ลิเวอร์พูล กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ลีกสูงสุดของ อังกฤษ ได้เป็นครั้งแรก หลังรอคอยมานาน 30 ปี เรื่องการคว้าแชมป์ มันคงไม่มีอะไรผิดพลาดแล้วหละ แต่ประเด็นสำคัญที่เราจะเล่าต่อจากนี้นี่แหละคือ หลังจากคว้าแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาได้เมื่อปีที่แล้ว และกำลังจะสอยแชมป์ลีกในปีนี้ "หงส์แดง" ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะเป็นอย่างไรต่อไป?

บอกตามตรงนะครับ ผมคงไม่กล้าฟันธงหรอกว่า ลิเวอร์พูล ในปีหน้าหลังจากประสบความสำเร็จมาจนเต็มอิ่มแล้วทีมจะเป็นอย่างไรต่อไป แต่มันดันมีสื่อดังอย่าง "Bleacher" ที่หาญกล้าลองวิเคราะห์อนาคตของ "หงส์แดง" ขึ้นมา ฉะนั้นเราก็เลยขอเอามาขยายความต่อละกัน ฉะนั้นขอย้ำอีกครั้งนะครับว่าเรียบเรียงมาจากคอลัมนิสต์ของ "Bleacher" ว่าแล้วก็ไปกันเลย ฤดูกาลนี้ในเวที พรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล คือยอดทีมที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ พลาดท่าสะดุดเสมอแค่ แมนฯ ยูไนเต็ด แล้วก็แพ้ วัตฟอร์ด แบบงงๆ แต่คำถามที่เราตั้งเอาไว้ตั้งแต่ต้นคือฤดูกาลหน้าจะเอายังไงต่อไป? เพราะ ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเก่งของ อาร์เบ ไลป์ซิก ที่ตกเป็นข่าวกับ "หงส์แดง" มาอย่างยาวนาน แต่สุดท้ายอยู่ๆ ก็โดน เชลซี คาบไปแดกซะงั้น ท่ามกลางกระแสข่าวว่าบอร์ดบริหารทัพ "หงส์แดง" ขี้เหนียวไม่ยอมจ่ายค่าฉีกสัญญา 47.5 ล้านปอนด์ แม้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ลิเวอร์พูล จะออกมาพูดเชิงว่า ไม่ได้ แวร์เนอร์ ก็ไม่เห็นจะเป็นอะไร เพราะเขาเชื่อว่าขุมกำลังที่มีอยู่แม่งยอดเยี่ยมแล้ว แต่เอาจริงๆ มันก็รู้สึกได้ว่า คล็อปป์ นั้นรู้สึกผิดหวังกับการบริหารงานของบอร์ดบริหารไม่น้อย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ คล็อปป์ เฟลกับการจัดการของเบื้องบน เพราะก่อนหน้านี้ก็เคยมีเคสของหลายๆ คน ยกตัวอย่างเช่น ในปี 2016 อเล็กซ์ เตเซร์ร่า กองกลางของ ชัคตาร์ โดเน็ตส์ ที่ คล็อปป์ อยากได้ใจจะขาด แต่ "หงส์แดง" ก็สู้ราคาไม่ไหวปล่อยให้ เจียงซู ซู่หนิง คว้าตัวไป ด้วยราคา 32 ล้านยูโร หรืออีกเคส 2 ปีที่แล้ว โธมัส เลอมาร์ แนวรุกที่ตอนนั้นอยู่กับ อาแอส โมนาโก ก็ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับ ลิเวอร์พูล กับ อาร์เซน่อล แต่สุดท้ายบอร์ดบริหารทัพ "หงส์แดง" ก็ปล่อยให้ย้ายไปอยู่กับ แอตเลติโก มาดริด