนื้อไทย ซึ่งได้รับความนิยมจากวัยรุ่นและสถานบันเทิงเป็นอย่างมาก โดย “บอล” วิทยา ทองอยู่ยง ผู้กำกับน้องพี่ที่รัก จึงจับมามาผสมผสานให้คลุกเคล้ากับบรรยากาศยุคใหม่ที่โลกเต็มไปด้วยความนิยมแผ่นผีซีดีเถื่อนและหนังโป็ที่ระบาดในเจเนเรชั่นก่อน
ข้อดี
ไม่ค่อยเห็นหนังในค่าย Gth หรือ GDH เอามุกเรื่องการข้ามเวลามาใช้เป็นตัวนำเรื่อง แต่เรื่องนี้พี่บอล แกพลิกแพลงเอามาทำให้หนังดูสนุกและฮา ใช้ความเก่ามาเล่าให้ดูเก๋าให้เข้ากับบริบทช่วงปี 2549 ใครจะไปคิดละว่าไมโครโฟนรูปร่างเหมือนของเด็กเล่นที่แฟนเพลงส่งมาให้จนทำให้วงดนตรีอย่าง Possible ไปโลกอนาคต
หนังมีความเป็นคอเมดี้กึ่งๆมิวสิคัลที่ทำให้เราได้ฟังเพลงสากลดังยุคก่อนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ที่นำมาดัดแปลงมาเป็นเนื้อไทย ที่ฟังแล้วลื่นหนูไพเราะเข้าหูเด็กสตรีคนชรา ผ่านตัวละครที่เป็นนักดนตรีจริงๆอย่าง โจอี้ บอย, โป้ โยคีเพลย์บอย, สอง Paradox ที่มาร่วมแสดงและเล่นจริงๆ โดยที่ผมประทับใจดวงใจยังมีรัก ที่นำทำนองมาจากเพลง Bad Time ของ Grand Funk Railroad
นอกจากเพลงที่เรียบเรียงมาใหม่ หนังก็มีใส่มุกตลกสุดเกรียนเอาไว้เพียบ มือคีย์บอร์ดคือตัวฮา ขยันยิงมุกได้ตลอดเวลาฝืดไม่ฝืดพี่แกเล่นหมดจะ 5 บาท สิบบาทก็เอาให้หมด ชอบตอนต๋อยต่อยต้อย ที่ผันวรรณยุกต์ตามแล้วอดขำไม่ได้
อีกแง่มุมหนึ่งที่ขอชื่นชมเรื่องคอสตูมพาร์ทอดีตที่เก็บรายละเอียด เสื้อผ้าการแต่งกายตัวละคร โลเคชั่นทำให้รู้สึกว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริง เหมือนเป็นการกลับไปซึมซับบรรยากาศในอดีต สถานที่ที่มอบความสุขคือโรงหนังสำหรับคนยุคเก่า สามารถจัดได้ทั้งแสดงคอนเสิร์ต, แสดงละครเวทีหรือฉายหนัง
ข้อเสีย
ผมมีโอกาสไปเห็นพวกฉากที่โดนตัดออกไป เข้าใจเลยว่าหนังมีความยาวมากเกินไป ดำเนินเรื่องเยิ่นเย่อ
สรุป
ชอบอารมณ์หนังที่นำความเก่าผสมผสานกับยุคสมัยใหม่ทำให้ดูเก๋าให้อารมณ์คอเมดี้-มิวสิคัล
อุดมไปด้วยดัดแปลงแต่งเนื้อใหม่ที่ไพเราะ แถมนักแสดงนำช่วยกันตบมุกกันกระจาย