วันที่โลกหมุนด้วยเทคโนโลยี โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คคือตัวขับเคลื่อนความเป็นไปของโลก รวมถึงโลกฟุตบอล และแน่นอน บิ๊กแมตช์ แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อคืนนี้ ก็ทำให้สังคมออนไลน์ของอังกฤษปั่นป่วนทีเดียว

ศึก แมนเชสเตอร์ ดาร์บี้ เมื่อ 7 เมษายน ที่ผ่านมา กลายเป็นสิ่งที่น่าพูดถึงมากกว่าเป็นแค่หนึ่งโปรแกรมการแข่งขันระหว่างทีมจ่าฝูงและรองจ่าฝูงของ พรีเมียร์ลีก มันคือการฟาดฟันเพื่อศักดิ์ศรี ที่มากกว่าดาร์บี้แมตช์ทั่วไป นั่นเพราะหาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะในเกมนี้ จะได้ฉลองแชมป์ต่อหน้าอริร่วมเมืองอย่างเป็นทางการในทันที อะไรเกิดขึ้นในเกมนี้บ้าง ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้ว ไม่ต้องเล่าสาธยายให้เสียเวลา สิ่งที่อยากจะเล่าให้ฟังคือความสนุกบน ทวิตเตอร์ ที่อังกฤษต่างหาก เพราะก็แทบไม่ต่างจากบ้านเราเท่าไหร่ ทั้งตอนที่ แมนฯ ซิตี้ นำ ตอนที่ไหลเป็น 2-0 ตอนที่ แมนฯ ยูฯ ตีเสมอได้ ตอนที่พลิกแซง ทุกอย่างมี "รีแอ็คชั่น" ที่น่าสนใจไม่แพ้บนโซเชี่ยลเน็ตเวิร์คไทยทั้งสิ้น แถมที่สำคัญ คนโพสต์ที่นั่นดันเป็นบรรดา เซเล็บ กูรู อดีตนักเตะทั้งนั้นเลยด้วย ไปย้อนดูหน่อยดีกว่าว่า ตอนนั้นมันสนุกยังไง

เราจะขอเริ่มต้นที่......

