แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าเป็นหนึ่งในสโมสรที่มักจะค้นพบ และปลุกปั้นนักฟุตบอลโนเนมให้ก้าวขึ้นมาประดับวงการลูกหนังได้อย่างมากมาย โดยเฉพาะในยุคของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
ซึ่งล่าสุดสื่ออังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ได้ทำการจัดอันดับ 10 แข้งต่างชาติ และต่างลีกที่ทาง ป๋าเฟอร์กี้ เซ็นสัญญาเข้ามาร่วมทีมและคุ้มค่ามากที่สุด โดยการจัดอันดับนี้ขอย้ำอีกครั้งว่าเป็นแข้งต่างชาติ และซื้อมาจากลีกอื่นๆ เพราะฉะนั้นแล้วชื่อของแข้งอย่าง เอริค คันโตน่า หรือ ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ จะไม่ถูกมาจัดอยู่ในลิสต์นี้ด้วย ซึ่ง 10 แข้งดังกล่าวจะมีใครบ้าง ขอบสนาม เราได้ทำการรวบรวมมาให้ทุกท่านได้ชมกันแล้ว10.) ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ - (ชีวาส กัวดาฮาร่า)
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ 2010 แมนฯ ยูไนเต็ด ยอมเจียดเงินจำนวน 7.5 ล้านยูโร เพื่อเป็นการซื้อตัวแข้งดาวรุ่งวัย 22 ปี ที่มีนามว่า ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือที่แฟนบอลรู้จักกันในนาม ชิชาริโต้ ซึ่งในตอนนั้นเชื่อว่าน้อยคนจะรู้จักแข้งชาวเม็กซิโกรายนี้ ก่อนที่ในเวลาต่อมานี่จะกลายเป๋นดีลที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก หลายประตูที่เจ้าตัวทำมักมีความสำคัญต่อผลงานแข่งขันของทีม รวมแล้วเจ้าตัวลงสนามให้ "ปีศาจแดง" ไปทั้งสิ้น 157 นัด ซัดไป 59 ประตู กวาดแชมป์พรีเมียร์ไป 2 สมัย โดยปัจจุบันเจ้าตัวย้ายไปหาควาท้าทายใหม่กับ แอลเอ กาแล็กซี่ ในศึกเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา
9.) นานี่ - (สปอร์ตติ้ง ลิสบอน)
หนึ่งในแข้งที่ถูกพูดถึงว่าจะเข้ามาเป็น 'นิว โรนัลโด้' ในถิ่นในถิ่น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งจากการเติบโตเส้นทางของเขาแทบไม่ต่างจากรุ่นพี่ร่วมชาติทั้งผ่านการค้าแข้งกับ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน ก่อนย้ายมาร่วมทัพ แมนฯ ยูไนเต็ด แบบโดยตรง โดยค่าตัวของ นานี่ ในวันที่ย้ายมายัง ยูไนเต็ด นั้นจำนวน 25 ล้านยูโร ซึ่งถึงแม้วันเวลาผ่านไปเจ้าตัวจะไม่อาจก้าวขึ้นไปแทนรุ่นพี่ได้แต่ผลงานของเขาถือว่าคุ้มค่ากับเงินลงทุนไปไม่ใช่น้อย เพราะเป็นกำลังสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 4 สมัย รวมไปถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก อีก 1 สมัย รวมแล้วลงเล่นให้ทีมไปมากถึง 230 นัด ซัด 40 ประตู ก่อนที่จะพเนจรค้าแข้งในหลายลีก ก่อนที่ล่าสุดจะเดินทางออกนอกยุโรปไปค้าแข้งกับ ออแลนโด้ ซิตี้ ในศึกเมเจอร์ลีก สหรัฐอเมริกา8.) อังเดร แคนเชลสกี้ - (ชัคเตอร์ โดเน็ตส์)