ซะอย่างนั้น ในปี 2018 เคสที่โด่งดังที่สุดคือเรื่องของ นาบิล เฟคีร์ ตอนนั้น เฟคีร์ คือเพลย์เมกเกอร์เบอร์ต้นๆ ของโลกลูกหนัง แล้วก็มีข่าวหนักหนาสาหัสอย่างรุนแรงกับ "หงส์แดง" แต่สุดท้ายกลายเป็นไม่ได้ย้าย เพราะดันไปขอต่อรองราคากับ ลียง หลังเห็นว่า เฟคีร์ มีอาการบาดเจ็บเรื้อรัง สุดท้ายก็เลยไม่ได้ย้าย อย่างไรก็ตามหากจะมองแบบมุมโลกสวย การไม่ได้ แวร์เนอร์ ส่งผลดีกับ ลิเวอร์พูล ตรงไหนบ้าง อย่างแรกเลยคือนักเตะที่รอวันแจ้งเกิดเฉิดฉายอย่าง ทาคูมิ มินามิโนะ, ฮาวี่ย์ เอลเลียตต์ หรือ ริอาน บริวสเตอร์ จะได้มีโอกาสได้ลงเล่นมากขึ้น เพราะ เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นกุนซือที่มักให้โอกาสเด็กที่มันมีของลงเล่นอยู่แล้ว ฉะนั้นหาก แวร์เนอร์ มา ต่อให้เล่นไม่ดี ยังไงก็จะได้รับโอกาสก่อนใครเพื่อนอยู่แล้ว แต่ต่อจะให้มองโลกสวยแค่ไหน ก็ต้องยอมรับนะครับว่าขุมกำลังสำรองของ ลิเวอร์พูล นั้นไม่ดีเลย หาก 3 ประสานเกมรุกอย่าง ซาดิโอ มาเน่, โม ซาลาห์ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ เจ็บไปสักคนนี่เข้าขั้นชิพหายนะครับ ไอการจะหวังพึ่ง ดิว็อค โอริกี้ นี่แม่งก็ไม่ใช่เรื่อง ฉะนั้น การได้ แวร์เนอร์ มาเเสริมทัพมันจึงน่าจะเป็นสิ่งสำคัญสำหรับ ลิเวอร์พูล แต่ใครจะมาบอกว่า ลิเวอร์พูล เป็นทีมขี้เหนียวขี้ตืดมันก็ไม่ใช่นะเพราะ 2-3 ปีมานี้พี่แกก็ทุ่นทุนร้างเยอะอยู่เหมือนกัน กระชากตัว อลิสซอน เบ็คเกอร์ มาเฝ้าเสา ดึง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ มาคุมเกมรับ เสริม โม ซาลาห์ มาพยุงเกมรุก ซื้อ ฟาบินโญ่ กับ นาบี เกต้า มาคุมเกมแดนกลาง เสร็จสรรพหมดนี่ก็หลายล้านปอนด์อยู่เด้อ แต่ตอนนี้เรากำลังพูดถึงอนาคตกันอยู่ฉะนั้นแผนการต่อไปของ ลิเวอร์พูล หลังจากพลาด แวร์เนอร์ ก็คือต้องพยายามรักษาขุมกำลังนี้ไว้ให้ได้ แล้วก็เสริมตัวนักเตะที่ดีๆ เข้ามาบ้าง บวกกับต้องพยายามรั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ เอาไว้ให้ได้ ไม่งั้นมีสิทธิ์ที่จะทีมแตกได้เลย  สุดท้ายนี้ คงไม่มีอะไรมาหยุดยั้ง ลิเวอร์พูล จากการเป็นแชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกในประวัติศาตร์สโมสรได้แล้ว แต่หากยังเพิกเฉยในการเสริมทัพนักเตะอย่างที่เป็นมา ปล่อยให้ทีมอื่นช้อปมันส์มือแบบนี้ "หงส์แดง" ก็อาจจะครองความยิ่งใหญ่ได้ไม่นานก็เป็นได้ ยิ่งถ้ารั้ง เจอร์เก้น คล็อปป์ ไว้ไม่ไหว ก็ขอยืนยันคำเดิมเลยว่า ชิพหายแน่นอน!

ชิน ชินพัฒน์

logoline