ถ้าหาก Joker คือการแสดงชั้นยอดสายดาร์กของ วาคิน ฟีนิกซ์ Her ก็คงอยู่ในหมวดหมู่ที่ตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

สไปค์ โจนซ์ ผู้กำกับที่ผ่านงานเขียนบทหนังดังอย่าง Jackass มาพร้อมเรื่องราวทั่วไปในโลกมนุษย์ยุคใหม่ที่ดูเหมือนจะหมุกหมุ่นกับชีวิตในโซเชียลมีเดีย ติดหน้าจอโทรศัพท์, สมาร์ทโฟน, แทบเบล็ท, ไอแพด รับรู้ความเป็นไปรอบข้าง จนบางครั้งก็หลงลืมใส่ใจในสิ่งที่ควรจะทำมากกว่าเรื่องที่ไม่เป็นเรื่อง แน่นอนว่าบทหนังเรื่องนี้เป็นเสมือนกระจกสะท้อนกลับมาชีวิตผู้คนยุคใหม่ ที่ดูคมคาย สอนใจผู้คนได้ตลอดเวลา

 
ข้อดี
ผมยอมรับว่าเป็นคนที่ค่อนข้างล้าหลังพอสมควร ไม่ค่อยตามเทรนด์เรื่องโซเชียลสักเท่าไหร่ แต่หลังจากดูเรื่องนี้ทำให้ความคิดผมเปลี่ยนไป มนุษย์เราอยู่ในยุคออนไลน์ที่เทคโนโลยีก้าวไป และทุกคนต้องเดินตามให้ทัน ปัจจุบันอินเตอร์เน็ตแทบเข้ามามีบทบาทกับผู้คนมากมายเชื่อเถอะว่าสิ่งแรกๆในชีวิตคนเราตื่นมาก็คือการเช็คโทรศัพท์ รับรู้เรื่องจากโซเชียลก่อนจะทำอย่างอื่น มันกลายเป็นอวัยวะชิ้นที่ 33 ในชีวิตไปแล้ว หลายๆคนก้มหน้าก้มตาอยู่กับหน้าจอสมาร์ทโฟน สนใจเรื่องราวที่อยู่หน้ากรอบสี่เหลี่ยม และเอาตัวเองไปอยู่ในโลกที่เราแค่ใช้ปลายนิ้วสัมผัส ทั้งที่ไม่มีอะไรที่เราไปหยิบจับคว้ามาได้ แต่กลับมีความสุขที่ใช้เทคโนโลยี คนเราดื่มด่ำมากเกินไป จนบางครั้งเราก็ทำลายคนที่หวังดีที่อยู่รอดข้างเรา
 
ตัวละครหลักพบเจอเหตุการณ์ล้มเหลวชีวิตคู่ความเหงาในชีวิต นำพาเขาใช้ เทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำสมัย ทำให้เขาได้มีสัมพันธภาพในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อนจนรู้สึกได้เป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ต้องบมปรักอยู่ความโดดเดี่ยวอีกครั้ง เพราะระบบปฎิบัติการอัจฉริยะที่เขาซื้อมานั้น สามารถตอบโจทย์ทุกอย่างในชีวิตของเขาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แถมยังกลายเป็นเพื่อนหรือคนรักได้อย่างน่าเหลือเชื่อ แม้จะไม่มีตัวตน
 
เขาดูมีความสุขกับเทคโนโลยีแต่มันก็มีโทษที่มาทำลายเขาโดยที่ไม่รู้ตัว โลกแห่งความเป็นจริงที่เขาจะต้องเผชิญ มันไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด เขาเองก็ต้องสูญเสียความเป็นจริงบางอย่างไป หากตกหลุมรักกับคอมพิวเตอร์ ซึ่งมันกระทบต่อสภาพจิตใจของพระเอกมาก ดูแย่สิ้นหวัง เพราะเขาเป็นเอามากกับเรื่องนี้
 
บทหนังไม่ได้ทำให้เราเข้าใจว่าโซเชียลนั้นรุนแรง แต่ทำให้เห็นภาพในหลากหลายแง่มุม ทุกอย่างมันจะมีด้านดีและด้านร้ายเสมอ อยู่ที่เราว่าจะพาตัวเองไปอยู่ ณ จุดไหน อะไรไม่จำเป็นไม่สำคัญมากพยายามละทิ้งไปซะบ้าง เพื่อให้ชีวิตได้เจอสิ่งใหม่ๆที่ไม่ใช่เทคโนโลยี การเล่าเรื่องของหนังยอมรับเลยว่าบทคมคายมากๆ ดูจบแล้วสะเทือนชีวิตใครหลายๆคน ไม่แปลกใจที่หนังได้ออสการ์สาขาบทดั้งเดิมยอดเยี่ยม
 
นักแสดง
วาคิน ฟินิกซ์ ตอนดูเมื่อปลายปีที่แล้ว ยังติดภาพ Joker อยู่เลย แต่พอเห็นมาแสดงเป็น ธีโอดอร์ ความรู้สึกคือพี่แกแม่งตีบทแตกกระจาย เขาเล่นเป็นบุคคลหลากหลายบุคลิก เศร้า, รัก, เหงา แฮปปี้ สิ้นหวัง เจ็บปวด คือสะท้อนอารมณ์ชายหมกหมุ่นกับโซเชียลได้ดีเกินคาด
 
สกาเล็ตต์ โยฮันส์สัน แม้เรื่องนี้จะไม่ได้แสดงแบบปรากฏตัวมาแค่เสียงในบท ซาแมนธ่า โปรแกรมเสียงที่มีอิทธิพลกับ ธีโอดอร์ น้ำเสียงของเธอที่สื่อสารออกมาทำให้รู้สีกว่ามีตัวต้นจริงๆ เป็นคาแรกเตอร์ที่มีบทบาทสำคัญ ถ่ายทอดอารมณ์ผ่านเสียงสร้างตัวตนออกมาผ่านเสียงได้อย่างดีเยี่ยม เล่นเอาซะพระเอกเป็นบ้าเป็นหลัง
ข้อเสีย
หนังเหมือนเป็นการสรุปประโยชน์และโทษโซเชียลมีเดีย ไม่รู้สึกว่ามีแง่มุมไหนที่ไม่ดี
สรุป
นี่คือหนังที่เล่าเรื่องได้เห็นภาพโซเชียลมีเดีย นำทั้งประโยชน์และโทษออกมาเสนอในเวลาเดียวกัน เข้าใจความรู้สึกจิตใจของตัวละคร ที่มีทั้งสุข,สิ้นหวัง, เหงา, หดหู่ สะท้อนให้เรารู้สึกว่าควรทำอะไรให้รู้เท่าทันขอบเขต กลุ่มคนชอบเสพโลกโซเชียลเป็นชีวิตจิตใจควรดูเป็นอย่างยิ่งครับ
 
หนังมีให้ชมแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทาง Monomax และ Itunes ครับ
logoline