แว็งซ็องต์ ก็องปานี โขกประตูขึ้นนำในนาทีที่ 25 มาแบบนี้ใครๆ ก็คงคิดว่า เข้าอีหรอบเดิมแน่ๆ ไงๆ ซะ ซิตี้ คงได้ฉลองแชมป์ต่อหน้าคู่อริแหงๆ โซเชี่ยลก็เริ่มเคลื่อไหว เว็บไซต์สถิติอย่าง สกวอว์ก้า โพสต์ว่า เมื่อปี 2012 ก็องปานี ยิงให้ แมนฯ ซิตี้ ชนะ แมนฯ ยูฯ และเป็นแชมป์ มาปีนี้ก็ยิงได้อีก เหมือนจะเริ่มได้ดี แกรี่ ลินิเกอร์ ตำนานทีมชาติอังกฤษ กูรูฟุตบอล โพสต์ว่า แว็งซ็องต์ ก็องปานี ยิงให้ ซิตี้ นำแล้ว เดจาวู ขณะที่ โจอี้ บาร์ตัน บอกว่า หลงรัก ก็องปานี จริงๆ ผมรู้ว่าผมเคยพยายามจะเฮ้ดบัตต์ใส่เขา แต่การหายจากอาการบาดเจ็บหนักขนาดนั้น แล้วกลับมาเล่นได้ในระดับนี้ มันสุดยอดคัมแบ็กจริงๆ อิลคาย กุนโดนกัน หมุนตัวอย่างสวยยิงส่งเจ้าบ้านนำห่าง 2-0 ในนาทีที่ 30 ยิ่งเป็นการตอกย้ำความเหนือชั้นกว่าของเพื่อนบ้านตัวแสบผู้นี้ ที่ยกระดับขึ้นมาทาบรัศมี "ปีศาจแดง" และก้าวไปเหนือกว่า ใครๆ ก็คิดแล้วว่าน่าจะได้เห็นเหตุฆาตกรรมสยดสยองที่ เอติฮัด เป็นแน่แท้ สิ่งเดียวที่ทำได้อาจเป็นแค่การเอารถบัสมาจอดเพื่อไม่ให้แพ้มากไปกว่านี้ แซม ลี ผู้สื่อข่าว โกลดอทคอม ทวิต ว่า โอ้คุณพระ นั่นคงปิดปากคนวิจารณ์ กุนโดกันให้เงียบๆ ได้สักพักนะ โคปา90 สื่อฟุตบอลชื่อดัง บอกว่า ประตูอย่างสวย!! อิลคาย กุนโดกัน ยิงนำ 2-0 ด้วยลูกหมุนตัวยิง นี่เอามือจับหูถ้วยอยู่ข้างหนึ่งแล้วนะเนี่ย เจมส์ ฮอร์นคาสเซิ่ล ผู้สื่อข่าว อิสระ บอกว่า นี่ มาติช โดน ซาเน่ แตะลอดขาแล้วยังมาโดน กุนโดกัน หมุนตัวหนีไปยิงอีกเหรอ? ช็อค มาถึงตรงนี้ทั้ง มูรินโญ่ ทั้ง ป็อกบา โดนโจมตีแบบตามเก็บไม่หวาดไม่ไหวแล้ว อะไรๆ ก็โทษ 2 คนนี้ไว้ก่อน แทบจะกลายเป็นแพะให้คนทั้งทีม เมื่อพักครึ่ง สถิติที่น่าสนใจต่างๆ ก็ขึ้นมาให้ดู แมนฯ ซิตี้ ยิงไปกี่ครั้งบ้างล่ะ ใครมีโอกาสได้ยิงบ้างล่ะ โดยเฉพาะ สถิติสำคัญคือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่มีโอกาสยิง ในครึ่งแรกเลยแม้แต่ลูกเดียว ขณะที่ แมตต์ ดิกกินสัน หัวหน้าบรรณาธิการข่าวกีฬาของ เดอะ ไทม์ส บอกว่า ไม่รู้ว่า มูรินโญ่ ต้องการความมุ่งมั่นแบบไหนจากทีมชุดนี้ มันดูสะเปะสะปะไปหมด ดูขี้ขลาด มาก เมื่อ ป็อกบา ทำให้เกมสนุกขึ้นในนาทีที่ 53 ด้วยลูกตีไข่แตก อะไรๆ ก็เริ่มดูดีขึ้น ด้วยลูกฮึดของ "ปีศาจแดง" ที่ดูจะไม่ยอมโดนฆ่าตายง่ายๆ และด้วยเวลาแค่ไม่ถึง 2 นาทีเต็ม ป็อกบา ก็ยิงอีกลูกให้ทีมตีเสมอได้อย่างน่าเหลือเชื่อ พร้อมสถิติที่ว่า เขายิงทีม ท็อปซิกซ์ ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ย้ายกลับมาอยู่กับทีม ไม่ใช่แค่นั้น เขายังเป็นนักเตะคนแรกที่ยิง แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ 2 ประตูในเกมเดียวในทุกรายการอีกด้วย และเมื่อ คริส สมอลลิ่ง ฝ่าการประกบไปยิงประตูให้ "ปีศาจแดง" ขึ้นนำในนาที่ 69 บันเทิงล่ะครับ แฟนๆ แมนฯ ยูฯ แห่งกัน รีทวีต ที่บอกว่านักเตะ ซิตี้ หลุดประกบ ลูกฟรีคิกของ อเล็กซิส ข้ามหัวพวกเขาไป ถึง สมอลลิ่ง ซัดผ่าน เอแดร์สัน กันยกใหญ่ มีคนเยาะเย้ยว่า เป๊ป มีโอกาส จะซื้อได้ทั้ง ป็อกบา และ อเล็กซิส ตอนมกราคม แต่ดันไม่เอา ออกไปนั่งดูบอลกับเพื่อนที่เป็นแฟน แมนฯ ซิตี้ มันนั่งเป็นใบ้เลยว่ะ เข้าไปแล้วว่ะ แมนฯ ยูฯ มีใครแจ่มกว่า แมนฯ ยูฯ ไหม ไม่มีแล้ว แบ็งฌาแม็ง เมนดี้ บอกว่า ไม่น่าเป็นไปได้ ลินิเกอร์ บอกว่า ถ้า ซิตี้ ไม่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก มันคงเหมือนพังพินาศ แต่ก็มีจังหวะที่ บาโลเตลลี่ บอกว่า ซิตี้ ควรได้จุดโทษเหมือนกัน ?s=21 ส่วน เด เคอา ก็มีคนพูดถึงเยอเหมือนกัน ฤดูกาลนี้ เซฟ ไป 101 ครั้งในลีก แม่จ้า จังหวะที่ ป็อกบา เข้าไป ซูฮก เด เคอา ที่ เซฟ อุตหลุด ลินิเกอร์ บอกว่า เด เคอา ทำให้ทุกอย่างเป็นเรื่องตลก นัดนี้มันอะไรกัน เขามีทุกอย่างเลยจริงๆ ทวิตเตอร์ พรีเมียร์ลีก บอกว่านี่อาจเป็นเซฟแห่งฤดูกาล หลังจบเกม แมนฯ ยูฯ เป็นทีมแรกที่บุกไปชนะ แมนฯ ซิตี้ ได้ใน พรีเมียร์ลีก นับตั้งแต่ เชลซี ในปลายปี 2016 เหมือนคู่ปรับตลอดกาล เมื่อ มูรินโญ่ บุกชนะ เป๊ป ครั้งแรกได้ คือการเจอกันของ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า ครั้งที่สองคือ ครั้งนี้

- เรียบเรียงโดย เทพเฟี๊ยต -

logoline