อดีตแข้งระดับตำนานของสโมสรเก็บกระเป๋าย้ายมายังโรงละครแห่งความฝันในช่วงซัมเมอร์ปี 1991 ด้วยค่าตัวเพียง 650,000 ปอนด์ ก่อนที่จะค้าแข้งกับทีมอยู่ 4 ฤดูกาล โดยเจ้าตัวกวาดความสำเร็จกับทัพ "ปีศาจแดง" ไปมากถึง 7 โทรฟี่ ประกอบไปด้วย แชมป์พรีเมียร์ลีก 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 1 สมัย. ลีก คัพ 1 สมัย, ยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ 1 สมัย และคอมมิวนิตี้ ชิลล์ อีก 2 สมัย นอจากนั้นจากผลงานในฤดูกาล 1994-95 ทำให้ แคนเชลสกี้ เข้าวินคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสร ซึ่งนั้นคือซีซั่นสุดท้ายของเจ้าตัวกับทีม ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพ เอฟเวอร์ตัน ทิ้งสถิติกับทีมไว้ที่การยิง 30 ประตู จากการลงสนาม 127 นัด ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวผันมารับงานเป็นกุนซือคุมสโมสร นาบาร์ฮอล ในลีกประเทศอุซเบกิสถาน
7.) รุด ฟาน นิสเตลรอย - (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น)
อีกหนึ่งในยอดดาวยิงที่ยอดเยี่ยมที่สุดของ แมนฯ ยูไนเต็ด ซึ่งดีลนี้ทางฝั่ง "ปีศาจแดง" ต้องรอคอยนานถึง 1 ปีเต็ม เพราะในช่วงปี 2000 ฟาน นิสเตลรอย มีอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าทำให้การซื้อ-ขายนั้นต้องหยุดชะลอไป ก่อนที่ในซัมเมอร์ 2001 ทั้งคู่จะได้ร่วมงานกันเสียที โดยค่าตัวของดาวยิงชาวฮอลแลนด์ผู้นี้อยู่ที่ 28 ล้านยูโร ซึ่งเมื่อนำมาวัดกับผลงานถือว่าถูกเหมือนได้ฟรี เพราะเจ้าตัวกระหน่ำยิงไปมากถึง 150 ประตู จากการลงสนาม 219 นัด พาทีมคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก, เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และคอมมิวนิตี้ ชิลล์ อย่างละ 1 สมัย พ่วงด้วยดาวซัลโวของพรีเมียร์ลีกเมื่อซีซั่น 2002-03 ที่จำนวน 25 ประตู อีกหนึ่งครั้ง ก่อนที่ฉากจบของเขากับทีมจะไม่ค่อยสวยงามเท่าไหร่ เพราะดันไปมีเรื่องราวบาดหมางกับแข้งรุ่นน้องอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซึ่งนั้นเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของเขาต่อทีม และเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ทำให้เขาถูกเฉดหัวทิ้งปล่อยตัวไปร่วมทัพ เรอัล มาดริด ในช่วงซัมเมอร์ปี 2006 ด้วยค่าตัวแสนถูกเพียง 15 ล้านยูโร6.) โอเล่ กุนนาร์ โซลชา - (โมลด์)
ก่อนที่ โซลชา จะก้าวขึ้นมาสร้างตำนานกับทีมนั้น เส้นทางของเขาถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเพราะเริ่มต้นทางการทางที่ แมนฯ ยูไนเต็ด พลาดในการคว้าตัว อลัน เชียร์เรอร์ มาร่วมทีม ก่อนที่่ ป๋าเฟอร์กี้ จะชายตามองไปแข้งชาวนอร์เวย์ที่โนเนมไม่มีใครรู้จัก หรือแม้กระทั่งชื่อที่แฟนบอลยังคงเรียกไม่ถูกในเวลานั้น โดยค่าตัวของ โซลชา ในการย้ายมาสวมเครื่องแบบ "ปีศาจแดง" นั้นเพียง 1.5 ล้านปอนด์ แต่ทว่าเจ้าตัวก็ใช้ผลงานในสนามเป็นเครื่องพิสูจน์ให้แฟนบอลให้เห็นถึงความสามารถที่ยอดเยี่ยมของเขา และความเป็นมืออาชีพอดทนกับการการเป็นเพียงแข้งสำรองของทีมที่ไม่เคยปริปากบ่น ซึ่งแน่นอนภาพจำของแฟนบอล ยูไนเต็ด ต่อดาวเตะผู้นี้คือประตูที่เขาทำได้ในนัดชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ปี 1999 ก่อนที่วันเวลาจะล่วงเลย โซลชา ประกาศแขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2008 ทิ้งสถิติที่สวยงามกับทีมไว้ที่การลงสนาม 365 นัด ยิง 127 ประตู ก่อนเริ่มเดินทางสายกุนซือ และก้าวขึ้นมารับบทบาทนายใหญ่แห่งถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ในตอนนี้
5.) ยาป สตัม - (พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น)
อีกหนึ่งแข้งที่ทาง แมนฯ ยูไนเต็ด นำเข้ามาจาก พีเอสวี ไอนด์โฮเฟ่น โดย สตัม ย้ายมาค้าแข้งกับทีมในช่วงระหว่างปี 1998-2001 ด้วยค่าตัว 17 ล้านยูโร ซึ่งก็ถือว่าการเข้ามาของเขาช่วยให้แนวรับของทีมแน่นหนา เปรียบเสมือนกำแพงเหล็กเหล็กเลยก็ว่า และก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากทั้งในการเป็นตัวหลักของทีมช่วยคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย รวมไปถึงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 สมัย ก่อนที่จะถูกปล่อยตัวไปให้ ลาซิโอ ในช่วงซัมเมอร์ปี 2001 ด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร4.) ปาทริซ เอวร่า - (โมนาโก)
ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนมกราคมปี 2006 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้นำเข้าแข้งโนเนมจากลีก เอิง ฝรั่งเศส ในค่าตัว 8 ล้านยูโร พร้อมเครื่องหมายคำถามมากมายจากแฟนบอลว่าหมอนี้เป็นใครทำไม ป๋าเฟอร์กี้ ถึงไปค้วาตัวมาร่วมทีมได้?แต่ทว่า เอวร่า ก็ใช้เวลาไม่นานในการเข้าไปนั่งครอบครองหัวใจของแฟนบอล ยูไนเต็ด พร้อมกับสถาปนาตัวเองให้กลายเป็นแบ็กซ้ายเบอร์ต้นๆ ของลีก รวมแล้ว เอวร่า คว้าแชมป์กับ ยูไนเต็ด รวม 14 โทรฟี่ ซึ่งนั้นมันก็เพียงพอแล้วต่อการจะถูกยกย่องว่าเป็นอีกหนึ่งแข้งสุดคุ้ม และอีกหนึ่งเครื่องพิสูจน์สายตาที่เฉียบแหลมของทีมงาน แมนฯ ยูไนเต็ด และ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
3.) เนมานย่า วิดิช - (สปาร์ตัก มอสโก)
ในเคสของ วิดิช แทบไม่ต่างจาก เอวร่า เลย เพราะทั้งคู่ย้ายมาในช่วงเวลาเดียวกัน นั้นเท่ากับแฟนบอลต้องเกาหัวแล้วเกาหัวอีกว่าไอ้หมอนี้มันคือใครวะ? มาจากลีกรัสเซีย ค่าตัวสูงถึง 10 ล้านยูโร แถมเป็นแข้งโนเนมอีก แต่ทว่า วิดิช ก็ค่อยๆ เสริมสร้างความแข็งแกร่ง และประสบการณ์ ก่อนที่ผลงานในสนามจะตอบคำถามได้หมดทุกข้อว่าทำไมเขาถึงถูกดึงตัวเขามาสู่ทีม และมันยิ่งยอดเยี่ยมมากขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อเขาได่จับคู่กับ ริโอ เฟอร์ดินานด์ จนได้รับการขนานนามว่าเป็นคู่ปราการหลังที่ดีที่สุดของพรีเมียร์ลีก อังกฤษ โดย วิดิช คว้าแชมป์กับทีมมากถึง 15 โทรฟี่ พ่วงด้วยการได้รับการแต่งตั้งเป็นกัปตันทีมในช่วงปลายการค้าแข้งกับทีม ก่อนที่เจ้าตัวจะหมดสัญญากับทีมหลังจบฤดูกาล 2013-14 และย้ายออกไปร่วมทัพ อินเตอร์ มิลาน แบบฟรีๆ ทิ้งผลงาน และความสุดยอดของเขาให้แฟนบอลได้นึกถึง และกล่าวชื่นชมต่อไป2.) ปีเตอร์ ชไมเคิ่ล - (บรอนด์บี้)
นายทวารที่ได้รับการยกย่องว่ายอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งมาจากการค้นพบของทีม และไปดึงตัวมาจากสโมสร บรอนด์บี้ ในประเทศเดนมาร์ก ซึ่งผลงงานหลังจากนั้นคงไม่ต้องสาธยายอะไรให้มากความ ทั้งความยอดเยี่ยม ทั้งช็อตเซฟมหัศจรรย์ หรือความเกรี้ยวกราดที่แม้กระทั่งแผงหลังของทีมตัวเองยังกลัว โดย ชไมเคิ่ล ค้าแข้งกับ "ปีศาจแดง" ถึง 8 ปี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้มากถึง 5 สมัย พ่วงด้วยเอฟเอ คัพ 3 สมัย และยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ก่อนที่จะออกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นกับ สปอร์ตติ้ง ลิสบอน, แอสตัน วิลล่า และมาแขวนสตั๊ดกับทีมในแมนเชสเตอร์ เมื่อปี 2003 แต่ทว่ามันอาจจะผิดฝั่งไปหน่อยเพราะนั้นมันคือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
1.) คริสเตียโน่ โรนัลโด้ - (สปอร์ตติ้ง ลิสบอน)
ไม่ใช่เรื่องที่เกินคาดเดาว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะต้องเข้าวินมาเป็นอันดับ 1 เพราะนี่เปรียบเสมือนเพชรที่ทาง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ค้นพบ และเจียรนัยออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม บวกกับพรสวรรค์ของเด็กหนุ่มในวันนั้นมันยิ่งทำให้เขาก้าวขึ้นมาเป็นระดับโลกได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งด้วยค่าตัว 12.24 ล้านปอนด์ในวันนั้น สู่แข้งที่โดนด่าว่ามึงจะสับขาหลอกไรนักหนา ก่อนจะก้าวขึ้นมาเป็นยอดนักเตะที่ชื่นชอบการกระซวกตาข่ายคู่แข่งเป็นชีวิตจิตใจ จนได้รับการยอมรับจากทั่วทุกสารทิศ โดย โรนัลโด้ ย้ายออกจากถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด ไปเมื่อซัมเมอร์ 2009 ด้วยการไปตามล่าหาความฝันของตัวเอง ซึ่งจนถึงตอนนี้แฟนบอล ยูไนเต็ด ยังคงคิดถึงลีลาของดาวเตะผู้นี้แบสุดหัวใจ เพราะนับตั้งแต่วันที่เข้าก้าวขาออกไปก็ไม่มีแข้งหมายเลข 7 คนไหนที่เข้ามาแทนที่ของเขาได้อีกเลย สุดท้ายขอย้ำอีกครั้งว่าการจัดการอันดับทั้งหมดเกิดขึ้นจากสื่อในประเทศอังกฤษอย่าง แมนเชสเตอร์ อีฟนิ่ง นิวส์ ส่วนแฟนบอล ขอบสนาม ชื่นชอบแข้งคนไหนที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ซื้อเข้ามาบ้างก็คอมเมนต์จัดอันดับมาพูดคุยกันได้เลย ...PAOLINHO (เปา ขอบสนาม)
อ้างอิง : manchestereveningnews ติดตามไลน์ขอบสนามเพิ่มเติม










