บางครั้งชีวิตเรากว่าจะเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ มันก็ต้องผ่านช่วงเวลาที่เป็นเด็กไร้เดียงสา อยากรู้อยากลองมาก่อน เพียงแต่ว่าเราจะได้ค้นพบในช่วงไหนก็เท่านั้นเอง
มีโอกาสได้ดูหนังนอกกระแสทางเลือกเก่าๆเยอะแยะมากมายในช่วงกักตัวเองอยู่ในบ้าน และเราก็ค้นพบความประทับใจ The Florida Project ในตัวหนัง เรื่องราว
เด็กหญิงอายุ 6 ปีคนหนึ่ง ที่อาศัยอยู่กับแม่หัวขบถในโรงแรมข้างทางใน Greater Orlando ก่อนทางเข้า Disneyland และพยายามอยู่สงบๆ ไม่ให้เกิดปัญหา แต่ด้วยความซนตามประสาเด็กเลยสร้างเรื่องชวนปวดหัวอยู่เป็นประจำ ตลกร้ายที่ตัวเองเหมือนสะท้อนชีวิตมนุษย์หาชาวกินค่ำ ของคนกลุ่มชนชั้นรากหญ้าที่ต้องต่อสู้เพื่อมีชีวิตรอดในแต่ละวัน โดยอาศัยอยู่ในโรงแรมสีม่วงลุคโคตรโสม
.
ข้อดี
เสียดายเมื่อ 2 ปีก่อนโดนชวนไปดูรอบสื่อแต่ด้วยความคิดเยอะ เลยพลาดหนังดีๆเรื่องนี้ไปเลย หน้าหนังดูอาจจะธรรมดา แต่เนื้อหาข้างเล่าเรื่องได้น่าประทับใจ
เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่กับแม่เช่าโรงแรมนอน โดยที่เธอโตมากับการเลี้ยงดูแบบปล่อยปะละเลย ออกไปเล่นตามประสาเด็กตามแวดล้องรอบๆที่พัก อาจจะซนไปบ้างสร้างความเดือดร้อนให้พี่อื่น แต่มันก็เป็นไปตามวัยของ มูนี่ ตัวละครเอกของเรื่อง
หนังใช้ความไร้เดียงสาของเด็กน้อยวัย 6 ขวบเล่าเรื่อง มันเป็นเหมือนการที่เราได้เห็นความสุขเล็กๆน้อยๆที่ได้ทำ วิ่งเล่นสำรวจโลกรอบดินแดนลูกกวาด, กินไอศกรีม, ได้เล่นกับเพื่อน, กินวาฟเฟิลราคาถูก, ได้อาบน้ำให้ตุ๊กตา มันคือความสุขของเธอที่ไม่ต้องถวิลหาไปปรุงแต่งให้ให้ใครต่อใครมายอมรับ มูนี่ สนุกแบบไม่มีภาระเพราะความเป็นเด็ก
.
ทว่าแม่ของ มูนี่ ต้องดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ในเมื่อไม่มีงานเป็นหลักเป็นแหล่ง เฮลลี่ย์ ก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เงิน มาจ่ายค่าเช่าโรงแรม ซื้อน้ำหอมราคาส่งมาขายแบบหวังกำไร, หรือทำงานไม่สุจริตบางอย่าง เพื่อที่จะให้มีที่ซุกหัวนอน ดูชีวิตน่ารันทด แม้จะเลี้ยงลูกสาวแบบผิดๆ อย่างน้อยมันก็ทำให้ลูกสาวได้มีความสุขในแบบของเธอ
.
แม้ว่าทิศทางของหนังเรื่องนี้คือความไร้เดียงสาของเด็กผู้หญิง แต่ลึกๆแล้วก็มีความโหดร้ายซ้อนอยู่ สถานที่ที่มูนี่ อาศัย อยู่ไม่ห่างจาก Disneyland Florida สถานที่ที่นักท่องเที่ยวขาจรแวะผ่านมาผ่านไป และก็มักจะมาเช่าโรงแรมที่ตัวละครหลักนอน
ทว่าเรากับพบความจริงว่า แม้มันจะอยู่ใกล้ แต่คนหาชาวกินค่ำในเรื่อง ไม่มีความคิดหรือฝันที่จะไปที่แห่งนั้นเลยสักนิด พวกเขาขอแค่มีชีวิตอยู่รอดในแต่ละวันก็เพียงพอแล้ว รู้ัสึกชอบตรงนี้มากมายมันลึกซึ้งดีแหะ
.
ประเด็นสุดท้ายที่อยากชื่นชมคือเรื่องโลเคชั่นการถ่ายทำ ที่มันนำพาให้ภาพของหนังค่อนข้างสวยงามและสะท้อนให้เห็นความโหดร้ายและความสุขของตัวละครในเรื่องนี้ได้ชัดเจน ต้องยกความดีความชอบให้ Sean Baker ที่เขียนบทและกำกับออกมาได้อย่างน่าประทับใจในทุกๆอิริยาบถ
.
ข้อเสีย
ผมไม่พบแง่ลบความไม่ชอบของเรื่องเรื่องนี้เลยสักนิด
.
สรุป
แม้ว่าหน้าปกหนังจะดูเล็กไม่น่าสนใจ หนังใช้ความไร้เดียงสาของเด็กๆที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ คราบน้ำตา มาขยี้อารมณ์คนดูได้ดี จนอยากจะดิ้นตาย
หนังรับชมแบบถูกลิขสิทธิ์ผ่านทาง Itunes, Amazon










