หลังจากใช้เวลาดูหนังของ John Carney มาแล้ว 2 เรื่องทั้ง Once และ Begin Again ดีเทลหนังของเขาก่อนหน้านี้คือความรักเสียงเพลงของหนุ่มสาวโดยที่ตัวละครนำจะมีความรู้สึก Loser อยู่ในตัวเอง ในที่สุดผมก็มาพบหนัง 1 เรื่องที่รู้สึกได้ว่ามันแตกต่างจาก 2 เรื่องที่ผ่านมา

การเล่าที่เรียบง่ายใช้กลุ่มเด็กวัยมัธยมช่วง 80s ตั้งวงดนตรีในโรงเรียน เพื่อหลีกหนีจากปัญหาที่รุมเร้า และเปลี่ยนให้เสียงเพลงให้เป็นพลังต่อสู้กับชีวิต   ข้อดี ผมรู้สึกว่า John Carney พยายามปรับเปลี่ยนแนวทางการนำเสนอ หลังจากที่เห็นอะไรเดิมๆไปจากหนังเรื่องเก่า เขาเลือกจะย้อนเวลากลับไปช่วงยุค 80  ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เขาเติบโตเป็นเด็กวัยรุ่นในไอร์แลนด์  ยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ และวงการเพลงที่เริ่มมี “มิวสิควีดีโอ” เข้ามา หนังเหมือนพาไปเจอวัฒนธรรมในเวลานั้น เด็กผู้ชายคน1 ย้ายโรงเรียนจากฝรั่งเศสมาไอร์แลนด์ เจอสภาพแวดล้อมใหม่ที่แตกต่าง ไหนจะต้องเจอเพื่อนนักเรียนที่ทำตัวใหญ่ เด็กเนิร์ด ครูเจ้าระเบียบที่มีกฏแปลกประหลาด ในสังคมชายล้วน นอกจากชีวิตในโรงเรียนก็พบเจอปัญหาทั้งเรื่องครอบครัวที่พ่อแม่กำลังแยกทาง เรียกว่าชีวิตเหมือนจะไม่พบแสงสว่าง กระทั่ง 2 สิ่งที่ทำให้ คอสโม เริ่มมีแรงจูงใจหาคำตอบที่เขาต้องการในชีวิต อย่างแรกทำวงดนตรีขึ้นมาเพื่อจรรโรงกับความรู้สึกและอีกเรื่อง 1 คือการพบสาวที่เขาตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นที่หน้าโรงเรียน ที่มีนามว่า ราฟีน่า  มันเลยทำให้เขาตัดสินใจพาสาวคนนี้ไปเป็นนางเอกเอ็มวีในวงของเขาทั้งที่ไม่เคยฟังเพลงเลยด้วยซ้ำ พระเอกเลือกที่จะรักนางเอกด้วยความบริสุทธิ์ใจแม้ว่าลึกๆแล้วยังเป็นคนที่ได้แค่แอบรัก เพราะเธอมีคนที่รักและมีฝันที่อยากได้ แต่เขาก็เลือกที่จะซ่อนความรู้สึกดีๆกับเธอเอาไว้ก่อน เพื่อรอให้ถึงเวลาที่เหมาะสม แม้ลึกๆแล้วเขาจะเจ็บปวดแต่ก็มีความสุข หนังพยายามทำให้เรารู้สึกว่ามันมีทั้ง happy sad ชวนจุกน้ำตาไหล เป็นความสมบูรณ์ของอารมณ์ที่มนุษย์ทุกคนควรจะมี ส่วนการออกแบบเครื่องแต่งกายยอมรับว่า พวกเขาทำได้ดีมาก เสื้อผ้าหน้าผม ลุคแฟชั่นจัดจ้าน มีสไตล์ชัดเจน ให้อารมณ์ 80 จริงๆ กลายเป็นเสน่ห์ของหนังไปเรียบร้อยแล้ว ประเด็นสุดท้ายที่ทำให้ชอบคือเพลงประกอบของ sing street เพราะมาก แม้จะเป็นฝีมือวงเด็กวัยรุ่น แต่สามารถขับเคลื่อนในเข้ากับหนังได้จริงๆ เพลงดีทั้งช้าและเร็ว สอดแทรกประเด็นมากมายที่สรุปในตอนท้าย นักแสดง เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล เล่นเป็นหนุ่มมีความฝันที่ละทิ้งอุปสรรคและปัญหารอบข้าง ไม่น่าเชื่อว่าหนุ่มน้อยรายนี้ที่เป็นนักดนตรีจริงๆเล่นหนังเรื่องแรกที่แนบเนี๊ยน จนตกใจว่าสตูดิโอหนังมากมายมองข้ามเขาไปได้อย่างไร ตีบทแตกรองรับได้ทุกอารมณ์ในเรื่องได้อย่างเหลือเชื่อ ลูซี่ บอยน์ตัน แฟนสาวคนสวยของเรมี่ มาเล็ค ในบทนางเอกเอ็มวีที่มีผันเป็นนางแบบ ชอบบุคลิกของเธอในเรื่องนี้มาก สวย มีเสน่ห์ ทุกๆซีนที่เล่นคู่กับ เฟอร์เดีย วอลช์-พีโล เคมีค่อนข้างลงตัว ข้อเสีย ไม่ชอบที่การตั้งวงในหนังไม่มีจุดหมายระยะยาว ทำวงแค่เล่นโชว์ในโรงเรียนแล้วถ่ายทำเอ็มวีเลยแค่นั้น สรุป อาจจะไม่ใช่งานที่ชอบมาก ไม่ใช่ความรักหนุ่มสาวแบบที่ผ่านมาๆ แต่ปรับเปลี่ยนให้ดูFeel good เรียบง่าย โดยใช้บทหนังสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ชม  ตัวละครก็เป็นคนที่พ่ายแพ้แต่กลับลุกขึ้นมาสู้เพื่อความฝันและคนรักได้อย่างงดงาม แถมด้วยเพลงประกอบที่เพราะ หนังรับชมได้แบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทางแพลตฟอร์ม Monomax
logoline